ส่องกลยุทธ์บริหารทีม IT ยุค 2026 ที่ AI เข้ามาแทน และต้องทำงานมากขึ้นในวันที่คนน้อยลง

ประโยคสุดคุ้นเคยผู้บริหารที่มักพูดกรอกหูพนักงานว่า คุณต้องทำงานให้ได้มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรที่น้อยลง กำลังถูกเขียนใหม่ในยุค 2026 เป็นคุณต้องทำงานให้ได้มากขึ้นด้วยคนน้อยลง และใช้ AI ให้มากขึ้น

สถานการณ์นี้เห็นได้ชัดจากกรณีของ Amazon ที่ประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 16,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการปรับลดรอบใหญ่อีกครั้ง โดย CEO อย่าง Andy Jassy ระบุชัดเจนว่าบริษัทต้องการพนักงานจำนวนน้อยลง ในขณะที่มุ่งเน้นการนำเครื่องมือ Generative AI มาใช้งานมากขึ้น สะท้อนให้เห็นทิศทางขององค์กรระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการสนับสนุนแรงงาน เป็นสนับสนุนการใช้ AI แทน

แต่คำถามสำคัญสำหรับ CIO และ IT Manager ในบ้านเราคือ เมื่อต้องเผชิญกับการลดขนาดทีม หรือการจำกัดงบประมาณจ้างคนเพิ่ม เราจะบริหารทีมที่เหลืออยู่อย่างไรให้ยังคงประสิทธิภาพ และไม่ Burnout ไปเสียก่อน?

ทำน้อยลง ด้วยคนที่น้อยลง

John Kolm ซีอีโอของ Team Results USA และอดีตผู้จัดการฝ่ายสารสนเทศที่เคยต้องบริหารองค์กรขนาดใหญ่ด้วยทีมงานเพียง 6 คน ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ผู้นำ IT ต้องเลิกคิดเรื่องการรีดประสิทธิภาพจากคนที่เหลืออยู่ แต่ต้องกล้าที่จะตัดงานที่ไม่จำเป็นออกไป

กลยุทธ์ที่เขาแนะนำเพื่อประคองทีมให้รอดพ้นวิกฤตคนขาดมีดังนี้

  • เปลี่ยน OPEX เป็น CAPEX: หากบริษัทไม่ยอมให้จ้างคนเพิ่ม คุณต้องโน้มน้าวให้ผู้บริหารอนุมัติงบลงทุนเพื่อปรับปรุง Infrastructure ให้ทันสมัยและรองรับการทำงานอัตโนมัติ ทดแทนแรงงานที่หายไป
  • กล้าที่จะทิ้งบางงาน: ขั้นตอนแรกของผู้นำคือการนั่งคุยกับทีมงานและตัดสินใจร่วมกันว่า เราจะเลิกทำอะไร และงานไหนที่ใช้แรงงานเยอะแต่ได้ผลลัพธ์น้อย ต้องถูกตัดทิ้งอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ไม่ใช่การพยายามทำทุกอย่างเหมือนเดิมด้วยคนเท่าเดิม
  • เตรียมทีม Outsource สำรอง: เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติทางไอที ทีมงานภายในที่มีจำกัดจะไม่สามารถรับมือได้ การมีสัญญาจ้าง Contractor เตรียมพร้อมไว้คือกุญแจสำคัญ
  • ขายวิสัยทัศน์ให้ทีมเห็นอนาคต: ผู้นำต้องสื่อสารให้ทีมเห็นว่า แม้คนจะน้อยลง แต่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาใช้จะช่วยเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้กับพวกเขา ซึ่งจะเป็นมูลค่าเพิ่มใน Resume ของพวกเขาในอนาคต

AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือ Alien ที่เก่งขึ้นทุกวัน

ในฝั่งของการพัฒนาทักษะ Vasant Dhar ศาสตราจารย์จาก NYU Stern เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า เทคโนโลยีในอดีตบีบให้คนต้องพัฒนาตัวเองก็จริง แต่ AI ในรอบนี้ต่างออกไป มันเหมือนเอเลี่ยนที่ฉลาดขึ้นในทุก ๆ วัน

ผลการสำรวจจาก EY เมื่อต้นปี 2026 ระบุว่า CEO ส่วนใหญ่คาดหวังว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น คนไอทีที่อยู่ในทีมที่เล็กลง ต้องมั่นใจว่าตนเองไม่ได้เสียเวลาไปกับงาน Routine เช่น การเขียนโค้ดพื้นฐาน หรือการทำ QA ง่าย ๆ ที่ GenAI สามารถทำได้ดีกว่า

หาความได้เปรียบของคุณให้เจอ

สิ่งที่ AI ยังทำแทนไม่ได้ และเป็นสิ่งที่คนทำงานไอทีต้องรีบคว้าไว้ คือบทบาทที่มีความรับผิดชอบ และการตัดสินใจ เช่น การบริหารความเสี่ยง หรือการวางกลยุทธ์การนำเทคโนโลยีมาใช้

Dhar แนะนำว่าความได้เปรียบของมนุษย์ คือการตั้งคำถามที่ถูกต้อง การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดหรือไปต่อในโปรเจกต์, R&D และการใช้ประสบการณ์ในอดีมาสังเคราะห์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังให้คำตอบแบบฟันธงไม่ได้

สรุปแล้วในยุคที่ Tech Talent หาง่ายแต่ คนเก่งที่เข้าใจธุรกิจ หายาก หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่แค่การประคองทีมให้ทำงานไปวัน ๆ แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ทีมงานได้ Upskill ตัวเองจากการเป็นแค่คนทำงานไปสู่การเป็นผู้วางกลยุทธ์ที่สามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจได้ เพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ทีม IT ยังคงแข็งแกร่งและจำเป็นต่อองค์กร ไม่ว่า AI จะเก่งขึ้นแค่ไหนก็ตาม

ที่มา: https://www.itbrew.com/stories/2026/02/04/how-to-keep-it-teams-strong-after-a-layoff

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

Blitzy ระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์ที่มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ช่วยองค์กรดีพลอยเอเจนต์เขียนโค้ดหลายพันตัวพร้อมกัน

Blitzy สตาร์ทอัพพัฒนาซอฟต์แวร์อัตโนมัติกล่าวว่า บริษัทได้ระดมทุนรอบใหม่มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ด้วยมูลค่ากิจการ 1.4 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายแพลตฟอร์มการเขียนโค้ดสำหรับองค์กร