ไมโครซอฟท์เผยผลสำรวจพนักงาน พบผู้จัดการไม่พอใจพฤติกรรมของพนักงานในทีม

โลกไม่ได้เปลี่ยนทิศทางการหมุนรอบตัวเอง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคดิจิทัล ผนวกกับการเผชิญหน้ากับวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติในการดำรงชีวิตให้ปลอดภัยจากการสัมผัสติดเชื้อร้ายนี้ ในระดับองค์กรก็ต้องปรับรูปแบบการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ควบคู่ไปกับการกักตัว เพื่อไม่ให้การดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงัก แต่ความท้าทายนี้ ผู้จัดการระดับกลางจะรับมือในการบริหารทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อคุณไม่สามารถชำเลืองมองพวกเขาข้ามพาติชันได้อย่างเคย
Picture Credit : Microsoft
เหล่าเจ้านายของ Microsoft เริ่มรู้สึกไม่พอใจต่อพฤติกรรมของพนักงานในทีม เมื่อพวกเขาต้องตื่นนอนขึ้นมาแล้วต้องเริ่มต้นการทำงานกันจากที่บ้านตัวเอง การบริหารจัดการรูปแบบการทำงาน Work From Home เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ผู้บังคับบัญชาไม่เคยเจอและอาจจะยังไม่มีวิธีการแบบแผนเข้ามาจัดการให้เกิดมาตรฐานเป็นรูปธรรม ซึ่ง COVID-19 กำลังจะสอนทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติเชิงบังคับให้คุณได้บูรณาการแผนเพื่อจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง
 
จากการสำรวจของ Microsoft บริษัทชื่อดังที่มีจำนวนพนักงานประจำมากกว่า 180,000 คนทั่วโลก ผู้จัดการส่วนใหญ่ยอมรับว่าไม่สามารถจัดการทรัพยากรบุคคลในรูปแบบใหม่นี้ได้ พวกเขารู้สึกว่าได้สูญเสียอำนาจและอิทธิพลต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารได้อย่างทันท่วงที แทบจะไม่รู้เลยว่าลูกน้องในทีมกำลังทำอะไรกันอยู่ ผิดจากเดิมที่พวกเขาเคยอยู่รอบๆ ตัว เหมือนเป็นสิ่งแวดล้อมเดียวกันที่คุ้นเคย
 
ผู้บังคับบัญชาบางคนเลือกวิธีการควบคุมลูกน้องในทีมโดยการแสดงออกให้เกรงกลัวซึ่งอำนาจที่ตัวเองมีอยู่โดยตำแหน่งที่บริษัทมอบให้ แต่นั้นก็อาจทำให้เกิดแรงกระเพื้อม หรือเรียกว่า Anti-work กลับมาก็เป็นได้ เพราะมนุษย์มีจิตใจที่ซับซ้อน สิ่งที่กระทบต่อความรู้สึกก็จะหาพวกเดียวกันจับกลุ่มเพื่อระบายด้านลบที่เป็นเชื้อร้ายติดอยู่ภายในจิตใจนั้นออกมา จนอาจจะเป็นคลัสเตอร์ Anti-work ที่แพร่กระจายจนยากที่จะควบคุมอยู่ก็เป็นได้
 
การสำรวจพนักงานภายในองค์กรของ Microsoft กว่า 31,000 คน ถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในการทำงานจากที่บ้าน กลับได้คำตอบที่น่าตกใจเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการภายในทีมงานที่น่าเป็นห่วง ศาสตร์และศิลป์ หรือ ทักษะความเชี่ยวชาญในการบริหารทีมงานจากการทำงานต่างสถานที่กัน คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องเร่งพัฒนาให้ในส่วนของผู้จัดการระดับกลางโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะต้องเผชิญกับพนักงานภาคปฏิบัติโดยตรง ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน โดยยึดผลลัพธ์ของเป้าหมายที่กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน
 
อีกมุมหนึ่งก็ทำให้เห็นภาพเชิงบวกที่ฝ่ายบริหารควรวางแผนและทำให้แน่ใจว่า พนักงานของคุณกำลังทำงานอยู่ นั่นก็คือ การอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานมีเครื่องมือในการทำงาน และวิธีการในการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดร่วมกันไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดหาระบบเทคโนโลยีให้มีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกันเป็นทีม และเป็นองค์กรเดียวกัน อาจจะเป็นเครื่องมือตัวกลางที่สำคัญระหว่างหัวหน้าและลูกน้องให้เป็นมิตรซึ่งกันและกัน
 
การแสดงออกซึ่งให้เห็นถึงการข่มขู่จากอำนาจที่มีอยู่ในมือนั้น เสมือนเป็นการส่งเสริมให้พนักงานเหล่านั้นอัปเดท CV Profile ตัวเองเพื่อให้พร้อมอยู่ตลอดเวลาในการตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงก้าวต่อไปของตนเอง
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

SDC Day 2026: คนที่เข้าใจหน้างาน คือคำตอบของการพา AI สู่การใช้งานจริง [Guest Post]

การนำ AI มาใช้ให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเครื่องมือหรือโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความพร้อมของข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และทีมงานที่เข้าใจการใช้งานจริง SDC Day 2026: Ambitiously Continue รวมผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีมาแลกเปลี่ยนแนวทางเตรียมองค์กรให้พร้อม ตั้งแต่การพัฒนา AI …