McAfee Enterprise และ FireEye เปิดตัวใหม่ในชื่อ Trellix มุ่งสู่การเป็นผู้นำตลาด XDR

หลังจากที่เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา ทาง Symphony Technology Group (STG) ได้ทำการเข้าซื้อกิจการของ McAfee Enterprise ที่มูลค่า 4,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 132,000 ล้านบาท และได้ทำการเข้าซื้อกิจการของ FireEye ที่มูลค่า 1,200 ล้านบเหรียญหรือราวๆ 39,600 ล้านบาทไปนั้น ล่าสุดทั้งสองบริษัทได้ถูกรวมเข้าอยู่ภายใต้ชื่อ Trellix แล้วอย่างเป็นทางการ

Trellix จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโซลูชันด้าน Threat Detection & Response ในรูปแบบ XDR โดยการใช้ Machine Learning และ Automation เป็นหลัก ด้วยเป้าหมายในการนำเสนอเทคโนโลยีด้าน Cybersecurity ที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวตามภัยคุกคามใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด Living Security

อย่างไรก็ดี การเปิดตัวโซลูชันแรกนี้ก็จะยังไม่ได้นำโซลูชันทั้งหมดของ McAfee Enterprise และ FireEye มาทั้งหมดในทีเดียว โดยหลังจากนี้ Trellix ก็มีแผนที่จะเปิดตัวโซลูชันด้าน Secure Service Edge ที่ครอบคลุมทั้ง Cloud Access Security Broker, Secure Web Gateway และ Zero Trust Network Access มาสู่ตลาดอีกครั้งหนึ่งภายในไตรมาสนี้

ปัจจุบันฐานลูกค้าของ Trellix มีมากถึง 40,000 องค์กรทั่วโลก โดยมีพนักงานรวมกันกว่า 5,000 คน และมีรายรับต่อปีประมาณ 2,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 66,000 ล้านบาท

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/mcafee-enterprise-and-fireeye-are-now-called-trellix/ , https://www.fireeye.com/company/press-releases/2022/symphony-technology-group-announces-launch-of-xdr-provider-trellix.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

LIVE Hacking Demo: แอปดูดเงิน VS. เจาะระบบองค์กรขนาดใหญ่ | NCSA Thailand National Cyber Week 2023

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับ MAYASEVEN ขอเชิญนักศึกษาและผู้ที่สนใจสายงานด้าน Cybersecurity เข้าชม LIVE Hacking Demo “ลองเป็นเหยื่อแอปดูดเงินเพื่อถอดรหัสโจร” และ “เจาะช่องโหว่ระบบ Active Directory …

Ubuntu Pro พร้อมใช้งานแล้ว

แนวทางด้าน Security เป็นเรื่องสำคัญซึ่งในการพัฒนาแอปด้วยโอเพ่นซอร์สที่มีการใช้เครื่องมือภายในมาประกอบกันเป็นปัญหามานานว่าจะรักษาให้ทุกส่วนอัปเดตอย่างเหมาะสมได้อย่างไร หนึ่งในแนวทางที่ Canonical ทีมงานเบื้องหลัง Ubuntu จึงได้ปล่อย Subscription ล่าสุดที่ชื่อ Ubuntu Pro ออกมาให้องค์กรได้ใช้งาน