Breaking News
AMR | Citrix Webinar: The Next New Normal

สรุปงาน IBM Think Thailand 2019 งานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน

เมื่อเดือนสิงหาคม 2019 ที่ผ่านมา ทาง IBM ได้จัดงานสัมมนา IBM Think Thailand 2019 ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ Royal Paragon Hall ที่ห้าง Siam Paragon และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 3,000 คนที่สนใจเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจองค์กรหลากหลาย ทั้ง AI, Blockchain, Cloud และ Cybersecurity ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย จึงขอเขียนสรุปเนื้อหาต่างๆ เอาไว้ดังนี้ครับ

งานประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม มีผู้ให้ความสนใจตลอดจนจบวัน

งานนี้ถือเป็นการจัดงาน IBM Think เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีการนำบูธจัดแสดงเทคโนโลยีที่จัดแสดงในงานสัมมนาใหญ่ระดับโลกที่เคยจัดก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ ของ IBM มาจัดแสดงด้วย ทำให้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 3,000 คนมาร่วมงานในครั้งนี้

Credit: IBM

ภาพรวมของงานในช่วงเช้านั้นจะเป็นเวที Keynote ที่ทั้งคุณปฐมา จันทรักษ์ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการแห่ง IBM ประจำประเทศไทย กับคุณ Harriet Green ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO และ Chairman แห่ง IBM Asia Pacific ได้มาแสดงวิสัยทัศน์และดำเนินรายการ โดยมีวิทยากรรับเชิญมากมายทั้งจากกรมศุลกากร, สามารถคอร์ปอเรชั่น, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, Red Hat และทีมงานของ IBM ด้วยกันเอง

Credit: IBM

ส่วนในช่วงบ่ายนั้นจะเป็นช่วงที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมบูธต่างๆ ที่นำเทคโนโลยีหลากหลายมาจัดแสดง ทั้ง AI, Blockchain, Cloud และ Cybersecurity โดยมีไฮไลท์สำคัญคือระบบ Simulation รถ Formula One และหุ่นยนต์ Nao ที่ต่างก็มีเทคโนโลยีของ IBM เป็นเบื้องหลังทั้งสิ้น

และเมื่อถึงเวลาบ่ายแก่ๆ ทางทีมงาน IBM ก็จะเริ่มต้น Workshop ในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Cloud, Data & AI, Supply Chain, Business Reinvention, Security, Modern IT Infrastructure อีกทั้งยังมี Hands-on Lab ทางด้าน Cloud และ Data & AI ให้ผู้ที่สนใจได้มาร่วมงานอีกด้วย

Credit: IBM

ถึงแม้วิทยากรจำนวนมากในงานครั้งนี้จะมาจากต่างชาติซึ่งอาจทำให้ผู้เข้าร่วมงานบางท่านตามเนื้อหาบางส่วนไม่ทันด้วยประเด็นเรื่องของภาษา แต่ IBM เองก็ได้มีการเตรียมหูฟังพร้อมทีมล่ามเอาไว้ ทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป และผู้เข้าร่วมงานทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาเทคโนโลยีล่าสุดในระดับนานาชาติได้ทุกคนอย่างทั่วถึง

เนื่องจากเนื้อหาในงานนี้เยอะและแน่นมาก การสรุปครั้งนี้จึงขอนำเสนอในรูปแบบของการจด Lecture สรุปย่อให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ

Harriet Green กับมุมมองของ IBM ต่อประเทศไทยในการก้าวสู่ Thailand 4.0

Credit: IBM

คุณ Harriet Green ได้เริ่มต้นดำเนิน Keynote ด้วยการนำเสนอเนื้อหาพร้อมเชิญวิทยากรรับเชิญจากหน่วยงานต่างๆ ขึ้นมาแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง

