[PR] ผลการสำรวจจากไอเอฟเอสระบุ 40% ขององค์กรต่าง ๆ ไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล ขณะที่ 86% คาดว่าการเปลี่ยนแปลงจะมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตองค์กร

ไอเอฟเอส บริษัทผู้พัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับองค์กรชั้นนำระดับโลก เผยผลการสำรวจจากผู้บริหารที่มีบทบาทในการตัดสินใจภายในองค์กรมากกว่า 500 คน จากสายงานต่าง ๆ ทั้งด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง การค้าปลีก น้ำมันและก๊าซ ยานยนต์ พลังงานและสาธารณูปโภค และสายงานอื่น ๆ โดย 86% ของผู้ตอบแบบสำรวจคิดว่าการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมของตน ขณะที่ 40% ยังไม่ได้วางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้

ifs-customer-survey-infographic

หน้าที่รับผิดชอบภายในองค์กรที่ไม่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล

เมื่อถามถึงบุคลากรภายในองค์กรที่มีความรับผิดชอบในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล ผู้ตอบแบบสำรวจชี้ว่าประธานฝ่ายสารสนเทศ ( CIO ) ( นับเป็น 40% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ) ประธานบริหาร ( CEO ) ( นับเป็น 39% ) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ( CFO ) ( นับเป็น 35% ) มีความรับผิดชอบต่อการผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจเห็นว่าประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ( CTO ) ( นับเป็น 20% ) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ( CMO ) ( นับเป็น 6% ) ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในด้านนี้

ifs-customer-survey-infographic-2

ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ตอบว่าตนมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัลขององค์กร โดย 53% ของประธานบริหาร ( CEO ) คิดว่าตนมีหน้าที่รับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลงนี้ ขณะที่ 69% ของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ( CFO ) และ 63% ของประธานฝ่ายสารสนเทศ ( CIO ) คิดว่าตนมีส่วนรับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัลมีความสำคัญมากแต่ยังไม่มีการวางแผนรับมือที่ชัดเจน

86% ของผู้ตอบแบบสำรวจตอบว่าการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัลจะมีความสำคัญต่อตลาดในอีก 5 ปี ขณะที่ 76% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยหลายองค์กรยังไม่ได้เตรียมความพร้อมในการวางกลยุทธ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง นับเป็น 40% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ยอมรับว่ายังไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน

ผลสำรวจในภูมิภาคอาเซียน

เทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล

ผู้ตอบแบบสำรวจในภูมิภาคอาเซียนให้คะแนนเรียงลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัลในอุตสาหกรรมที่ตนเกี่ยวข้อง ดังนี้

( คะแนน: 1-100 1 = ไม่มีความสำคัญ และ 100 = มีความสำคัญมาก )

  • การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ( Internet of things ) : 67
  • การประมวลผลด้วยระบบ cloud ( Cloud computing ) : 58
  • เทคโนโลยีค็อกนิทิฟ คอมพิวติ้ง ( Cognitive computing ) : 59
  • แมชชีน เลิร์นนิ่ง ( Machine learning ) : 60
  • เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ ( Wearable technology ) : 52
  • เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ( 3D printing ) : 40
  • เทคโนโลยียานบินไร้พลขับ ( Drone technology ) : 36

ความแตกต่างของผลสำรวจในแต่ละภูมิภาค

ผลสำรวจเผยตัวเลขความแตกต่างในแต่ละภูมิภาคในด้านหน้าที่รับผิดชอบภายในองค์กร

  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวโปแลนด์เชื่อว่าประธานฝ่ายสารสนเทศ ( CIO ) ( นับเป็น 57% ) เป็นผู้ที่มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล ขณะที่อีก 41% คิดว่าเป็นหน้าที่ของประธานบริหาร ( CEO )
  • ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ( CFO ) มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล ถึง 42% มีเพียง 30% ที่คิดว่าเป็นหน้าที่ของประธานบริหาร ( CEO ) ซึ่งนับเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยที่สุดจากผลสำรวจในทุกภูมิภาค
  • 57% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวบราซิลเห็นว่าประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ( CTO ) มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งนับเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากที่สุดจากผลสำรวจในทุกภูมิภาค
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวสแกนดิเนเวียเชื่อว่าประธานฝ่ายสารสนเทศ ( CIO ) มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล มากถึง 45% ตามมาด้วยประธานบริหาร ( CEO ) ด้วยคะแนน 38%
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวเอเชียมีความไม่แน่ใจมากที่สุด โดย 29% ไม่ทราบว่าตำแหน่งใดในองค์กรที่จะมีบทบาทในการช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัลครั้งนี้

