Extreme Networks : ปฏิวัติระบบเครือข่ายขององค์กรด้วย Network Fabric 

คุณกำลังเป็นแอดมินของระบบเครือข่ายที่ต้องใช้เวลาทั้งวันไปกับการแก้ไขปัญหาเครือข่ายอยู่หรือเปล่า แม้กระทั่งการเพิ่ม VLAN รายการเดียว ก็ต้องเสี่ยงถึงอุปกรณ์ Core Switch ที่ต้องทำแผนยุ่งยากและปฏิบัติการนอกเวลาปกติ รวมถึงปัญหาลูปน่าปวดหัวที่ยังคงมีอยู่

หากคุณยังคงปวดหัวกับปัญหาของระบบเครือข่ายที่มีแต่จะซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างไม่จบสิ้น ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิดของ Network Fabric ที่ถูกวางตัวให้เป็นรากฐานของระบบเครือข่ายในปัจจุบัน ซึ่ง Extreme Networks ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่พวกเขาออกแบบขึ้นมาอย่างน่าสนใจ นั่นคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ดูแลระบบเครือข่ายให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จะเป็นอย่างไรนั้น ลองมาติดตามกันได้ในบทความนี้

Network Fabric คือคำนิยามของเครือข่ายสมัยใหม่ ที่นับรวมองค์ประกอบต่างๆทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในเครือข่ายเข้าไว้ด้วยกัน โดยนิยามของแต่ละผู้ให้บริการโซลูชันด้านเครือข่ายมักมีวิธีการนำเสนอที่ต่างกัน แต่โดยใจความสำคัญ Network Fabric มักพูดถึงอุปกรณ์ Switch, Router, Access Point, SD-WAN, Protocol ร่วมกับส่วน Virtualize Service Network ที่ช่วยจัดการอุปกรณ์ได้อย่างอัตโนมัติ ทำให้ระบบเครือข่ายปรับตัวได้รวดเร็ว บริหารจัดการระบบเครือข่ายได้แบบรวมศูนย์ และคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย

หากพิจารณาวิธีการจัดการระบบเครือข่ายที่มีมาก่อนหน้า จะเห็นว่าการจัดการเครือข่ายมักยังไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น เพียงแค่ต้องการเพิ่ม VLAN เข้ามาใหม่ ผู้ดูแลระบบของเครือข่ายแบบเดิมจะต้องเข้าไปตั้งค่าเพิ่ม VLAN ใหม่ให้ไปยังปลายทาง นั่นกระทบจนถึงระบบ Core Switch ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีกับองค์กรขนาดใหญ่ ที่ต้องขออนุมัติเวลาแก้ไขนอกเวลาทำการและนำเสนอแผนการแก้ไข(Change Management) ทั้งๆที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย ยังไม่นับรวมการ Provision อุปกรณ์หรือความต้องการปรับเปลี่ยนจากหน่วยงานทางธุรกิจอื่นๆ

จากความท้าทายของการจัดการระบบเครือข่ายที่ยุ่งยากนานาประการ ทำให้คอนเซปต์ Network Fabric ได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อก้าวเข้ามาเป็นพื้นฐานของเครือข่ายยุคใหม่ ซึ่งองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทายของรูปแบบทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป เช่น คลาวด์ การขยายสาขา จำนวนอุปกรณ์เครือข่าย ความหลากหลายของโปรโตคอลที่ต้องบริหารจัดการ แม้กระทั่งเหตุการณ์ทราฟฟิคลูปที่มีมานานก็ยังคงมีให้เห็นทุกวันนี้

credit : Extreme Networks

Extreme Fabric คือเทคโนโลยี Network Fabric จากค่าย Extreme Networks โดยจุดเด่นที่ทำให้เทคโนโลยี Fabric ของ Extreme Networks น่าสนใจกว่าคู่แข่งอื่นในท้องตลาด ก็คือแนวทางการอิมพลีเม้นต์ที่อาศัยโปรโตคอล Shortest Path Bridging (SPB) หรือมาตรฐาน IEEE 802.1aq ที่รองรับ VLAN แบบเดิมได้หรือ MAC-in-MAC encapsulation (802.1ah) เป็นแกนหลักสำคัญ

การเปลี่ยนแนวคิดนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในเชิงการจัดการโปรโตคอลในเครือข่าย สู่การจัดการ SPB เพียงตัวเดียว ไม่เท่านั้นคุณสมบัติ Layer 2(Data Link) ยังช่วยตัดการเข้าถึงในความสามารถของ L3 (Network Layer) ซึ่งมีประโยชน์ในแง่ของความมั่นคงปลอดภัยไปในตัว