  • IBM พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันเมืองไทยไปสู่ภาพของ Thailand 4.0 และประเด็นสำคัญซึ่งสอดคล้องกับที่ภาครัฐของไทยให้ความสำคัญ ก็คือประเด็นด้านทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องเร่งสร้างทักษะใหม่ให้เหมาะสมกับโลกในอนาคต และประเด็นด้าน Cybersecurity ที่จะเป็นหัวใจสำคัญต่อความมั่นคงของทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมดในไทย
  • ภาคธุรกิจของไทยต้องปรับตัวเปิดรับเทคโนโลยี AI, Cloud, Data เพื่อนำมาใช้ในการทำ Business Reinvention หรือการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจใหม่, การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ, การส่งมอบ Customer Experience ที่ดีขึ้น โดยธุรกิจต้องหันไปสู่การเป็น Digital-First, Data-Driven และ Secure ในขณะที่ยังต้องเติบโตอย่างรวดเร็วได้บนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่เหมาะสม
  • 3 สิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจในอนาคต ได้แก่
    • Reimagining จินตนาการให้ออกถึง Customer Experience รูปแบบใหม่ๆ, กระบวนการการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ และวิธีการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการทำ Digitization ที่นำ AI และ Data เข้ามาช่วยในทำธุรกิจ ไปจนถึงการนำ Blockchain เข้ามาใช้
    • Modernizing การปรับระบบ IT Infrastructure ให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ระบบมีความทนทานสูง และก้าวไปสู่ภาพของ Hybrid Cloud ให้ได้
    • Assuring ทำให้ลูกค้ามั่นใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจ, เทคโนโลยีที่ใช้ และการนำข้อมูลไปใช้ในเชิงธุรกิจ
  • การเข้าซื้อกิจการของ Red Hat นั้นทำให้ IBM และ Red Hat กลายเป็นที่หนึ่งทางด้าน Hybrid Cloud ไปแล้วในตลาดที่มีมูลค่านับล้านล้านเหรียญนี้ ด้วยการช่วยให้ระบบ On-Premise นั้นถูกย้ายขึ้นไปสู่ Hybrid Cloud ได้ และเปลี่ยนจาก Virtual Machine ไปสู่ Container ได้ง่ายขึ้น
  • ปี 2019 นี้เป็นปีที่คุณ Harriet Green มองว่าเทคโนโลยี AI นั้นเริ่มถูกใช้งานเป็นวงกว้างขึ้นมากแล้ว และ IBM ก็พร้อมจะจับมือกับภาครัฐในไทยเพื่อผลักดันและพัฒนาเทคโนโลยี AI ในไทยให้เติบโตยิ่งขึ้นไปอีก โดยที่ผ่านมาก็ได้มีการร่วมกันพัฒนา AI, Analytics, IoT และ Mobile Application เพื่อสร้าง Dashboard วิเคราะห์ข้อมูลและทำนายแนวโน้มการปลูกอ้อยในหลากหลายแง่มุมมาแล้ว
  • ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ นั้นจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และการนำข้อมูลมาสร้างคุณค่าใหม่ๆ ในอนาคต ในขณะที่ AI และ Blockchain ก็จะเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในอนาคตเป็นอย่างมาก
  • กรมศุลกากรได้กลายเป็นหน่วยงานภาครัฐแห่งที่สองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียแปซิฟิก ที่ใช้ IBM TradeLens Platform ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Maersk เพื่อเพิ่มความเร็ว, ความแม่นยำ และความมั่นคงปลอดภัยให้กับการขนส่งสินค้าทั้งภายในและระหว่างประเทศ ถือเป็นการประกาศครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ในงานครั้งนี้เลย
  • ในการทำ Digital Transformation นั้น แนวทางหนึ่งที่สำคัญคือการเริ่มจากการทดลองก่อน จนเมื่อการทดลองสำเร็จแล้วก็ค่อยนำการทดลองนั้นมาปรับสู่การทำ Transformation ซึ่งตรงนี้เองที่ Hybrid Cloud จะเข้ามามีบทบาทช่วยให้การทดลองนั้นถูกแปลงมาสู่งานจริงๆ ได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น และทำให้นวัตกรรมใหม่ๆ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง
  • การซื้อ Red Hat มาทำให้ IBM ได้ร่วมมือกับ Red Hat ในการเปลี่ยนให้ระบบ Application ของ IBM นั้นกลายเป็น Cloud-Native ด้วยการทำ Containerize เกิดเป็นการพัฒนา IBM Cloud Pak ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เทคโนโลยีของ IBM ทั้งหมดในอนาคตจะรองรับการใช้งานแบบ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud ได้ทันที ไม่ยึดติดอยู่กับ Platform ใด Platform หนึ่งอีกต่อไป แนวทางนี้เรียกว่า Open Multi-Cloud
  • SAMART ได้ร่วมมือกับ IBM สร้าง Cognitive Security Operation Center (SOC) ขึ้นมาเป็นแห่งแรกของไทย ด้วยการนำ IBM Watson และ IBM Threat Intelligence มาใช้งาน
  • แนวทางการทำงานในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างมากจากแนวโน้มของการนำ AI และ Analytics มาใช้งาน และความต้องการทักษะของแรงงานในอนาคตก็จะเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีเหล่านั้น IBM จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานหลากหลายเพื่อเปิดตัว P-TECH ในการเสริมทักษะให้กับนักเรียนประถมและมัธยมเพื่อให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้าน Digital เพื่อเตรียมตัวให้เด็กๆ มีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต ในขณะที่ภาครัฐของไทยเองก็จะรับบทบาทด้านการส่งเสริมทักษะเหล่านี้ให้กับทั้งเด็กๆ และคนวัยทำงานด้วย

