ปัจจุบันนี้ เอกสารสำคัญอย่างบัตรประชาชน, ใบขับขี่, พาสปอร์ต และอื่นๆ ไปจนถึงธนบัตรและเช็คธนาคารนั้น ต่างก็ทวีความสำคัญสูงขึ้นเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกันเอกสารเหล่านี้ต่างก็ตกเป็นเป้าของการโจมตีในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีโดยมุ่งเน้นเจ้าของเอกสาร หรือการโจมตีโดยมุ่งเน้นการหลอกลวงหน่วยงานต่างๆ ก็ตาม
ด้วยเหตุนี้เอง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วโลกจึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างเอกสารเหล่านี้ขึ้นมาให้ได้อย่างปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นเอกสารของจริง และมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำตรงตามความเป็นจริงทั้งหมด ซึ่งมาตรฐาน ISO 14298 นี้เองที่กลายเป็นมาตรฐานกลางในการใช้เพื่อคัดเลือกผู้ให้บริการ Secure Printing หรือผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และจัดทำเอกสารเหล่านี้อย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้
ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับมาตรฐาน ISO 14298 พร้อมความสำคัญของมาตรฐานดังกล่าว รวมถึงแนวทางในการคัดเลือกผู้ให้บริการ Secure Printing ที่ได้รับมาตรฐาน ISO 14298 อย่างเหมาะสมต่อรูปแบบของเอกสารที่ต้องการผลิต
ความปลอดภัยและความสามารถในการตรวจสอบได้ของเอกสารสำคัญ กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในการรับมือกับอาชญากรรมทั่วโลก
การปลอมแปลงเอกสารและการสร้างเอกสารปลอมนั้นเป็นวาระสำคัญทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้ได้กลายเป็นข้อต่อสำคัญของอาชญากรรมในหลากหลายรูปแบบ เช่น การปลอมบัตรประชาชนเพื่อลักลอบเปิดบัญชีธนาคารสำหรับการฟอกเงิน, การสร้างหนังสือเดินทางปลอมเพื่อให้อาชญากรลักลอบเดินทางออกนอกประเทศหรือสร้างตัวตนปลอมเพื่อก่ออาชญากรรมข้ามชาติ หรือแม้แต่การค้าแรงงานเถื่อนหรือค้ามนุษย์ก็ตาม
โดยในปัจจุบัน ปัญหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีกระดับ เนื่องจากความรุนแรงของอาชญากรรมเหล่านี้ได้ถูกยกระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นการโจมตีของเหล่า Scammer ที่ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก หรือการก่ออาชญากรรมข้ามชาติที่เป็นระบบและแนบเนียนยิ่งขึ้น เป็นต้น
รู้จักกับมาตรฐาน ISO 14298 – Graphic technology — Management of security printing processes
ที่ผ่านมา ในวงการการพิมพ์เอกสารสำคัญนี้ก็ได้มีมาตรฐานเพื่อใช้ในการรับมือกับกรณีดังกล่าว ซึ่งก็คือมาตรฐาน ISO 14298 – Graphic technology — Management of security printing processes นั่นเอง และมาตรฐานนี้ก็ได้เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการพิมพ์ชั้นสูง ที่มุ่งเน้นเรื่องของการป้องกันการแก้ไขปลอมแปลงเอกสารโดยเฉพาะ เช่น การใช้ลายน้ำ, การพิมพ์ความละเอียดสูงให้ยากต่อการปลอมแปลง, การใช้หมึกหรือสารเคมีพิเศษที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีการเฉพาะ ไปจนถึงการใช้ชิปฝังลงไปในบัตรต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์เหล่านี้ก็มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้มาตรฐาน ISO 14298:2013 นั้นถือเป็นมาตรฐานหลักที่ใช้กันในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการของผู้ผลิตเอกสารสำคัญอย่างมั่นคงปลอดภัย แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งในฝั่งของโรงพิมพ์และฝั่งของผู้โจมตี ก็ทำให้มาตรฐานฉบับนี้ต้องถูกปรับปรุงใหม่เป็น ISO 14298:2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่บังคับใช้กันในปัจจุบัน โดยยังมีการเพิ่มเติมในส่วนของการตระหนักถึงภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นมาด้วย
