พลังงานคือปัจจัยหลักที่บรรดาผู้พัฒนา AI ต่างขาดแคลน จากการประมวลผลมหาศาลในดาต้าเซ็นเตอร์ของตน ซึ่งยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีส่วนใหญ่ต่างเร่งแผนการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ที่คุยถึงความมั่นคง ความสะอาด และปริมาณที่มากพอสำหรับดาต้าเซนเตอร์เหล่านั้น โดยล่าสุด Meta ได้เผยถึงสัญญากับพาร์ทเนอร์ 3 ราย ที่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขั้นสูง การพัฒนาโรงงานนิวเคลียร์ และ การซื้อพลังงานนิวเคลียร์จากผู้ผลิต

การลงทุนครั้งใหญ่ของ Meta ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อสนับสนุนดาต้าเซนเตอร์ที่เป็นธุรกิจหลัก แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างตำแหน่งงานจำนวนมาก และที่สำคัญคือการสร้างความมั่นคงให้แก่โครงข่ายห่วงโซ่อุปทานพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ ทั้งยังตอบโจทย์เรื่องการใช้พลังงานสะอาด ที่การันตีความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน และ ผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆในด้านโปรเจ็กต์นิวเคลียร์อีกด้วย โดยสัญญาที่ Meta เผยเกี่ยวข้องกับ 3 พาร์ทเนอร์ ดังนี้
1.) TerraPower

พันธมิตรรายนี้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์ขั้นสูงแบบใหม่ที่เรียกว่า ‘Natrium’ โดยไอเดียหลักที่สร้างความแตกต่างให้กับเทคโนโลยีของ TerraPower คือเรื่องของการใช้โซเดียมเหลวระบายความร้อนแทนน้ำที่ทนความร้อนได้ดีกว่ามากจึงปลอดภัยกว่าทนทานต่อการหลอมละลาย รวมถึงการมีระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้เกลือหลอมเหลว ช่วยในสถานการณ์ที่ไฟฟ้าส่วนอื่นขาดจาก กังหันลม หรือโซล่าร์เซลล์ นอกจากนี้ยังเป็นการออกแบบในลักษณะของ Fast Reactor ช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และผลิตกากกัมมันตภาพรังสีน้อยกว่าโรงไฟฟ้าแบบเดิม มีการแยกส่วน “เกาะนิวเคลียร์” ออกจากส่วนผลิตไฟฟ้า ใช้วัสดุเกรดนิวเคลียร์น้อยลง ผลิตไฟฟ้าได้สูงแต่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์

โดย Meta ให้ทุนสนับสนุนในการพัฒนา Natrium 2 ยูนิตที่คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ราว 690 เมกะวัตต์ภายในต้นปี 2032 นอกจากนี้สัญญายังครอบคลุมถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงการผลผลิตสูงสุด Natrium 6 ยูนิต ที่จะพร้อมนำส่งได้ครบในปี 2035 ด้วยกำลังการผลิตราว 2.1 กิกะวัตต์ โดย Natrium 8 ยูนิตสามารถผลิตกำลังไฟขั้นต่ำได้ถึง 2.8 กิกะวัตต์ รวมถึงการจัดเก็บไฟฟ้าขนาด 1.2 กิกะวัตต์
2.) Oklo

นอกจาแกนหลักของตัวเทคโนโลยีแล้ว การสร้างโรงปฏิบัติการสำหรับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่ง Oklo เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กหรือ Microreactor ที่เล็กกว่าแนวคิดของ Small Modular Reactor(SMR) อีกขั้น(ของ TerraPower เป็นประเภท SMR) ภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Aurora ตอบโจทย์ความกะทัดรัด ติดตั้งง่าย จุดเด่นคือการนำกากนิวเคลียร์กลับมาเป็นเชื้อเพลิงใหม่ได้ ระบายความร้อนด้วยโลหะเหลว ไร้การปลดปล่อยคาร์บอน สเถียร ใช้งานได้ยาวนาน ทั้งนี้สัญญาจะครอบคลุมการสร้างแคมปัสใหม่ใน Ohio ที่คาดว่าจะพร้อมในปี 2030 รองรับพลังงานสะอาดได้เพิ่มสู่ 1.2 กิกะวัตต์ รวมไปถึงการสร้าง Aurora Powerhouse reactors อีกหลายแห่งจุดนี้จะทำให้เกิดการสร้างงานใหม่และรายได้ของรัฐอีกไม่น้อย
3.) Vistra
สัญญากับ Vistra จะว่าด้วยเรื่องของการสร้างความร่วมมือในการซื้อไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์อีกมากกว่า 2.1 กิกะวัตต์ จากโรงงาน 3 แห่งของ Vistra ซึ่งเน้นการยืดระยะการใช้งานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิมได้ดำเนินการได้ต่อไป คาดว่าการปรับปรุงความสามารถจะได้มาอีก 433 เมกะวัตต์ภายในปี 2030
ที่มา : https://about.fb.com/news/2026/01/meta-nuclear-energy-projects-power-american-ai-leadership/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






