Marvell เข้าซื้อกิจการ Cavium ที่มูลค่า 210,000 ล้านบาท ขยายตลาด Chip สำหรับ Data Center ร่วมกัน

Marvell Technologies ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Cavium แล้วอย่างเป็นทางการที่มูลค่า 6,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 210,000 ล้านบาท กลายเป็นการจับคู่ของผู้ผลิตชิปอีกคู่หนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

Credit: ShutterStock.com

 

หลังการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แล้วเสร็จ ทาง Marvell จะรวมเทคโนโลยีชิปทางด้าน Storage, Network, Wireless สำหรับตลาดองค์กร, Cloud, ยานยนตร์ และโรงงานของตนเข้ากับ Cavium ซึ่งมีเทคโนโลยี Programmable Chip สำหรับองค์กร, Data Center และ Carrier ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจของตลาดนี้สำหรับทั้งสองรวมกันเป็น 16,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 560,000 ล้านบาท พร้อมทั้งยังมีสิทธิบัตรรวมกันเกินกว่า 10,000 รายการ

นอกจากนี้ ทั้งคู่จะทำการเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ซึ่งจะยังใช้แบรนด์ของทั้งคู่ร่วมกัน แต่จะยังไม่เผยชื่อบริษัทใหม่จนกว่ากระบวนการการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นลง

ก่อนหน้านี้ Cavium ได้ปรากฎข่าวในพื้นที่สื่อบ่อยมากจากความพยายามในการผลักดันตลาด ARM CPU สำหรับ Server และได้ถูกนำไปใช้ในโซลูชันกลุ่ม High Performance Computing (HPC) สำหรับสร้าง Supercomputer นั่นเอง

 

ที่มา: https://www.sdxcentral.com/articles/news/marvell-buys-cavium-6b-cash-stock-deal/2017/11/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft เปิดตัว Maia 300 ตัวเร่งความเร็วอินเฟอเรนซ์แบบมัลติชิปเล็ต

Microsoft ได้เปิดตัว Maia 300 ซึ่งเป็นตัวเร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นเองเป็นการภายในตัวล่าสุด โดยชิปรุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งเพื่องานอินเฟอเรนซ์ ซึ่งเป็นกระบวนการในการสร้างคำตอบสำหรับคำถามที่ส่งไปยัง AI โดย Microsoft ประเมินว่าชิปดังกล่าวสามารถประมวลผลโทเคนต่อเมกะวัตต์ได้มากกว่าระบบที่ใช้ GPU ชั้นนำถึง 40% ซึ่งน่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของ …

สร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโลก AI ที่ไม่หยุดนิ่ง [PR]

ไม่มีใครในอุตสาหกรรมนี้ตอบได้ว่า AI จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า  ไม่มีใครรู้ว่าสถาปัตยกรรมโมเดลใดจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ไม่มีใครรู้ว่าสัดส่วนระหว่างการเทรนและการอนุมาน (Inference) จะไปหยุดอยู่ที่จุดใด และไม่มีใครรู้ว่า AI จะทำงานอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ของคุณ ในดาต้าเซ็นเตอร์ของคนอื่น หรือบนแล็ปท็อป (หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่เล็กกว่านั้น) …