ในมาตรฐาน ISO 14298:2021 นี้ จะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องของเทคโนโลยีมากนัก แต่จะมุ่งเน้นถึงการบริหารจัดการการผลิตเอกสารอย่างมั่นคงปลอดภัย, การบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยและข้อมูลความลับในการผลิตเอกสาร, การกำหนดกระบวนการ ไปจนถึงการตรวจสอบและการกำกับดูแล เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของโรงพิมพ์นั้นจะเป็นไปอย่างมั่นคงปลอดภัยตลอดทั้ง Supply Chain ที่ครอบคลุมทั้งปัจจัยภายในและภายนอกอย่างครบถ้วน ดังนี้
- Context of the Organization การทำความเข้าใจถึงเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวัง รวมถึงการกำหนดขอบเขตของระบบบริหารจัดการการพิมพ์อย่างปลอดภัย พร้อมการวางระบบให้บรรลุตามเป้าหมาย
- Leadership แนวปฏิบัติสำหรับผู้บริหารระดับสูง พร้อมแนวทางการกำหนดนโยบายเพื่อให้ระบบบริหารจัดการการพิมพ์อย่างปลอดภัยนั้นเกิดขึ้นได้จริงและถูกบังคับใช้ได้จริง โดยมีการกำหนดบทบาท, หน้าที่ความรับผิดชอบ และสิทธิ์ในการดำเนินงานภายในองค์กรอย่างชัดเจน
- Planning การวางแผนเพื่อระบุถึงความเสี่ยงและโอกาส, การกำหนดเป้าหมายด้านความปลอดภัยและการวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไปจนถึงการวางแผนสำหรับระบบบริหารจัดการการพิมพ์อย่างปลอดภัย
- Support การสนับสนุนด้านทรัพยากร, ทรัพยากรบุคคล, ความตระหนักรู้, การสื่อสาร และเอกสารบันทึกหลักฐานการดำเนินงานอย่างละเอียด ที่องค์กรต้องจัดเตรียมให้พร้อมทั้งหมด
- Operation การวางแผน, ดำเนินการ และการควบคุมกระบวนการเพื่อให้บรรลุความต้องการด้านความปลอดภัยอย่างครบถ้วน
- Performance Evaluation การตรวจสอบ, ชี้วัด, วิเคราะห์ และประเมินผล รวมถึงการตรวจสอบภายใน และการทบทวนการบริหารจัดการการพิมพ์อย่างปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
- Improvement การปรับปรุงแนวทางรับมือกับประเด็นด้านความปลอดภัย และการปรับปรุงแนวทางการป้องกันอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมี Annex A ที่รวบรวมเอาความต้องการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง, สภาพแวดล้อมในการดำเนินงาน, กระบวนการในระดับองค์กร, การจัดซื้อ และการเริ่มการผลิตหรือการให้บริการ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญของมาตรฐานด้วย
จะเห็นได้ว่ามาตรฐาน ISO 14298:2021 นี้จะมุ่งเน้นไปที่การรักษากระบวนการ, วิธีการ และความลับในการพิมพ์เอกสารสำคัญให้ได้ตลอดทั้ง Supply Chain เป็นหลัก ตั้งแต่การจัดซื้อ, การดำเนินการภายใน และการขนส่งเอกสารสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลหรือทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตเอกสารสำคัญและวิธีการตรวจสอบในเชิงลึกหลุดรั่วออกไปยังเหล่าผู้ประสงค์ร้าย ในขณะที่ยังมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแก้ไขปลอมแปลงเอกสารสำคัญเหล่านี้ทำได้ยากยิ่งขึ้น
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ในมาตรฐานเหล่านี้ไม่ได้มีการระบุถึงเทคโนโลยีที่บังคับให้ใช้ในการผลิต ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่ผู้ผลิตเอกสารสำคัญจะต้องทำการออกแบบร่วมกับผู้ว่าจ้างหรือดำเนินการตามข้อกำหนดหรือข้อกฎหมายของเอกสารในแต่ละรูปแบบเอง ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ของมาตรฐาน ISO 14298:2021 ก็เป็นจุดที่เปิดให้การนำเทคโนโลยีการผลิตเอกสารสำคัญที่มีความปลอดภัยสูงขึ้นมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไปด้วย