ifs-customer-survey-infographic-3

มาร์ค โบลตัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทไอเอฟเอส กล่าวว่า “ผลสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่าผู้นำในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เล็งเห็นถึงศักยภาพของการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัลที่จะสร้างความแตกต่างให้องค์กร แต่ในหลาย ๆ กรณี ผู้นำยังไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานในองค์กร นอกจากนี้ยังไม่แน่ใจว่าตำแหน่งใดในองค์กรจะมีบทบาทในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล โดยองค์กรจะต้องอธิบายเป้าหมายและกลยุทธ์เพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เกี่ยวกับผลสำรวจ

ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 500 คนจาก 20 กว่าประเทศทั่วโลกร่วมตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในเชิงดิจิทัล ผู้ที่ตอบแบบสำรวจยังรวมถึงผู้ที่มีบทบาทในการตัดสินใจภายในองค์กร อาทิ ประธานบริหาร ( CEO ) ประธานฝ่ายสารสนเทศ ( CIO ) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ( CTO ) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ( CFO ) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ( CMO ) และตำแหน่งอื่น ๆ จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ทำงานร่วมกับไอเอฟเอส ทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง การค้าปลีกและการค้าส่ง

 

เกี่ยวกับไอเอฟเอส

ไอเอฟเอส เป็นบริษัทผู้นำที่ได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมไอทีในการผลิตและพัฒนาซอฟแวร์สำหรับธุรกิจชั้นนำระดับโลกด้านการวางแผนทรัพยากรองค์กร ( Enterprise Resource Planning หรือ ERP ) การบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กร ( Enterprise Asset Management หรือ EAM ) และ การบริหารจัดการงานบริการขององค์กร ( Enterprise Service Management หรือ ESM ) ไอเอฟเอสได้ทำให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้รวมถึงสามารถช่วยให้ลูกค้าเกิดความคล่องตัวทางธุรกิจและเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ไอเอฟเอสเป็นบริษัทมหาชน ( XSTO: IFS ) โดยก่อตั้งขึ้นในปี 1983 และมีพนักงานมากกว่า 2, 800 คนทั่วโลกโดยมีผู้ใช้งานซอฟแวร์ไอเอฟเอสมากกว่า 1 ล้านผู้ใช้งานทั่วโลกผ่านเครือข่ายท้องถิ่นและพันธมิตรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับการติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอเอฟเอสได้ที่ www.ifsworld.com

ติดตามไอเอฟเอสทางทวิตเตอร์ได้ที่ @ifsworld

เยี่ยมชม IFS Blogs เกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ได้ที่ http://blogs.ifsworld.com/


About TechTalkThai_PR

Check Also

[Guest Post] ฟูจิตสึเปิดตัวแบรนด์ธุรกิจใหม่ Fujitsu Uvance มุ่งแก้ปัญหาสังคม ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน

โตเกียว, –  ฟูจิตสึได้เปิดตัวแบรนด์ธุรกิจระดับโลกใหม่ล่าสุด Fujitsu Uvance ซึ่งจะนำเสนอโซลูชั่นด้านทรานส์ฟอร์เมชั่นเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน  Fujitsu Uvance จะใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาของฟูจิตสึใน 7 ด้านที่สำคัญ เพื่อมอบคุณประโยชน์ที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ “การทำให้โลกมีความยั่งยืนมากขึ้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมโดยอาศัยนวัตกรรม”

‘ไอบีเอ็ม’ โชว์ล้ำเครื่องมือ AI ให้ข้อมูลอัจฉริยะเชิงลึกด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยองค์กรตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนและปัญหาสภาพภูมิอากาศ

กรุงเทพฯ​ ประเทศไทย – 12 ต.ค. 2564: วันนี้ ไอบีเอ็ม (NYSE:IBM) ได้ประกาศเปิดตัวชุดเครื่องมือที่ให้ข้อมูลอัจฉริยะเชิงลึกด้านสิ่งแวดล้อม ที่ใช้ความสามารพของ AI ในการช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านอากาศและสภาพภูมิอากาศที่อาจดิสรัปท์ธุรกิจ พร้อมสามารถประเมินผลกระทบที่องค์กรสร้างขึ้นต่อโลกได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กำกับดูแลและการจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้อง