Microsoft Edge แซง Firefox ขึ้นแท่น Desktop Browser ยอดนิยมอันดับ 2

รายงานการใช้ Browser จาก NetMarketShare ชี้ จำนวนผู้ใช้ Microsoft Edge เพิ่มขึ้นแซง Mozilla Firefox แล้ว ส่งผลให้ Microsoft Edge ขึ้นแท่นเป็น Desktop Browser ยอดนิยมอันดับ 2 รองจาก Google Chrome ทันที

Credit: Microsoft.com

เดือนมีนาคมปี 2019 NetMarketShare ได้บันทึกสถิติการใช้ Mozilla Firefox ไว้ว่า มีความนิยมราว 9.27% ในขณะที่ Microsoft Edge มีความนิยมราว 5.20% อย่างไรก็ตาม สถิติล่าสุดของเดือนมีนาคม 2020 ปรากฏว่า Microsoft Edge มีความนิยมแซง Mozilla Firefox ได้สำเร็จ คือ 7.59% ในขณะที่ Mozilla Firefox มีความนิยมตกลงเหลือ 7.19% แม้กระนั้น ยังคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะมี Browser ใดโค่นแชมป์ Google Chrome ที่ครองความนิยมสูงถึง 68.50% ในปัจจุบันได้

Credit: NetMarketShare.com

สำหรับ 5 อันดับ Desktop Browser ยอดนิยมในเดือนมีนาคม 2020 ได้แก่

  • Google Chrom 68.50%
  • Microsoft Edge 7.59%
  • Mozilla Firefox 7.19%
  • Microsoft Internet Explorer 11 5.60%
  • Apple Safari 3.62%

คาดการณ์ว่าที่ Microsoft Edge มีความนิยมเพิ่มสูงขึ้นมาจากการที่เป็น Chromium-based Browser ส่งให้สามารถติดตั้ง Extensions ที่มีให้บริการหลากหลายจาก Chrome Web Store ได้ รวมไปถึงมีความเข้ากันได้และประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับ Google Chrome

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-edge-is-now-2nd-most-popular-desktop-browser-beats-firefox/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video] Yip In Tsoi x VMware ตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรด้วยโซลูชัน Hybrid Cloud จาก VMware

ด้วยประสบการณ์ของธุรกิจ IT สำหรับภาคธุรกิจองค์กรไทยยาวนานกว่า 60 ปี Yip In Tsoi พร้อมให้บริการโซลูชัน Hybrid Cloud จาก VMware เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างยืดหยุ่น ในฐานะพันธมิตรของ VMware กว่า 12 ปี และมีทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 คน

พบช่องโหว่ร้ายแรงบน Zyxel Firewall แนะผู้ใช้งานเร่งอัปเดต

ช่องโหว่หมายเลข cve-2022-30525 นี้ถูกค้นพบโดยทีมงาน Rapid 7 ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นโมดูลใน Metasploit แล้ว ดังนั้นผู้ใช้งานเร่งอัปเดตกันด้วยครับ