อีกจุดเด่นของ Extreme Fabric ก็คือความชาญฉลาดของซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการจัดการวางแผนเส้นทาง เลือกเส้นทางที่รวดเร็วที่สุดจาก ความเป็นไปได้ทั้งหมด พร้อมจัดเตรียมเส้นทางสำรอง จึงไม่แปลกที่ผู้ใช้งาน Extreme Fabric แทบไม่สัมผัสถึงความหน่วงแม้เส้นทางจะเสียหาย เพราะมีเส้นทางสำรองจึงไปต่อได้เร็ว

Extreme Fabric นำเสนอประโยชน์ต่อผู้ใช้งานใน 3 มุมมอง คือ

credit : Extreme Networks

1.) Unify

Extreme Fabric ช่วยผสานโซลูชันด้านเครือข่ายขององค์กรให้เป็นผืนเดียวกันผ่านโปรโตคอล SPB เพียงหนึ่งเดียว ซึ่งประโยชน์ก็ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องจัดการโปรโตคอลหลายตัว เช่น BGP, ISP และอื่นๆ ขึ้นกับโครงสร้างของเครือข่าย ในกรณีที่มีการทำงานในลักษณะของสาขา Extreme SD-WAN จะช่วยขยายขีดความสามารถของ SPB ให้ข้ามข้อจำกัดของ L2 และเพิ่มประสิทธิภาพของการส่งทราฟฟิคข้าม WAN ได้ด้วย และส่วนสุดท้ายคือโครงข่าย Fabric นี้จะทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถสั่งการเครือข่ายได้จากระบบบริหารจัดการจากศูนย์กลางได้ในครั้งเดียว

2.) Automate

การปฏิบัติการเครือข่ายแบบอัตโนมัติเป็นฟังก์ชันสำคัญที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ด้วยใช้กำลังคนน้อยลง ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดโดยมนุษย์ ซึ่งผู้ใช้ Extreme Fabric จะได้รับประโยชน์จากความเป็นอัตโนมัติในกรณีต่างๆ เช่น

  • ช่วยในการ On-boarding อุปกรณ์ พร้อมตั้งค่าอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ อย่างกรณีของ Access Point อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้ามาใน Fabric สามารถรับการตั้งค่าอัตโนมัติ เช่น vlan, SSID และอื่นๆ ตลอดจนการเชื่อมต่อในเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบอย่าง Uplink ของ Switch
  • ช่วยค้นหาพอร์ทที่เปิดเชื่อมต่อพร้อมตั้งค่าที่จำเป็นให้สอดคล้องกับ LLDP (Auto-sense) โดย Extreme Networks สามารถรับรู้ถึงอุปกรณ์ได้อย่างอัตโนมัติ ที่รองรับไปถึงอุปกรณ์จาก 3rd Party ที่มีความร่วมมือกัน เช่น IP Phone, IP Camera และอื่นๆ
  • การปรับปรุงอุปกรณ์ทำแค่ที่ต้นทางและปลายทางเท่านั้น ในระหว่างเส้นทางเป็นหน้าที่ของระบบที่จะจัดการให้ทราฟฟิคสามารถส่งผ่านไปได้โดยอัตโนมัติ
  • ช่วยฟื้นฟูความเสียหาย(Self-healing) ของเส้นทางเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว เพราะระบบมีการคำนวณเส้นทางสำรองไว้ล่วงหน้า หากมีความเสียหายเกิดขึ้นระบบก็พร้อมปรับเปลี่ยนเส้นทางทันที (Fast Covergence)

3.) Secure

Extreme Fabric อาศัย SPB เป็นโปรโตคอลหลักสำหรับปฏิบัติการ โดยคุณสมบัติในการทำงานระดับ L2 คือเกราะกำบังแรกที่สร้างอุปสรรคให้แก่ผู้ไม่หวังดี อย่างน้อยที่สุดคือการจำกัดเครื่องมือเข้าถึงยอดนิยม เช่น Ping, Traceroute หรือความพยายามสำรวจเครือข่ายที่มักพึ่งพา L3 

