SUSE by Ingram

นวัตกรรมสุดเจ๋ง จัดการ IT Operation ได้อย่างลงตัวด้วย AIOps

AIOps turn reactive to proactive IT Operation
นวัตกรรมสุดเจ๋ง จัดการ IT Operation ได้อย่างลงตัวด้วย AIOps บน VMware SD-WAN

ปัญหาปัจจุบันของ IT Team ในหลาย ๆ บริษัทคือมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการมอนิเตอร์มากมาย แบ่งแยกตามที่ใช้งาน เช่น Network, Wi-Fi, Server, Applications เวลามีปัญหาการใช้งานระหว่างเครื่อง Clients กับ Applications ก็ต้องมาเสียเวลาตรวจสอบหาสาเหตุแบบ manual ยากแก่การ Scope Down ปัญหา สุดท้ายอาจจะจบด้วยการไม่ทราบสาเหตุ เป็นเพียงแค่การคาดคะเน ทำให้องค์กรและธุรกิจได้รับผลกระทบ อาทิ เวลาที่เสียไปในระหว่างที่ไม่สามารถใช้งานได้ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ในการมอนิเตอร์ต่างๆ แต่ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้

Artificial Intelligence for IT Operation หรือ AIOps เป็น AI สำหรับงาน IT Operation โดยการนำความสามารถของ Big Data, Analytics และ Machine Learning มาช่วย ทำให้สามารถมอนิเตอร์ Infrastructure ได้แบบ End-to-end ช่วยให้เราสามารถช่วยดำเนินการได้แบบ Proactive ได้ ซึ่งในวันนี้ทาง VMware SD-WAN ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการใน version 4.1.0 มีการเพิ่ม AIOps โดยที่ VMware ใช้ชื่อทางการตลาดว่า Edge Network Intelligence หรือ ENI ที่สามารถเปิดใช้งานบน SD-WAN Edge ได้เลยทันที

VMware Edge Network Intelligent จะเข้ามาช่วยเติมเต็มเรื่อง Day-to-day Operation ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Dashboard ที่มีอยู่บน VMware SD-WAN Orchestrator ซึ่งแต่เดิมจะทำในส่วนของการระบุว่ามีแอปพลิเคชันอะไรบ้างที่วิ่งผ่าน WAN Network และสามารถทำออกมาเป็นเอกสาร PDF ได้ว่ามี Top 10 Applications อะไรในแต่ละสาขา แอปพลิเคชันไหนใช้งานแบนด์วิดท์เยอะที่สุด  แต่พอมี AIOps Platform เข้ามาช่วยนั้น จะทำให้ระบบมอนิเตอร์ Dashboard ของ VMware SD-WAN มีความสามารถของ Big Data, Analytics และ Machine Learning มาช่วย ในการมอนิเตอร์ Application Flow แบบ End-to-end สามารถมองเห็นถึง ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันของแต่ละผู้ใช้งาน มีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันที่ใช้งานเมื่อมีการทำการแก้ไขระบบ สามารถแจ้งเตือน IT Team เมื่อระบบหรือการใช้งานแอปพลิเคชันใดแอปพลิเคชันนึงมีปัญหา พร้อมทั้งเสนอข้อแนะนำว่าปัญหาเกิดที่ตรงส่วนไหน ซึ่งทำให้ทาง IT Team แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

Solution Component

VMware Edge Network Intelligence มีทั้งหมด 2 องค์ประกอบด้วยกันคือ

1. Cloud Analytics Engine/Private Cloud Appliance

เป็น Machine Learning รองรับการใช้งานทั้งบนคลาวด์และบนระบบขององค์กร ทำหน้าที่ Auto-discovery, Automatic Baseline และ Analytic จากข้อมูลที่ได้รับมาและแสดงผลออกมาผ่านทาง Dashboard และสามารถ Integrate กับ 3rd Party ผ่านทาง API

2. Clawer/Analytics Edge

เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ สำนักงานหรือบน Data Center เพื่อเก็บข้อมูลและส่งไปยัง Cloud Analytics Engine/Private Cloud Appliance สามารถติดตั้งได้สองรูปแบบคือ Standalone หรือ SD-WAN EDGE + ENI ทำหน้าที่เป็น Analytics Edge ซึ่งสามารถดึง Data Source ได้จากหลายแหล่งเพื่อให้ Machine Learning บนคลาวด์วิเคราะห์ โดยสามารถดึงข้อมูลได้จาก Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP), Domain Name Server (DNS), Remote Authentication Dial-In User (RADIUS), Wireless Controller, Access Point, Switch, IoT Devices, Unified Communication และยังสามารถติดตั้ง Agent บนเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อมอนิเตอร์ Work Form Home Solution ได้ด้วย