แค่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 14298 ไม่พอ แต่ต้องดูระดับ (Level) และขอบเขต (Scope) ด้วย
ประเด็นที่น่าสนใจของมาตรฐาน ISO 14298:2021 นี้ก็คือการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสำหรับผู้ผลิตเอกสารสำคัญแต่ละราย ที่ผลของการตรวจสอบรับรองโดยผู้ตรวจสอบภายนอกจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
1. ระดับ (Level)
ผลการตรวจสอบรับรองตามมาตรฐาน ISO 14298:2021 จะแบ่งผู้ผลิตเอกสารสำคัญออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
- F (Security Printing / Fundamental) การผ่านความต้องการขั้นต้นของมาตรฐาน สำหรับการผลิตเอกสารสำคัญแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
- G (Security Printing / Governmental) การผ่านมาตรฐานในระดับที่สูงยิ่งขึ้น สำหรับการผลิตเอกสารสำคัญในระดับเอกสารข้อมูลตัวตนหรือพาสปอร์ต
- CB (Security Printing / Central Bank) การผ่านมาตรฐานในระดับที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก สำหรับการผลิตเอกสารสำคัญให้แก่ธนาคารกลาง, การจัดทำบัตรเครดิต, บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต
2. ขอบเขต (Scope)
แม้ว่าการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน ISO 14298:2021 จะมีการระบุระดับเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตเอกสารสำคัญที่ผ่านมาตรฐานนี้ในระดับใดๆ จะผ่านการรับรองในการผลิตเอกสารได้ทุกชนิด เพราะในการตรวจสอบรับรองนั้น จะต้องมีการระบุเสมอว่าการตรวจสอบรับรองนั้นเกิดขึ้นสำหรับการผลิตเอกสารสำคัญชนิดใด และจะออกการรับรองให้กับการผลิตเอกสารสำคัญชนิดนั้นๆ เท่านั้น
ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตบางรายอาจผ่านการตรวจสอบรับรองในประเภท เช็ค สแตมป์ เอกสารประกันภัย เท่านั้น จึงไม่อาจเชื่อถือถึงการผลิตเอกสารที่ต้องการปลอดภัยสูงกว่า เช่น พาสปอร์ต หรือ ธนบัตร เป็นต้น
ดังนั้นการพิจารณาเลือกผู้ให้บริการผลิตเอกสารสำคัญ จึงควรพิจารณาให้ครบถ้วนทั้งระดับที่สูงเพียงพอต่อความสำคัญของเอกสาร และ Scope ที่ผ่านการตรวจสอบรับรองมาแล้วทั้งคู่ เพื่อให้มั่นใจว่านอกจากกระบวนการทำงานที่จะปลอดภัยเพียงพอต่อความต้องการแล้ว ยังมีกระบวนการและเครื่องมือต่างๆ ที่ตรงต่อความต้องการในการผลิตเอกสารสำคัญอย่างครบถ้วนด้วย
แนวทางการคัดเลือกผู้ให้บริการ Secure Printing ที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งาน
สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาผู้ให้บริการด้านการผลิตเอกสารสำคัญอย่างปลอดภัยหรือ Secure Printing นั้น สามารถตรวจสอบรายชื่อของผู้ผลิตที่ผ่านมาตรฐาน ISO 14298 พร้อมระดับและขอบเขตของผู้ผลิตแต่ละรายทั่วโลกได้ที่ https://www.intergrafconference.com/list-of-certified-companies โดยข้อมูลจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐาน ISO 14298
ผู้ที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐาน ISO 14298 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ดังนี้
- ISO 14298 https://www.iso.org/standard/80070.html (ต้องซื้อเอกสารมาตรฐาน)
- Intergraf https://www.intergraf.eu/
- ISO 14298 Best Practices https://www.intergraf.eu/images/2026/pdf/Best%20Practice%20Guidelines%20and%20Minimum%20Security%20Standards%20for%20IDs%20-%20FINAL.pdf
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย








