ไมโครชิพ พัฒนาลอจิกไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล PIC16F13145 [Guest Post]

มดูลบล็อกคำสั่งลอจิกแบบปรับแต่งได้ (Configurable Logic Block หรือ CLB) นำเสนอโซลูชันฮาร์ดแวร์ที่ปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้งาน และไม่จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบลอจิกภายนอก

25 มกราคม พ.ศ. 2567 — เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในการปรับแต่งอุปกรณ์แบบฝังในระดับที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไมโครชิพ เทคโนโลยี จึงนำเสนอโซลูชันฮาร์ดแวร์ที่ปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้งาน โดยเปิดตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ (microcontroller หรือ MCU) ตระกูล PIC16F13145 ไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูลนี้มาพร้อม Core Independent Peripheral (CIP) ใหม่ ซึ่งก็คือโมดูลบล็อกคำสั่งลอจิกแบบปรับแต่งได้ (CLB) ช่วยให้ไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูลนี้สามารถสร้างฟังก์ชันลอจิกผสานแบบปรับแต่งเองโดยใช้ฮาร์ดแวร์ภายในไมโครคอนโทรลเลอร์โดยตรง

ทั้งนี้ เนื่องจากผสานเข้ากับไมโครคอนโทรลเลอร์ บล็อกคำสั่งลอจิกแบบปรับแต่งได้นี้จึงช่วยให้นักออกแบบสามารถปรับปรุงความเร็วและเวลาในการตอบสนองของระบบควบคุมแบบฝังได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบลอจิกภายนอกและลดต้นทุนรายการวัสดุ (Bill of Materials หรือ BOM) และการใช้พลังงาน นอกจากนี้ กระบวนการยังสะดวกขึ้นด้วยเครื่องมืออินเตอร์เฟสแบบรูปภาพ ซึ่งช่วยเชื่อมการออกแบบลอจิกโดยใช้บล็อกคำสั่งลอจิกแบบปรับแต่งได้ ผลิตภัณฑ์ตระกูล PIC16F13145 ได้รับการออกแบบมาสำหรับระบบที่ใช้โปรโตคอลแบบปรับแต่ง การจัดลำดับภาระงาน (task sequencing) หรือระบบควบคุม I/O เพื่อจัดการระบบควบคุมแบบเรียลไทม์ในภาคส่วนอุตสาหกรรมและยานยนต์

เกรก โรบินสัน รองประธานประจำหน่วยธุรกิจไมโครคอนโทรลเลอร์ 8 บิตของไมโครชิพ กล่าวว่า “โมดูลเซลล์ลอจิกแบบปรับแต่งได้ (Configurable Logic Cell หรือ CLC) ได้รับการผสานเข้ากับไมโครคอนโทรลเลอร์ของไมโครชิพมากว่า 10 ปีแล้ว และโมดูลเซลล์ลอกจิกแบบปรับแต่งได้ใหม่นี้เป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของผลิตภัณฑ์ลอจิกปรับแต่งได้ของเรา ซึ่งช่วยให้ตระกูลผลิตภัณฑ์ไมโครคอนโทรลเลอร์สามารถใช้ในระบบที่โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้อุปกรณ์ลอจิกเขียนโปรแกรมได้แบบสแตนด์อโลน (standalone) โซลูชันชิปเดี่ยวไม่กี่โซลูชันในตลาดปัจจุบันตอบสนองความท้าทายการออกแบบระบบฝังของวิศวกร เช่น ไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล PIC16F131 ไมโครคอนโทรลเลอร์รุ่นใหม่นี้มีฟังก์ชันลอจิกแบบปรับแต่ง ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน ลดความซับซ้อนของการออกแบบ และสามารถรองรับข้อกำหนดการออกแบบที่เปลี่ยนแปลงได้”

