Breaking News

[PR] ไมโครซอฟท์จับมือ CAT ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภัยร้ายยุคไซเบอร์ครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมพลังเสริมสร้างความปลอดภัยในโลกดิจิทัลทั่วไทย

กรุงเทพฯ 30 มิถุนายน 2559 – ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับ บมจ. กสท โทรคมนาคม ( CAT ) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ภายใต้โครงการระดับโลก Cyber Threat Intelligence Program ( CTIP ) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในการรับมือกับภัยอันตรายในโลกไซเบอร์ ด้วยการเปิดช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเคลื่อนไหวของมัลแวร์และภัยร้ายอื่น ๆ ความร่วมมือในครั้งนี้ทำให้ CAT และธุรกิจบริการด้านระบบรักษาความปลอดภัยไอทีในเครือ CAT cyfence กลายเป็นบริษัทโทรคมนาคมรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งมีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมผู้ให้บริการด้านไอทีและโทรคมนาคมชั้นนำจากทั่วโลก

คีชาว์ฟ ดาห์คาด ( ซ้าย ) ผู้อำนวยการด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยอาชญากรรมดิจิทัล ไมโครซอฟท์ เอเชีย และดร. สุรพันธ์ เมฆนาวิน ( ขวา ) กรรมการบริษัท และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ( มหาชน )
คีชาว์ฟ ดาห์คาด ( ซ้าย ) ผู้อำนวยการด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยอาชญากรรมดิจิทัล ไมโครซอฟท์ เอเชีย และดร. สุรพันธ์ เมฆนาวิน ( ขวา ) กรรมการบริษัท และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ( มหาชน )

โครงการ CTIP ปฏิบัติงานภายใต้ความดูแลของหน่วยอาชญากรรมดิจิทัลของไมโครซอฟท์ ( Microsoft Digital Crimes Unit; DCU ) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับดีไวซ์ต่าง ๆ ที่ตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์ให้กับพันธมิตรในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ ( CERTs ) หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ( ISP ) เพื่อปูทางไปสู่การลงมือกำจัดมัลแวร์ต่อไป ปัจจุบัน ฐานข้อมูลของโครงการ CTIP ครอบคลุมไอพีแอดเดรสของดีไวซ์ที่ติดมัลแวร์รวมกว่า 70 ล้านรายการ โดยนับตั้งแต่การจัดตั้งโครงการขึ้นเมื่อปี 2556 เป็นต้นมา ไมโครซอฟท์และเครือข่ายพันธมิตรในโครงการ CTIP ได้ร่วมมือกันกำจัดมัลแวร์บนดีไวซ์ต่าง ๆ ไปแล้วนับล้านเครื่อง

“รายงาน Security Intelligence Report ฉบับล่าสุดของไมโครซอฟท์ระบุว่าอัตราการตรวจพบมัลแวร์[1] ( encounter rate; ER ) ในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่จำนวนเฉลี่ยของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องทำการกำจัดมัลแวร์ด้วยเครื่องมือของไมโครซอฟท์[2] ( computers cleaned per mille; CCM ) พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าหนึ่งเท่าตัว จาก 22.2 มาเป็น 46.3 ต่อ 1, 000 เครื่อง[3]นายอรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ ( ประเทศไทย ) จำกัด กล่าว “สถิติทั้งสองข้อนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยร้ายในโลกดิจิทัลที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ ทั้งยังมีรูปแบบการจู่โจมที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการพัฒนาสู่ยุคสังคมดิจิทัล”

การขยายตัวของภัยร้ายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก หากมองจากสถิติของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ ( BSA ) ที่ระบุว่ากว่า 69% ของซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งในประเทศไทยตลอดปี 2558 เป็นซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 61%[4] ส่วนงานวิจัยของไอดีซีและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เผยว่าประเทศไทยมีอัตราการติดมัลแวร์จากซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ซื้อใหม่สูงติดอันดับหนึ่งในสามของโลก[5]

“หากไม่มีการรวมพลังกันกำจัดภัยร้ายจากมัลแวร์ ประชาชนคนไทยก็จะต้องเผชิญกับอันตรายจากรอบทิศ นับตั้งแต่การสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงความเสียหายทางการเงินมูลค่ามหาศาล หรือแม้แต่คดีความและการสูญเสียความเชื่อมั่นของลูกค้า ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และ CAT ภายใต้โครงการ Cyber Threat Intelligence Program จึงถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเสริมสร้างความปลอดภัยในโลกออนไลน์”
นายอรพงศ์กล่าวเสริม

