[สัมภาษณ์พิเศษ HPE Aruba CTO & GM] บทบาทของ Wi-Fi ในโลกของ IoT และ 5G กับก้าวถัดไปของ HPE Aruba

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษกับทางคุณ Partha Narasimhan ผู้ดำรงตำแหน่ง CTO แห่ง HPE Aruba และคุณ Amol Mitra ผู้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปแห่ง HPE Aruba ในประเด็นเรื่องอนาคตของเทคโนโลยี Wi-Fi จากการมาของ Internet of Things (IoT) และ 5G รวมถึงก้าวถัดไปของ HPE Aruba ทั้งในส่วนของเทคโนโลยี Switching และ Wi-Fi จึงได้สรุปให้ผู้อ่านทุกคนได้อ่านกันดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com

 

1. Wi-Fi จะมีบทบาทอย่างไรในการรองรับ IoT ในเมื่อมีเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายเฉพาะทางที่เกิดมาเพื่อ IoT โดยเฉพาะอยู่มากมาย?

จริงอยู่ที่ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายสำหรับ IoT โดยเฉพาะเกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีนั้นก็ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันไป บางตัวโดดเด่นเรื่องระยะทาง, บางตัวโดดเด่นเรื่องการประหยัดพลังงาน และอื่นๆ ในขณะที่ Wi-Fi เองนั้นก็มีจุดโดดเด่นด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่

  • มี Channel เยอะในย่านความถี่ 5GHz ทำให้รองรับการใช้งานอุปกรณ์ IoT จำนวนมากในพื้นที่จำกัดได้
  • มี Bandwidth มหาศาล รองรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย ไปจนถึงระบบ CCTV และ Video ด้วย
  • Wi-Fi นั้นมีการติดตั้งใช้งานอยู่แพร่หลายอยู่แล้ว ทำให้สามารถใช้เป็นระบบเครือข่ายแรกสำหรับการเริ่มต้นทำ IoT ได้ในหลายๆ ธุรกิจ
  • เนื่องจาก Wi-Fi นั้นเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่เกิดมานานแล้ว ดังนั้นจึงมีคนใช้งานและติดตั้งเป็นค่อนข้างเยอะ ทั้งในระดับการใช้งานทั่วๆ ไปและการใช้งานในระดับองค์กร

อย่างไรก็ดี การเลือกเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายให้เหมาะสมต่อการใช้งานของระบบ IoT ที่เราต้องการนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ดีในเชิงธุรกิจ ซึ่งองค์กรต่างๆ ก็ควรต้องศึกษาว่าเทคโนโลยีใดมีจุดเด่นและจุดด้อยอะไร และประเมินให้ดีก่อนเลือกใช้งาน

 

2. เทคโนโลยีด้าน Security บน Wi-Fi จะส่งผลอย่างไรต่อการนำไปใช้งานใน IoT บ้าง?

อีกประเด็นที่น่าสนใจสำหรับ Wi-Fi ก็คือการที่ Wi-Fi นั้นถูกนำไปใช้งานในระดับองค์กรอย่างแพร่หลาย จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานต่างๆ ทางด้านความปลอดภัยออกมามากมายสำหรับ Wi-Fi อยู่แล้ว ตั้งแต่ระดับของการยืนยันตัวตน, การกำหนดสิทธิ์, การตรวจจับการโจมตี, การทำ Network Segmentation ไปจนถึงการวิเคราะห์เครือข่ายเพื่อค้นหาการโจมตีรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอยู่ตลอดได้ด้วย AI และ Machine Learning ซึ่งประเด็นหลังสุดนี้ถือว่าสำคัญค่อนข้างมาก เพราะการโจมตีที่จะเกิดขึ้นกับ IoT นี้จะมีความหลากหลายเป็นอย่างมากจนเราอาจได้พบการโจมตีใหม่ๆ ทุกวันทุกเวลากับอุปกรณ์ IoT ที่เราใช้งานอยู่

ในทางกลับกัน อุปกรณ์ IoT นี้มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งเมื่อเราติดตั้งใช้งานเสร็จก็ไม่ได้มีการกลับไปดูแลรักษาหรืออัปเดตอะไรอีก ดังนั้นการพยายามรักษาความปลอดภัยจากภายนอกเช่น จากชั้นของระบบเครือข่าย จึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีและลดความซับซ้อนลงไปได้

และหากมองจากความเป็นจริงที่ทุกองค์กรนั้นถูกโจมตีทุกวันอยู่แล้ว การนำ IoT มาใช้งานในธุรกิจก็คงไม่ต่างกันกับการใช้งานอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งทุกๆ อุปกรณ์ต้องถูกโจมตีอย่างแน่นอน ดังนั้นการทำ Microsegmentation สำหรับอุปกรณ์ IoT เหล่านี้เพื่อไม่ให้การโจมตีขยายวงกว้างออกไป และการตรวจสอบ Traffic ที่ผิดปกติอยู่ตลอดก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ทราบอยู่ตลอดว่าอุปกรณ์ใดถูกโจมตีไปแล้วบ้าง

 

3. Wi-Fi จะมีบทบาทอย่างไรหลังจากการมาของ 5G?

ถึงแม้ปัจจุบันนี้ มาตรฐานของ 5G จะยังไม่นิ่งดีนัก แต่ภาพรวมของ 5G นั้นคือความพยายามในการผสานเทคโนโลยีระบบเครือข่ายในหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าการเชื่อมต่อทั้งหมดไม่ว่าจะผ่านทางช่องทางใดก็เสมือนเป็นระบบเดียวกัน และใช้งานต่อเนื่องได้อย่างไม่ติดขัด และหัวใจสำคัญก็คือประเด็นทางด้านการ Integrate เทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกันให้ได้ ซึ่ง Wi-Fi ก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะถูกผนวกรวมเข้าไปด้วย

