[PR] ลีพ โซลูชั่น เอเชีย เปิดบริการคลาวด์รูปแบบใหม่ “ลีพ จีโอ พับลิก นิว เจนเนอเรชั่น” จ่ายตามการใช้งานจริง เจาะตลาดลูกค้าเอสเอ็มอีและสตาร์ท อัพ

กรุงเทพฯ – 11 กรกฎาคม 2560 –  ลีพ โซลูชั่น เอเชีย ผู้ให้บริการคลาวด์ไทย มาตรฐานญี่ปุ่น เปิดตัวบริการคลาวด์รูปแบบใหม่ “ลีพ จีโอ พับลิก นิว เจนเนอเรชั่น” ที่มีเสถียรภาพ และปลอดภัยสูงกว่าเดิม ช่วยลูกค้าบริหารค่าใช้จ่ายได้ตามการใช้งานจริง เจาะกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ

นางสาวนัจรี รุจิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีพ โซลูชั่น เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า ลีพ โซลูชั่น เอเชีย มีความเชี่ยวชาญ   ในการให้บริการคลาวด์เต็มรูปแบบ ด้วยเสถียรภาพของระบบคลาวด์ที่ทำงานอยู่บนศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับพรีเมี่ยมของ บริษัท   ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) และ ได้พัฒนาบริการ ลีพ จีโอ พับลิก นิว เจนเนอเรชั่น (Leap GIO Public New Generation) ซึ่งเป็นบริการคลาวด์ที่ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มที่มีเสถียรภาพสูงขึ้น โดย ลีพ จีโอ พับลิก นิว เจนเนอเรชั่น     ถูกออกแบบเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี และกลุ่มสตาร์ทอัพ  ที่ต้องการใช้งานระบบคลาวด์ โดยคิดค่าบริการตามจริง

ลีพ จีโอ พับลิก นิว เจนเนอเรชั่น มีจุดเด่นคือ มีเสถียรภาพสูง รับประกัน เอสแอลเอ อัพไทม์ (SLA uptime) ที่ 99.99% และเปิดให้มีการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้หลายรูปแบบ เช่น อินเทอร์เน็ต แวนลิงค์ (WAN Link) หรือรวมถึงการเชื่อมต่อไปยังระบบไพรเวท คลาวด์ (Private Cloud) ที่อยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ ประกอบกับมีเอพีไอ (API) ในการเชื่อมต่อสำหรับนักพัฒนาระบบ หรือผู้ดูแลระบบในการบริหารจัดการทรัพยากรบนระบบคลาวด์ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือ ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น คิดค่าบริการตามการใช้งานจริง (Pay-As-You-Go) โดยสามารถจ่ายค่าบริการตามจริงต่ำสุดเป็นรายชั่วโมง และมีบริการให้คำแนะนำจากวิศวกรมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวนัจรี กล่าวต่อไปว่า “หลังจากได้เริ่มให้บริการระบบคลาวด์ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 เรายังคงมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการคลาวด์ในกลุ่มอาเซียน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการคลาวด์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับความมีเสถียรภาพ ความมั่นคงปลอดภัย และการให้บริการที่ตอบโจทย์ธุรกิจของลูกค้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งพิสูจน์ได้จากการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC/20000-1 และ ISO/IEC 27001:2013 ด้านการบริหารจัดการการให้บริการและระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของระบบคลาวด์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ บริษัท ลีพ โซลูชั่น เอเชีย มีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมด้านการให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานญี่ปุ่น ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกระดับได้อย่างแท้จริง”

พิเศษสุด ลีพ โซลูชั่น เอเชีย ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับผู้ลงทะเบียน 50 ท่านแรก ตั้งแต่วันที่  3 – 15 ก.ค. 2560 รับฟรีคูปองมูลค่า 3,700 บาท ใช้เป็นส่วนลดสำหรับทุกๆ แพ็กเกจ โดยมูลค่าคูปองสามารถใช้ได้ภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันลงทะเบียน

###

เกี่ยวกับ ลีพ โซลูชั่น เอเชีย

บริษัท ลีพ โซลูชั่น เอเชีย จำกัด ( Leap Solutions Asia Co., Ltd.) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี (T.C.C Technology Co., Ltd) ผู้ให้บริการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานไอทีชั้นนำของไทยและบริษัทอินเทอร์เน็ต อินิชิเอทีฟ เจแปน (IIJ) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายแรกของประเทศญี่ปุ่น และเป็นบริษัทที่มีความสามารถ               ด้านเครือข่ายและความรู้ทักษะในการบริหารจัดการแพลตฟอร์มคลาวด์ขนาดใหญ่ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นที่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์หลายราย    สำหรับลีพ โซลูชั่น เอเชียยังเป็นรายแรก รายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก SAP ถึง 3 ประเภท คือ SAP Certified in Hosting Services, Cloud Service และ SAP HANA Operations Services ด้วย

About TechTalkThai PR 2

Check Also

เน็ตแอพ ยกระดับองค์กรยุคใหม่ สู่ Hybrid Multi-Cloud ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ [PR]

เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการรองรับทุกเวิร์กโหลด พร้อมช่วยให้องค์กรนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลสมัยใหม่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งบนระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ พร้อมคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล การกำกับดูแล …

ก้าวข้ามการลงทุน AI: หัวเว่ยชี้แนวทางสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของไทยในยุค AI [PR]

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซนเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ประเทศไทยจะสามารถต่อยอดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กลายเป็นความสามารถในการใช้ AI ที่สร้างประโยชน์ได้จริงต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างไร