Line ประเทศไทย เผย 3 Roadmap สู่ปี 2027 พร้อมเปิดตัว Line Stickers Premium แบบจ่ายรายเดือน

ที่งาน Line Conference Thailand 2023 วันนี้ ทีมงาน Line ประเทศไทยได้ออกมาอัปเดตสิ่งที่น่าสนใจหลายเรื่อง ทั้งการเปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ครั้งแรกของ Line ประเทศไทย ตลอดจน Roadmap สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคต 3-4 ปีต่อจากนี้ ซึ่งจะมีบริการใหม่ทยอยเปิดตัวออกมา เพื่อช่วยยกระดับธุรกิจในประเทศไทยทั้งในด้าน B2B และ B2C ที่สำคัญคือการเปิดตัว Stickers Premium เอาใจแฟนพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบการใช้งาน Sticker โดยจะเข้าถึง Stickers ได้แบบไม่อั้น ที่จะเป็นบริการแบบรายเดือน

แนวทางการดำเนินธุรกิจ

Line ได้เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเรามากกว่า 10 ปีแล้ว โดยเริ่มแรกได้มุ่งเน้นการปิดช่องว่างให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกันได้ แต่ในระยะหลัง Line ได้พยายามมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและการดำเนินธุรกิจให้ง่ายขึ้นภายใต้คอนเซปต์ Life on Line ในช่วงปี 2019 เพราะเชื่ออย่างยิ่งว่าสิ่งต่างๆจะก้าวเข้าสู่ออนไลน์ ทั้งๆที่โควิดยังไม่เกิดขึ้น แต่แล้วในปี 2020 สถานการณ์การแพร่ระบาดได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้คน ส่งผลให้บริการของ Line หลายตัวถือกำเนิดหรือได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น Line Man, Line Play และ Line Official เพื่อการค้าขาย รวมถึงการที่ภาครัฐเลือก Line ให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับบริการสาธารณสุขเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาด 

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย

เป็นระยะเวลาเนิ่นนานที่คนไทยได้สร้างความคุ้นเคยกับ Line ทั้งการใช้งานส่วนตัวหรือเพื่ออาชีพ โดยการันตีความนิยมได้จากยอดผู้ใช้ระหว่างปี 2019 – 2023 ทะยานสู่ 54 ล้านคน ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มสื่อสารอันดับหนึ่งในไทย ซึ่ง ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย ได้เน้นย้ำก้าวต่อไปที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์เฉพาะผู้ใช้อย่างแท้จริง เช่น ในกรณีของ Line Man ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยสิ่งนี้เรียกว่า ‘Hyper-localized’

อย่างที่ทราบกันดีว่า Line ประเทศไทยอยู่ภายใต้บริษัทยานแม่จากญี่ปุ่น โดยมีแกนบริการเบื้องต้นคือ Line Ads, Line Voom, Line OpenChat, Line Today, Line Stickers และ Line OA โดยส่วนที่ต่อยอดภายใต้ทีมประเทศไทยโดยเฉพาะประกอบด้วย Line Shopping, Line Melody, Line Horoscope, MyCustomer และ OAPLUS 

วิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานคนไทย

คุณนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO)

ในงานนี้คุณนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ได้นำผลศึกษาที่วิเคราะห์เกี่ยวกับการใช้งานฟีเจอร์ ‘แชทกลุ่ม’ ของผู้ใช้งานในประเทศไทยมาให้เราได้รับรู้กันอีกด้วย ซึ่งมีสถิติดังนี้

  • ฟีเจอร์แชทกลุ่มเติบโตกว่า 56% ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
  • สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานคนไทยแตกต่างจากผู้คนในภาคอื่นๆ ก็คือการส่งรูปรายวัน รองลงมาเป็นไฟล์ประเภทต่างๆ เช่น PowerPoint และเอกสารอื่นๆ
  • การใช้งานสื่อประเภท คลิปเสียง หรือวีดีโอ ในผู้ใช้งานคนไทยก็ยังมากกว่าค่าเฉลี่ยกับประเทศอื่นด้วยเช่นกัน
  • สถิติแชทกลุ่มแบ่งตามวัตถุประสงค์ได้ 4 ประเภทคือ กลุ่มเพื่อน (82%) ครอบครัว (80%) ทำงาน (77%) และ โรงเรียน/การศึกษา (27%) 
  • ช่วงวัยที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 15-19 ปีราว 45% รองลงมาคือกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 50 ปีราว 37% และวัย 20-49 ปีมีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกัน
  • ในด้านการทำงานช่วงวัยที่มีบทบาทมากที่สุดคือวัย 35-39 ปี โดยคาดว่าน่าจะมาจากการที่ทุกคนใช้กันอยู่แล้ว ทำให้การสั่งงานหรือติดต่อเรื่องงานทำได้ง่ายมากขึ้น 
  • โดยเฉลี่ยผู้ใช้งาน 1 คนจะมี แชทสำหรับครอบครัวและญาติที่ 4 กลุ่ม แชทเพื่อตอบสนองเกี่ยวกับการศึกษา/โรงเรียน 5 กลุ่ม แชทสำหรับกลุ่มเพื่อน 7 กลุ่ม ที่น่าสนใจคือแชทสำหรับงานถึง 9 กลุ่มที่ยังมีความเคลื่อนไหวทุกวันอีกด้วย

อย่างไรก็ดีแม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาคั่นกลางระหว่างการปฏิสัมพันธ์แต่คนไทยก็ไม่เคยละทิ้งความสำคัญของครอบครัว ซึ่งผลวิเคราะห์เผยว่ากลุ่มของครอบครัวช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้ถึง 77% โดยเฉพาะบางบ้านที่ผู้สูงอายุอยู่ไกลกับลูกหลานการมี Line กลุ่มก็ช่วยทำให้รู้ลึกไม่ห่างเหินกัน นอกจากนี้การสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานก็ค่อนข้างน่าสนใจที่มีปริมาณมากที่สุดและก็น่าเป็นห่วงที่ดูเหมือนว่างานนั้นเคลื่อนไหวอยู่แทบตลอดเวลา

4 วิสัยทัศน์ และ 3 Roadmap

คุณวีระ เกษตรสิน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) ได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ที่เป็นแกนหลัก สำหรับการมุ่งหน้าสู่อนาคต โดยกล่าวถึงประเด็นสำคัญ 4 ด้านคือ

คุณวีระ เกษตรสิน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO)

1.)   Extensive Plug-In หรือการเปิดให้ผู้สนใจสามารถสร้าง Plugin เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มเพื่อนำไปแก้ปัญหาในธุรกิจของตัวเอง โดยเบื้องต้นทีมงาน Line Thailand ก็ได้สร้าง Plugin ไว้อยู่แล้วบางส่วน
2.) Data Utilization เป็นการเปิดให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดให้แก่ธุรกิจ
3.) Performance Marketing เป็นการส่งเสริมให้ข้อมูลเพื่อสร้างการโฆษณาหรือสร้างแคมเปญที่มีประสิทธิภาพ
4.) Privacy Focus ทุกส่วนของการทำงานต้องยึดหลักปฏิบัติที่ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

แต่เพื่อให้เห็นภาพที่ Line กำลังจะดำเนินต่อไปในอนาคตอันใกล้ คุณวีระ ยังได้ชี้ภาพ Roadmap ที่กำลังจากเกิดใน 3 แง่มุม โดยมีการขับเคลื่อนสะท้อนได้จากผลิตภัณฑ์ หลายด้านคือ

1.) Customer Data Tools 

Line มีเครื่องมือที่ชื่อว่า MyCustomer อยู่แล้วโดยความสามารถที่ผู้ใช้งานจะได้รับในแง่ของ PDPA ก็คือการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าเช่น การใช้งานข้อมูลที่มีกำหนดหมดอายุ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Plug in เพื่อบริหารจัดการกลุ่มลูกค้า รู้จักกลุ่มลูกค้า (Profiling) เพื่อนำไปสู่การรักษาลูกค้าเดิมหรือสร้างแคมเปญเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ในส่วนนี้ Line มีแผนที่จะสร้าง MyCustomer สู่ธุรกิจประเภท SME ให้มากขึ้นจากเดิมที่มีการใช้อยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่

2.) Ads improment

ช่วยทำ Persona Targeting ซึ่งมองปัจจัยของผู้บริโภคหลายด้าน ประกอบเป็นข้อมูลที่แม่นยำ เช่น  กรณีอุปกรณ์เกี่ยวกับกิจกรรมวิ่งจะมองหาผู้ใช้ที่เคยไปร้านขายอุปกรณ์วิ่งและเคยลงกลุ่มวิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังขยายผลไปถึงช่องทางการซื้อและประเภทของสินค้าที่ผู้ใช้สนใจ ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าของร้านใน Line Shopping ยังมีเครื่องมือสำหรับการบริหารข้อมูลได้อย่างครบวงจร ด้านการเข้ามาของ Store Front ที่ผู้ใช้ไม่ต้องสร้างระบบติดตามแคมเปญการขาย และมีรายงานให้พร้อม ไม่เพียงเท่านั้นยังบูรณาการข้อมูลของ Line Shopping สู่ MyCustomer และ LineOA 

3.) API & Plugin เน้นสร้าง Ecosystem

ออกฟีเจอร์ใหม่ๆให้ Shopping และ Message เพื่ออำนวยความสะดวยให้นักพัฒนาต่างๆ รวมถึงมีแผนเปิดตัว OA Plus Plug-in Store ที่เป็นแกนหลักของแพลตฟอร์ม โดยทีมงาน Line ประเทศไทยได้พัฒนาระบบ OA Plus มาหลายปีแล้ว เพียงแต่การใช้งานยังจำกัดอยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในอนาคตหวังให้เกิดการเติบโตในนักพัฒนาอิสระ หรือธุรกิจต่างๆมากขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้จริงภายในครึ่งปีหลังของ 2024 หลังจากที่ได้ทำการทดสอบกับกรณีต่างๆเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

เปิดตัว Line Stickers Premium

สำหรับบริการใหม่ที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ในงานนี้ เนื่องจากเป็นฟีเจอร์พื้นฐานที่กระทบผู้ใช้ในวงกว้าง ซึ่งก็คือฟีเจอร์สติ้กเกอร์ที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน โดยบริการ Line Stickers Premium จะเป็นบริการแบบจ่ายรายเดือน สนนราคาที่ 69 บาท/เดือน ปกติแล้วสติ้กเกอร์ 1 ชุดจะอยู่ที่ 65 บาท แต่ด้วยบริการนี้ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงสติ้กเกอร์ได้กว่า 9 ล้านรายการ อีโมจิกว่า 120,000 รายการ โดยผู้ใช้จะถูกจำกัดจำนวนสติ้กเกอร์ที่ใช้ได้ยกตัวอย่างเช่น 5 ชุด แต่สามารถเลือกเปลี่ยนนำเข้าออกได้ตลอด นอกจากนี้ทีมงานยังได้ผนึกความสามารถ AI เข้ามาเพื่อช่วยแนะนำสติ้กเกอร์ที่น่าจะโดนใจ ซึ่งอาจจะเรียนรู้จากลายเส้นของรูปวาดหรือปัจจัยอื่นๆ  

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