มาเลเซียเล็งใช้ชิป Ascend 910C ของ Huawei เดินหน้า Sovereign AI แม้สหรัฐฯ เตือนเรื่องความมั่นคง

มาเลเซียกำลังพิจารณาเลือกใช้ชิปประมวลผล AI ของ Huawei เพื่อใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของแผน Sovereign AI มูลค่ากว่า 2,000 ล้านริงกิต หรือราว 494 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างอธิปไตยทางข้อมูลและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอกเพียงฝ่ายเดียว ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ยังคงจับตามองความเคลื่อนไหวนี้


โครงการพัฒนา AI แห่งชาติของมาเลเซียมีเป้าหมายหลักในการควบคุมและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ ข้อมูลหน่วยงานความมั่นคง และข้อมูลระดับชาติให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของตนเองอย่างสมบูรณ์ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Anwar Ibrahim พยายามผลักดันให้ประเทศก้าวจากการเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยี มาเป็นผู้กำหนดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยตนเอง

หัวใจสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่ Huawei Ascend 910C ซึ่งเป็นชิป AI Accelerator ตัวท็อปที่ทำตลาดของบริษัทในปัจจุบัน แม้ประสิทธิภาพด้าน Raw Compute และ Ecosystem ด้านซอฟต์แวร์โดยรวมจะยังตามหลัง GPU สถาปัตยกรรมระดับแนวหน้าของ Nvidia อยู่พอสมควร แต่การพัฒนาด้านความคุ้มค่า และการผลิตภายในจีนที่เริ่มเสถียรขึ้น จนหัวเว่ยมีความพร้อมในการส่งมอบชิปนี้สำหรับ Data Center ในตลาดเกิดใหม่

รัฐบาลมาเลเซียได้เลือก Telekom Malaysia ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของรัฐ ให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการวางโครงสร้างระบบ Sovereign AI ครั้งนี้ ซึ่งปัจจุบัน Telekom Malaysia มีความร่วมมือด้าน Cloud Infrastructure กับ Huawei อยู่เดิม แม้บริการระบบประมวลผล AI ในปัจจุบันจะยังคงพึ่งพาชิปจาก Nvidia ก็ตาม

ทั้งนี้มาเลเซียได้ใช้สถาปัตยกรรมที่หลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายภายนอก โดยเฉพาะข้อกังวลต่อกฎหมาย US CLOUD Act ที่อาจเปิดช่องให้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เข้าถึงข้อมูลที่อยู่บนระบบของผู้ให้บริการสัญชาติอเมริกันได้ ควบคู่กับการแบ่งเวิร์กโหลดระหว่าง AI Cluster ของ Ascend สำหรับงานข้อมูลอ่อนไหวระดับรัฐ ควบคู่ไปกับการเปิดช่องทางจัดซื้อฮาร์ดแวร์จาก Nvidia หรือ AMD สำหรับงานประมวลผลทั่วไป

ยิ่งปัจจุบันมาเลเซียเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน การเลือกใช้งานเทคโนโลยีจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการดึงดูดเมกะโปรเจกต์จาก Big Tech ฝั่งตะวันตก เช่น Microsoft, Oracle และ Nvidia กับการสร้างความยืดหยุ่นในระบบซัพพลายเชนของตนเอง

และหากข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญระดับโลกที่รัฐบาลต่างชาติเลือกใช้สถาปัตยกรรมชิป AI จากจีนในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ และจะเป็นตัวเร่งให้การแข่งขันด้านเทคโนโลยีประมวลผล AI ระหว่างแพลตฟอร์มเปิดทางเลือกกับสถาปัตยกรรมกระแสหลักทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้นในตลาดระดับภูมิภาค

ที่มา: www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-07/malaysia-eyes-huawei-chips-for-ai-project-despite-us-warning

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

แคสเปอร์สกี้เผย Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก 90% เคยเผชิญกับเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา [PR]

แม้ว่าคนรุ่น Gen Z ทั้งในระดับโลกและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และมั่นใจในการใช้งานโลกดิจิทัลมากกว่าคนรุ่นอื่น แต่ผลวิจัยใหม่จากศูนย์วิจัยตลาดภายในของ แคสเปอร์สกี้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 7,200 คนทั่วโลก พบว่าคนรุ่น Gen Z มีแนวโน้มที่จะใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนอุปกรณ์มือถือหรือเปลี่ยนรหัสผ่านน้อยกว่าคนรุ่นอื่นๆ

Microsoft รวบทุกฟีเจอร์ของ Copilot เป็นแอปเดียว หวังจูงใจลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น ทั้าชน Anthropic และ OpenAI

Microsoft รวมฟีเจอร์ของ Copilot แพลตฟอร์ม AI ของบริษัทเข้าสู่แอปพลิเคชันเดียว ครอบคลุมทั้งงานจัดการเอกสารทั่วไปและการเขียนโค้ด สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น หลังคู่แข่งอย่าง Anthropic และ OpenAI เดินหน้ารุกตลาด Enterprise AI …