Microsoft เปิดตัว Drasi ระบบ Data Processing ที่จัดการ Big Data ได้ง่ายขึ้น

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้เปิดตัว Drasi ระบบประมวลผลข้อมูล (Data Processing) ใหม่ให้เป็น Open Source ที่จะช่วยทำให้การตรวจจับและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในฐานข้อมูลได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

โดย Drasi นี้เรียกตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์ม Data Change Processing ที่จะช่วยตรวจจับและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในฐานข้อมูลได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสถาปัตยกรรมที่เป็น Event-Driven ที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็มีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกันในปัจจุบัน โดยเฉพาะในการใช้งานอุปกรณ์ IoT หรือว่าอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) หรือการประมวลผลข้อมูลแบบ Real-Time เป็นต้น

Drasi จะสามารถตรวจสอบติดตาม Data Sources ต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับ ประเมินการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาผ่าน Pre-defined Query และดำเนินการบางอย่างโดยอัตโนมัติเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ผ่านหลักการที่จะมีการตรวจสอบฐานข้อมูลติดตาม State Change อย่างต่อเนื่อง และเมื่อมี Event เข้ามา Drasi ก็จะรู้และตัดสินใจดำเนินการบางอย่างทันที

Credit : Drasi

วิธีการดังกล่าวนี้จะช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องมีการใช้กลไกการ Polling หรือการตั้งค่าดึงข้อมูลเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องอันเป็นวิธีที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การเป็น Bottleneck สำหรับระบบขนาดใหญ่ได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจ Drasi สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์ Drasi.io หรือบน GitHub

ที่มา: https://venturebeat.com/ai/microsoft-just-dropped-drasi-and-it-could-change-how-we-handle-big-data/

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

JetBrains เปิดตัว JetBrains Air แพลตฟอร์มบริหารจัดการ Agentic AI สำหรับองค์กร ยกระดับการพัฒนาซอฟต์แวร์สู่ยุค Autonomous Agent

JetBrains ประกาศเปิดตัว JetBrains Air ตัว Open System ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุม จัดการ และกำกับดูแล Software Delivery Workflows ที่ขับเคลื่อนด้วย AI …

Lovable รายได้ต่อปีทะลุ 600 ล้านเหรียญ รับเทรนด์ Vibe Coding โตแรงในบุคคลทั่วไป และระดับองค์กร

Lovable หนึ่งในแพลตฟอร์มผู้บุกเบิกแนวคิด Vibe Coding แจ้งตัวเลขอัตราการสร้างรายได้ต่อปีทะลุ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 500 ล้านดอลลาร์ ที่เคยรายงานไว้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตอกย้ำความต้องการเครื่องมือพัฒนาแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับองค์กร และบุคคลทั่วไปที่แพร่หลายมากขึ้น