Blockchain เหมาะสำหรับใช้ในการเลือกตั้งจริงหรือไม่

ทุกวันนี้ Blockchain เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้การยอมรับอย่างกว้างขวางในหลายวงการนอกจากต้นฉบับอย่าง Bitcoin ในวันนี้เราขอหยิบยกประเด็นของการใช้งาน Blockchain กับการเลือกตั้งที่เราอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าน่าจะทำได้ โดยทาง Scientificamerican ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหลายคนถึงกรณีนี้ไว้อย่างน่าสนใจเราจึงขอนำมาสรุปให้อ่านกัน

Credit: ShutterStock.com

นักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับ Blockchain ในงานเลือกตั้งกล่าวว่าไม่มีความจำเป็นเพราะปัจจุบันมีระบบการโหวตออนไลน์แบบไม่เปิดเผยตัวตนอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงระบบเหล่านี้ยังมีความน่าคลางแคลงใจว่าอาจเกิดการปลอมแปลงตัวตนเข้ามาโหวตแทนได้ เช่น อีเมลโหวตสามารถถูกแก้ไขหรือสูญหายได้ ระบบไม่สามารถคำนวณคะแนนได้แม่นยำพอ และเครื่องที่ใช้ในการโหวตก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าถูกแฮ็กได้ ซึ่งระบบโหวตสามารถถูกควบคุมได้โดยคนเดียวหรือกลุ่มของเครื่องจำนวนหนึ่ง (แน่นอนว่า Admin หรือผู้สร้างระบบอาจเข้าไปแก้ไขได้ใครจะรู้)

ด้วยเหตุนี้บริษัท Startup หลายแห่งจึงได้ผุดไอเดียการใช้ Blockchain ในการเลือกตั้งซึ่งมีเหตุผลสนับสนุนคือ ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้และมีการตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสคือถ้าเปลี่ยนแปลงจะมีหลักฐานเกิดขึ้น (Immutable และ Transparent) เพราะการที่เป็น Public ทำให้ทุกคนมีข้อมูลอยู่ในมือจึงดูเหมือนว่า Blockchain จะเหมาะกับงานเลือกตั้งเอามากๆ

อย่างไรก็ตามก็มีความเห็นจากฝ่ายตรงข้ามอย่าง Ron Rivest ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cryptography จาก MIT กล่าวว่า “ผมไม่รู้นะว่าใครคิดว่าไอเดียนี้ดีแต่ผมว่าอีกปีสองปี Startup พวกนี้ก็เจ๊งแล้ว” โดยมีเหตุผลเชิงปฏิบัติการจาก Arthur Gervais นักวิจัยด้าน Blockchain จากมหาวิทยาลัยลอนดอนกล่าวสนับสนุนว่า “การที่ Bitcoin ทำงานได้ดีเพราะตัวเองไม่ต้องอาศัยหน่วยงานกลางที่คอยออกความมีตัวตน (Identity) ให้เพราะผู้เข้าร่วมที่สามารถสร้างที่อยู่สาธารณะ (Public Address) ที่ทำหน้าที่เป็นเลขบัญชีสำหรับฝากเพื่อรับเงินเท่านั้น รวมถึงใช้ควบคู่กับ Digital Key สำหรับโอนเงินจากบัญชี ถ้าหากใครทำ Secret Key หายหรือแฮ็กเกอร์ได้ไปก็ไม่มีใครมาช่วยได้

แต่ในการเลือกตั้งรัฐบาลรัฐหรือผู้มีอำนาจต้องจัดทำรายชื่อของผู้มีสิทธิ์โหวตขึ้นซึ่งถ้าผู้มีสิทธิ์ถูกขโมย Digital Key ไปได้หรือฮาร์ดไดร์ฟที่เก็บ Key พังจะทำอย่างไร นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นสุดท้ายแล้วการใช้งาน Blockchain ในงานนี้ยังต้องมีการจัดตั้งการบริหารจัดการตัวตนของผู้โหวตแบบศูนย์กลางอยู่ดีจากผู้มีอำนาจเพื่อให้สามารถเรียกคืนสิทธิ์โหวตจาก Key ที่โดนขโมยหรือสูญหายได้ คำถามคือแล้วจะต่างอะไรก็ระบบเดิมที่มีใครสักคนสามารถควบคุมการโหวตได้จากศูนย์กลางเหมือนกัน

เช่นเดียวกันกับ Josh Benaloh ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cryptography จาก Microsoft กล่าวว่า “เทคโนโลยี Blockchain นั้นน่าสนใจและเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะการที่ทุกคนมีส่วนร่วมและไร้การควบคุมกลางแต่แค่ Blockchain ไม่ได้เหมาะกับงานเลือกตั้งเท่านั้นเอง” พร้อมทั้งได้พูดถึงเทคนิคที่เรียกว่า “end-to-end verifiable voting” ที่จะมาตอบโจทย์งานเลือกตั้งได้ดีกว่าโดยไม่ได้อาศัย Blockchain เลยและยังใช้แก้ปัญหาของ Blockchain ได้ด้วย

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก