Microsoft เปิดตัว Azure Blockchain Service, SQL database Edge, IoT Plug and Play และ HoloLens 2 Dev Edition

มีความคืบหน้าใหม่ๆ จาก Microsoft หลายด้านในวันนี้คือการประการบริการ Fully managed blockchain บน Azure, Azure SQL Database Edge, IoT Plug and Play และ HoloLens 2 Developer Edition จึงขอสรุปมาให้ได้อ่านกันในคราวเดียว

credit : azure.microsoft.com

Azure Blockchain Service

Microsoft ได้ประกาศให้ทดสอบ Azure Blockchain Service หรือบริการแบบเต็มรูปแบบเพื่อช่วยให้ผู้สนใจสามารถบริหารจัดการและ Deploy การใช้งาน Consortium blockchain ได้อย่างง่ายดายจากการคลิกไม่กี่ครั้งเพื่อช่วยให้องค์กรเกิดการพัฒนาแอปพลิเคชันบน blockchain มากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของการเพิ่มสมาชิกมีการใช้ Azure AD เพื่อกำหนด Permission และติดตามสถานภาพของเครือข่ายและกิจกรรมด้วย โดยลูกค้ารายแรกที่นำไปใช้ก็คือ J.P Morgan Quorum ซึ่งใช้ Ethereum นั่นเองและทาง Microsoft ก็เผยแผนว่าในเดือนถัดๆ ไปจะออกบริการ เช่น Digital token management และรองรับ R3 Corda Enterprise ให้ได้ด้วย

นอกเหนือจากฝั่งตัวบริการเองทาง Microsoft ยังได้ออก Extension สำหรับ Visual Studio Code ที่จะช่วยให้นักพัฒนาสร้างและคอมไพล์ Smart contract ไปจนถึงการ Deploy ไปยัง Public Chain หรือ Consortium network ใน Azure Blockchain Service ซึ่งสามารถจัดการโค้ดได้ด้วย Azure DevOps ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

Azure SQL Database Edge

Database Engine ที่ถูกปรับจูนมาให้สามารถทำงานได้บน Edge ซึ่งภายในมีการ Built-in AI มาด้วยสำหรับงานด้าน Analytics โดยความสามารถที่โดดเด่นในระดับ Edge เช่น รองรับการทำงานบน Arm และ X64, รองรับ BI จาก Microsoft หรืออื่นๆ, สามารถทำงานได้ทั้งแบบเชื่อมต่อกับ Cloud หรือใช้ local compute และ Storage แทนก็ได้ เป็นต้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

HoloLens 2 Development Edition

Microsoft พยายามส่งเสริมการพัฒนา Mixed Reality ด้วยการออกโปรแกรมที่สนับสนุนนักพัฒนาซึ่งจะได้รับเครื่องมือที่จำเป็นในการตั้งต้น เช่น อุปกรณ์ HoloLens 2, เครดิต $500 เหรียญบน Azure และใช้งาน Unity Pro และ The Unity PiXYZ Plugin ของ CAD data ฟรี 3 เดือน

IoT Plug and Play

Microsoft อยากให้ผู้ใช้งานนึกถึงเทคโนโลยี Plug and Play ที่ช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก เช่น USB โดยไม่ต้องมีการตั้งค่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ปวดหัว โดยในแง่มุมของ IoT คือผู้ใช้จะสามารถเชื่อมต่อ IoT เข้ากับ Cloud ได้โดยไม่ต้องไปเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ IoT หรือองค์กรสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Cloud ได้ง่ายและฉับไว ซึ่งปัจจุบันก็มีพาร์ทเนอร์ผู้สนใจนำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมแล้วหลายรายสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา :  https://techcrunch.com/2019/05/02/microsoft-launches-a-fully-managed-blockchain-service/ และ  https://azure.microsoft.com/en-us/blog/intelligent-edge-innovation-across-data-iot-and-mixed-reality/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …

นักวิจัยสาธิตการแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle เพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง

สืบเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขข้อพร่องพกนานถึง 6 เดือน กับช่องโหว่ที่นักวิจัยเรียกว่า “mega 0-day” ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้ได้จากทางไกลโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน ถูกค้นพบโดย Jang และ Peterjson นักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาตั้งชื่อมันว่า The Miracle …