สิ่งที่ Wi-Fi จะช่วย 5G ได้นั้นก็คือในกรณีของการเชื่อมต่อประสิทธิภาพสูงทั้งภายในและภายนอกอาคารด้วยต้นทุนการลงทุนที่ต่ำ และทำงานร่วมกับระบบ 5G ให้ได้อย่างกลมกลืนที่สุด ซึ่งในมุมมองนี้ Wi-Fi เองก็ได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้มาแล้วระดับหนึ่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการทำ Call over Wi-Fi ที่ทำให้โทรศัพท์สามารถโทรผ่าน Wi-Fi ได้เลยเสมือนว่ากำลังเชื่อมต่อกับโครงข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์อยู่ เป็นต้น

อีกจุดหนึ่งที่จะเป็นไปได้นั้นก็คือการที่ Wi-Fi เองก็ยังสามารถ Integrate เข้ากับระบบอื่นๆ ได้เพิ่มเติม เช่น Bluetooth Low Energy หรือ BLE ที่จะช่วยให้องค์กรหรือธุรกิจต่างๆ สามารถทำ Indoor Location Tracking ได้ ซึ่งความสามารถนี้ก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความต้องการที่หลากหลายรูปแบบได้ และขยายความเป็นไปได้ในการใช้งาน IoT ผ่านทาง BLE ด้วยนั่นเอง

 

4. นวัตกรรมถัดไปที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ Switch คืออะไร?

นอกจากประเด็นทางด้านมาตรฐานความเร็วใหม่ๆ ที่จะทำให้ระบบเครือข่าย LAN มีความเร็วเติบโตทันความต้องการของฝั่ง Data Center และ Wi-Fi แล้ว จุดที่จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างมากของระบบเครือข่าย LAN หลังจากนี้คือสถาปัตยกรรมเครือข่ายนั่นเอง

แต่ก่อนนั้นเราคุ้นชินกับการออกแบบระบบเครือข่ายแบบ 3-Tier จากนั้นมาก็เป็นโลกของ 2-Tier และ Spine-Leaf จนกระทั่งตอนนี้การทำ Overlay Network บนแนวคิดของ Software-Defined Networking (SDN) ก็เริ่มเป็นที่พูดถึงในกลุ่ม Data Center มากขึ้น และแน่นอนว่าการทำ Overlay Network นี้เองก็จะถูกนำมาใช้ในฝั่ง Access Network เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการออกแบบ Network Topology เฉพาะสำหรับแต่ละส่วนและแต่ละกลุ่มของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย เพื่อประเด็นทั้งในแง่ของความปลอดภัย, การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงเครือข่าย, การทำ Network Segmentation อย่างอิสระ และอื่นๆ อีกมากมาย

ในมุมของ HPE Aruba เองนั้นก็ได้เริ่มมีเทคโนโลยีลักษณะนี้ในฝั่ง Access Network ออกมาบ้างแล้ว ตัวอย่างเช่นการที่ Switch ของ HPE Aruba นั้นรองรับการทำ Tunnel ได้เหมือนที่ Access Point ทำ ทำให้ระบบเครือข่ายนั้นมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกำหนด Data Path และการทำ Network Segmentation ในระบบ LAN โดยไม่เกิดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อในชั้น Layer 1 – Layer 3 มากอย่างแต่ก่อนอีกต่อไป และทำให้การออกแบบระบบเครือข่ายสามารถควบคุมได้อย่างอิสระมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

 

5. HPE Aruba จะนำเทคโนโลยีไร้สายใดมาผสานเข้าระบบเป็นตัวถัดไป?

ก่อนหน้านี้ HPE Aruba ได้เริ่มนำเอา BLE มาใช้งานภายใน Wireless Access Point เพื่อเสริมบริการ Location Service ควบคู่ไปกับการให้บริการ Wi-Fi และก้าวถัดไปนั้นก็คงหนีไม่พ้นการรองรับมาตรฐานใหม่ๆ อย่าง 802.11ax ที่ย่านความถี่ 60GHz เพื่อรองรับ Bandwidth มหาศาลในระยะใกล้ และการรองรับเทคโนโลยี IoT Networking อื่นๆ ซึ่งยังไม่เปิดเผยว่าจะเป็นเทคโนโลยีใด และทาง HPE Aruba ก็ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาอยู่ภายในโซลูชันเองเลย หรือจะรองรับเพียงแค่ระดับการ Integrate เข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ

 

สุดท้ายนี้ทีมงาน TechTalkThai ต้องขอขอบคุณทาง HPE Aruba ที่ให้โอกาสในการสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ด้วยครับ



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Oracle ออกแพทช์ฉุกเฉิน อุดช่องโหว่ JOLTandBLEED ความรุนแรงระดับ Critical

Oracle ผู้ให้บริการระบบจัดการฐานข้อมูลและซอฟต์แวร์เชิงธุรกิจชื่อดัง ประกาศออกแพทช์ฉุกเฉินสำหรับอุดช่องโหว่ JOLTandBLEED รวม 5 รายการ บางช่องโหว่มีความรุนแรงระดับ Critical ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ Middleware ของ Oracle หลายรายการ

Fortinet เปิดตัว Fortigate รุ่นใหม่ 300E และ 500E

Fortinet ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยประสิทธิภาพสูง เปิดตัว Fortigate Firewall ใหม่ 2 รุ่น คือ Fortigate 300E และ 500E ตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรในยุค IoT …