เนื่องจากการทำงานของบล็อกลอจิกแบบปรับแต่งได้นั้นไม่พึ่งพาความเร็วสัญญาณนาฬิกาของ CPU อุปกรณ์นี้จึงปรับปรุงความล่าช้า (latency) ของระบบและเป็นโซลูชันที่ใช้พลังงานต่ำ บล็อกลอจิกแบบปรับแต่งได้นี้สามารถใช้ในการตัดสินใจทางลอจิกขณะที่ CPU อยู่ในโหมด sleep ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและการพึ่งพาซอฟต์แวร์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC16F13145 ยังมีวงจรแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิทัล (Analog-to-Digital Converter หรือ ADC) 10 บิตที่ทำงานรวดเร็ว ซึ่งมีวงจรแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นสัญญาณอนาล็อก (Digital-to-Analog Converter หรือ DAC) 8 บิตแบบบิวด์อินสำหรับการคำนวณ อุปกรณ์เปรียบเทียบที่ทำงานรวดเร็ว อุปกรณ์จับเวลา 8 บิตและ 16 บิต และโมดูลการสื่อสารอนุกรม (I2C และ SPI) เพื่อให้ภาระงานระดับระบบสามารถทำงานโดยไม่ต้องใช้ CPU ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ตระกูลนี้จะเปิดให้สั่งซื้อได้ในหลายแพ็คเกจตั้งแต่ 8 พิน ไปจนถึง 20 พิน

เครื่องมือสำหรับการพัฒนา

ไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล PIC16F13145 รองรับ MPLAB® Code Configurator (MCC) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ปลั๊กอินใน MPLAB X IDE ซึ่งช่วยให้อินเตอร์เฟสที่ใช้ GUI อย่างง่ายสามารถปรับค่าอุปกรณ์และ peripheral บนบอร์ดได้ ซึ่งรวมไปถึงบล็อกลอจิกแบบปรับแต่งได้ อินเตอร์เฟสนี้ช่วยลดเวลาในการพัฒนา เนื่องจากลอจิกปรับแต่งที่ต้องการสามารถออกแบบอย่างมีแบบแผนโดยมีทางเลือกให้ผู้ใช้งานขั้นสูงสามารถใช้ภาษาอธิบายการทำงานของฮาร์ดแวร์ (Hardware Description Language หรือ HDL) ซินธิไซเซอร์ใหม่เปิดให้สั่งซื้อโดยมีสองทางเลือก คือ แบบผสานใน MCC และแบบออนไลน์ที่ logic.microchip.com ชุดการประเมิน PIC16F131 Curiosity Nano นำเสนอการรองรับแบบสมบูรณ์สำหรับการออกแบบโดยใช้ผลิตภัณฑ์ตระกูล PIC16F131 และคุณลักษณะเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้การพัฒนาระบบฝังเป็นไปอย่างราบรื่นและลดเวลานำสู่ตลาด 

ราคาและความสามารถในการสั่งซื้อ

ไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC16F131 สามารถสั่งซื้อได้ในราคาเริ่มต้น $0.47 ต่อหน่วยในปริมาณ 10,000 หน่วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสั่งซื้อ กรุณาติดต่อตัวแทนฝ่ายขายของไมโครชิพ ตัวแทนจัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วโลก หรือเข้าชมเว็บไซต์การจัดซื้อและการบริการลูกค้าของไมโครชิพที่ www.microchipdirect.com.

แหล่งข้อมูล

รูปภาพความละเอียดสูงสามารถดูได้ที่ Flickr หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถเผยแพร่ได้)

เกี่ยวกับไมโครชิพเทคโนโลยี:

บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัดเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นชั้นนำด้านการควบคุมชิพอัจฉริยะที่เชื่อมต่อระบบหลากหลายและมีความปลอดภัย โดยที่เครื่องมือพัฒนาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่ายของไมโครชิพช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งลดทั้งความเสี่ยง ต้นทุน และเวลาในการนำสู่ตลาด นอกจากนี้ โซลูชั่นของไมโครชิพยังให้บริการลูกค้ากว่า 125,000 ราย ทั้งในตลาดอุตสาหกรรม ยานยนต์ ผู้บริโภค อากาศยานและการป้องกันประเทศ การสื่อสาร และคอมพิวติ้ง   ไมโครชิพ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เล่อร์ รัฐแอริโซนา ทั้งนี้ ไมโครชิพพร้อมให้การสนับสนุนด้านเทคนิค และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและไว้วางใจได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บโซต์ของไมโครชิพที่ www.microchip.com

###

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ของไมโครชิพ โลโก้ Microchip และ MPLAB เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ทั้งหมดที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นทรัพย์สินเฉพาะของบริษัทต่าง ๆ

About chanphen

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