นอกจากนี้ Extreme Fabric ยังมีการทำงานแบบ End-to-End ซึ่งผู้เชื่อมต่อจะมองเห็นเพียงแค่ระหว่างต้นทางและปลายทางเท่านั้น ทำให้อุปกรณ์ระหว่างต่างเปรียบเสมือนล่องหน(Stealth Network) จากผังการเชื่อมต่อ สุดท้ายด้วยการพึ่งพาซอฟต์แวร์ในการบริหารจัดการ หากมีเหตุเกิดขึ้น ผู้ดูแลระบบจะสามารถกักกันส่วนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว

credit : ShutterStock

Extreme Fabric สามารถพลิกโฉมการทำงานดูแลระบบให้สะดวกสบายขึ้น ตั้งแต่ระบบโปรโตคอล SPB เพียงหนึ่งเดียว การเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ก็ทำเพียงแค่ต้นทางและปลายทาง โดยไม่ต้องสนใจอุปกรณ์ระหว่างทาง ทำให้เกิดความปลอดภัยขั้นสูงที่จำกัดเพียงคู่สนทนา(Hyper-segmentation) ตัดวงจรลูปในระบบที่เป็นปัญหาคลาสสิคแต่ก็ยังมีให้เห็นในระบบเครือข่ายปัจจุบัน รวมไปถึงระบบจะคำนวณเส้นทางสำรองเตรียมการอย่างอัตโนมัติ  

Extreme Fabric เหมาะกับธุรกิจที่มีความซับซ้อนในเครือข่ายสูง ลดปัญหาความผิดพลาดที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์และทราฟฟิคลูปในระบบ รวมไปถึงธุรกิจสาขาด้วยการเสริม SD-WAN ที่ขยายขีดความสามารถให้แต่ละไซต์กลายเป็นผืนเดียวกัน ตลอดจนองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการจัดการอุปกรณ์จำนวนมาก การเพิ่มลดอุปกรณ์ปลายทางไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับ Core Switch ที่สำคัญ และดาต้าเซ็นเตอร์

ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีเครือข่าย LAN ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว Extreme Networks ได้รับการยกย่องจาก Gartner ในทำเนียบ Leader ถึง 6 ปีซ้อนจนถึงปี 2024 ที่ผ่านมา โดย Extreme Networks มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก และ ด้รับความไว้วางใจให้เป็นกระดูกสันหลังของการเชื่อมต่อของเครือข่ายองค์กร ดาต้าเซ็นเตอร์ และ สาขาของธุรกิจต่างๆ ซึ่งในปี 2025 Extreme Networks ที่อยู่ใน Visionaries ก็ยังก้าวเดินต่อไปด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมุ่งเน้นด้าน AI จากการเปิดตัว Extreme Platform ONE ซึ่งเราจะนำเสนอต่อไปในบทความครั้งหน้า

Gartner ได้ยกย่อง Extreme Networks ในหลายมิติ ตั้งแต่แง่มุมของความครบเครื่องในโซลูชันทั้ง Wire & Wireless, SD-WAN, Router carrier-grade, Fabric และ Cloud Management รวมถึงฟังก์ชันด้านความมั่นคงปลอดภัย ไปจนถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมล้ำสมัยอย่าง AI และ Analytics นอกจากนี้แนวคิดการนำเสนอโซลูชันที่มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ยังทำให้ Extreme Networks ได้รับความพึงพอใจอย่างล้นหลามในคุณภาพการให้บริการและดูแลหลังการขาย

ติดตามรายงานเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.extremenetworks.com/resources/report/gartner-magic-quadrant-wireless-wired-access-points

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือโซลูชันของ Extreme Networks ติดต่อได้ที่ SalesThailand@extremenetworks.com หรือติดต่อคุณ Teerayut Hongkananukraw ได้ที่ โทรศัพท์ 093-624-1935

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Google Cloud เปิดตัว Agent Compute Engine ใช้ microVM แยกระดับฮาร์ดแวร์ พร้อมขยาย Agent Governance

Google Cloud เปิดตัว Agent Compute Engine บริการ compute ที่ออกแบบมาเพื่อรัน AI Agent โดยเฉพาะ ซึ่ง Google ใช้รองรับการทำงานของ …

Microsoft เตือน Windows Server 2016 หมดระยะ Support มกราคม 2027 แนะนำอัปเกรดสู่ Server 2025

Microsoft แจ้งเตือนว่า Windows Server 2016 จะสิ้นสุดระยะ Extended Support ในวันที่ 12 มกราคม 2027 หลังจากนั้นจะไม่มีการปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยอีกต่อไป พร้อมแนะนำให้ผู้ดูแลระบบวางแผนอัปเกรดไปยัง Windows …