ดร. สุรพันธ์ เมฆนาวิน กรรมการบริษัท และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ( มหาชน ) กล่าวอีกว่า “ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคม เรามีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าภัยอันตรายต่าง ๆ ในโลกออนไลน์สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว โดยหากมีจุดอ่อนในระบบให้จู่โจมเพียงจุดเดียว ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายที่ร้ายแรงและกว้างขวางได้ ข้อมูลจากศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย ( ไทยเซิร์ต ) ระบุว่ามีเหตุการณ์จู่โจมจากอาชญากรไซเบอร์เกิดขึ้นถึง 4, 300 ครั้งในประเทศไทยตลอดปี 2558 ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 30% โดยในจำนวนนี้ กว่า 35% มีมัลแวร์เป็นต้นเหตุ ความร่วมมือกับไมโครซอฟท์จะช่วยให้ลูกค้าของ CAT วางใจได้ในความปลอดภัยของข้อมูลและการใช้งานระบบเครือข่าย ด้วยกลยุทธ์เชิงรุกที่ช่วยให้เราสามารถตัดการติดต่อสื่อสารระหว่างมัลแวร์และอาชญากรผู้เป็นเจ้าของมัลแวร์ โดยทางศูนย์ Security Operation Center ( SOC ) ของ CAT cyfence จะทำการแจ้งเตือนไปยังลูกค้าได้อย่างทันท่วงที เพื่อจะได้ดำเนินการหาสาเหตุและกำจัดมัลแวร์อย่างเร่งด่วนต่อไป”

นอกจากการตัดการสื่อสารและกำจัดมัลแวร์แล้ว โครงการ CTIP ยังช่วยให้ไมโครซอฟท์สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภัยร้ายอื่น ๆ ที่หลบซ่อนอยู่บนดีไวซ์ที่ตรวจพบมัลแวร์ จนนำไปสู่การพัฒนาระบบเตือนภัยของบริษัทและศักยภาพของโครงการ CTIP เองให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น

คีชาว์ฟ ดาห์คาด ผู้อำนวยการด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยอาชญากรรมดิจิทัล ไมโครซอฟท์ เอเชีย กล่าวเสริมว่า “ไมโครซอฟท์ได้ช่วยกำจัดมัลแวร์จากคอมพิวเตอร์ทั่วโลกแล้วกว่า 10 ล้านเครื่อง[6] และเรายังคงทำงานกับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของมัลแวร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เราได้ทำการเผยแพร่รายงาน Malware Infection Index 2016 ซึ่งระบุว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความเสี่ยงด้านมัลแวร์สูงกว่าภูมิภาคอื่น โดยจาก 5 อันดับแรกของประเทศที่มีความเสี่ยงการติดมัลแวร์สูงสุดนั้น พบว่าเป็นชาติจากภูมิภาคนี้ถึง 4 อันดับด้วยกัน”

คีชาว์ฟ ดาห์คาด ผู้อำนวยการด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยอาชญากรรมดิจิทัล ไมโครซอฟท์ เอเชีย
คีชาว์ฟ ดาห์คาด ผู้อำนวยการด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยอาชญากรรมดิจิทัล ไมโครซอฟท์ เอเชีย

“สำหรับประเทศไทยเอง มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 7 ของโลก ในโอกาสนี้ เราจึงมีความยินดีไม่น้อยที่ได้เห็นประเทศไทยเดินหน้าเสริมสร้างเกราะป้องกันเพื่อความปลอดภัยในโลกดิจิทัล ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างไมโครซอฟท์และ CAT ถือเป็นการเปิดตัวโครงการ CTIP สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก และยังเป็นก้าวสำคัญในการร่วมแรงร่วมใจแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์อีกด้วย”

 

เกี่ยวกับไมโครซอฟท์

บริษัท ไมโครซอฟท์ ( Nasdaq “MSFT” @Microsoft ) ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า

บริษัท ไมโครซอฟท์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ มีความสะดวกทันสมัย และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทย http://news.microsoft.com/th-th/ และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH

[1] อัตราส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ของไมโครซอฟท์ และมีการรายงานตรวจพบมัลแวร์ ซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือภัยอันตรายประเภทใดประเภทหนึ่งในช่วงเวลาที่ทำการเก็บข้อมูล

[2] จำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์เฉลี่ยต่อ 1,000 เครื่องที่พบรายงานการกำจัดมัลแวร์ด้วยเครื่องมือ Malicious Software Removal Tool ของไมโครซอฟท์

[3] Microsoft Security Intelligence Report v20, Microsoft, 2016

[4] Seizing Opportunity Through License Compliance, BSA Global Software Survey, 2016

[5] Joint Study by IDC and National University of Singapore, 2014

[6] Microsoft by the Numbers – Rescued computers



About TechTalkThai_PR

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