กรณีศึกษาสำหรับนำ AIOps ไปใช้ในองค์กร

Application Assurance

VMware Edge Network Intelligence สามารถติดตาม ตรวจสอบคุณภาพและรายงานหากพบการด้อยประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันได้มากถึง 3,000 แอปพลิเคชัน โซลูชันนี้เป็นการใช้ Bayesian ML วิเคราะห์การรับส่งข้อมูลของผู้ใช้ โดยจะทำให้ทีมไอทีสามารถทราบได้ว่ามีผู้ใช้ใดในระบบมีปัญหาการใช้แอปพลิเคชันอะไรบ้าง รวมถึงสามารถแยกแยะว่าปัญหาเกิดจากอะไร

Wireless and Wire Experience

VMware Edge Network Intelligence สามารถแสดงผลของผู้ใช้ที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายไร้สายมีสถานะการเชื่อมต่อเป็นอย่างไรบ้างเช่น Location, Access Point (AP) Radio, Signal Strength, Noise, Layer 2 Retransmissions, Radio Frequency (RF) Interference และ Channel Planning จากข้อมูลดังกล่าวสามารถช่วยลดปัญหาของ Wi-Fi Client ได้ที่ 50% และ Client Experience ดีขึ้นถึง 35%

Business Continuity and Work from Home

วิกฤติ COVID-19 ส่งผลให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงไปมีการ Work from Home มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่งผลทำให้ทีมไอทีไม่สามารถทราบได้เลยว่าผู้ใช้ที่ทำงานที่บ้านใช้งานแอปพลิเคชันได้ดีเหมือนกับอยู่ที่ออฟฟิศหรือไม่ โดยโซลูชันนี้ทางไอทีสามารถติดตั้ง ENI บนเครื่องผู้ใช้เพื่อให้ระบบเก็บข้อมูลการใช้งาน Unified Communication (UC), Frame Rate, Bit Rate และ Packet Loss ทำให้ทีมไอทีสามารถให้คำแนะนำการใช้งานให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว

Fault Isolation and Recommendation

การใช้งานแอปพลิเคชันที่ล่าช้า เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจาก Wi-Fi, LAN Network, WAN, Data Center, Cloud หรือ Internet ก็ได้ ซึ่งระบบที่ใช้ในการมอนิเตอร์ในปัจจุบันมีการแยกการมอนิเตอร์ทำให้ยากแก่การตรวจสอบปัญหาเกิดจากจุดใด เกิดการแก้ไขปัญหาได้ล่าช้า ทั้งนี้ VMware Edge Network Intelligence จะทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ผลให้กับทีมไอทีว่าปัญหาเกิดจากจุดใด และควรแก้ปัญหาอย่างไร

พร้อมหรือยังกับการนำ AI ไปใช้ใน IT Operation

PROEN ยินดีให้คำปรึกษาสำหรับการนำ AIOps ไปใช้ในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาและทดสอบได้ที่ sales@proen.co.th หรือสามารถดูตัว Demo ได้ที่ https://www.nyansa.com/demo/ โทร 02-690-3888

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Cisco เผยแผนเข้าซื้อกิจการ Dashbase เสริมความสามารถ AppDynamics ติดตามวิเคราะห์ข้อมูล Real-Time Communication

Cisco ได้ออกมาเผยถึงเจตนาในการเข้าซื้อกิจการของ Dashbase ผู้พัฒนาโซลูชันวิเคราะห์ทราฟฟิกสำหรับระบบ Voice, Video และ Chat โดยเฉพาะ เพื่อนำความสามารถของ Dashbase ไปเสริมให้กับ Cisco AppDynamics โดยเฉพาะ

Cisco เผยแผนพัฒนา Co-Packaged Optics ความเร็ว 800Gbps ที่ประหยัดพลังงาน คาดพร้อมใช้งานได้ปี 2024

Cisco ได้ออกมาเผยถึงความร่วมมือกับ Inphi ในการพัฒนา Co-Packaged Optics (CPO) สำหรับใช้ใน Switch รุ่นที่รองรับความเร็ว 51.2Tbps ในอนาคตซึ่งจะมี Interface 800Gbps แบบ Pluggable โดยคาดว่าการพัฒนานี้จะแล้วเสร็จและพร้อมนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาดได้ในปี 2024