กรมศุลกากรกับการเริ่มต้นนำ Blockchain มาใช้ตรวจสินค้าที่ขนส่งทางทะเล

หัวใจของการนำ Blockchain มาใช้ในเชิงธุรกิจนั้นก็เพื่อให้ได้มาซึ่ง Transparency, Trust และ Collaboration ซึ่งใน IBM TrandLens Platform นี้ก็มีข้อมูลที่กรมศุลกากรสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ จนเกิดความร่วมมือกัน และทำให้กรมศุลกากรได้รับข้อมูลการขนส่งทางทะเลแบบ Real-time ตั้งแต่ทันทีที่เรือเดินทางออกจากท่าเรือ ต่างจากเดิมที่จะได้รับข้อมูลก่อนที่เรือจะถึงท่า 48 ชั่วโมงเท่านั้น และทำให้กรมศุลกากรสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าทั้งหมดได้ล่วงหน้า อีกทั้งข้อมูลยังมีความน่าเชื่อถือสูง ส่งผลให้การทำงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก และสามารถอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับในอนาคตกรมศุลกากรก็จะมีการนำข้อมูล Bank Guarantee ที่ถูกจัดเก็บอยู่บน Blockchain มาใช้ด้วย ทำให้กระบวนการในการรับสินค้ามีความอัตโนมัติและรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

สาเหตุหลักที่ทำให้กรมศุลกากรเกิดความสนใจที่จะร่วมมือกับ IBM นี้ก็คือการที่ IBM TrandLens Platform มีข้อมูลการเดินเรือจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ และมีระบบที่พร้อมให้ใช้งานได้ รวมถึงยังมีทีมงานในประเทศไทยที่คอยอำนวยความสะดวกในการผสานระบบเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อให้กรมศุลกากรสามารถใช้งาน IBM TrandLens Platform ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กับการทำ Digital Transformation ของสถาบันการเงินขนาดใหญ่

คุณฐากร ปิยะพันธ์ ผู้ดำรงตำแหน่ง Head of Krungsri Consumer และ Head of Digital Banking and Innovation ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้เริ่มต้นเล่าถึงการเปลี่ยนไปของธนาคารที่ต้องล้อไปกับโลกของเทคโนโลยี ในโลกของ IT เราคงคุ้นเคยกับแนวคิด Platform-as-a-Service หรือ Infrastructure-as-a-Service กันอยู่แล้ว และธนาคารในอนาคตเองก็ต้องเดินตามรอยไปสู่การเป็น Banking-as-a-Service ให้ได้

ในการก้าวไปสู่การเป็น Banking-as-a-Service นี้ การนำ API มาใช้เพื่อทำตัวเป็น Open Banking นี้ถือเป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพื่อที่ว่าหากในอนาคตนั้นมีธุรกิจใดๆ ที่ต้องการเชื่อมต่อกับธนาคารและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในโลก Digital ขึ้นมา ธนาคารจะได้พร้อมให้บริการได้ทันที

ในมุมของธนาคารเองนั้นก็ไม่ต่างจาก IBM นัก คือธนาคารมองว่า Collaboration นั้นเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในอนาคต และธนาคารกรุงศรีอยุธยาเองนั้นก็ต้องการที่จะเป็นผู้ที่สนับสนุนให้ธุรกิจต่างๆ ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น และเชื่อมต่อกับลูกค้าผู้ใช้งานทุกคน ให้บริการด้านการเงินได้จากทุกที่ทุกเวลา และนี่ก็คือแนวทางในการทำ Digital Tranformation ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาต้องการมุ่งไปนั่นเอง

หัวใจสำคัญในการทำ Digital Transformation ครั้งนี้ก็คือการปรับปรุง Customer Experience ให้ดีขึ้นและเหมาะกับบริบทในอนาคตมากขึ้น รวมถึงปรับให้กระบวนการทำงานนั้นมี Productivity และ Efficiency ที่สูงขึ้น เพื่อลดต้นทุน ซึ่งสิ่งที่จะขับเคลื่อนแนวทางเหล่านี้ได้ ก็คือการมีเทคโนโลยีที่ดี และการนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ ซึ่ง AI และ Cloud ก็คือเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การนำข้อมูลมาใช้งานนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น

ข้อคิดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ของคุณฐากรนั้น ก็คือการเริ่มต้นจากการทำสิ่งเล็กๆ ก่อนอย่างมุ่งมั่น และมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยตัดสินใจด้วยการใช้ข้อมูลเสมอ

Red Hat กับการเร่งผลักดันองค์กรไปสู่ยุคของ Hybrid Cloud ด้วย Container

ในมุมของคุณ Damien Wong ผู้ดำรงตำแหน่ง VP และ GM ประจำภูมิภาค ASEAN ใน Red Hat นั้น Open Source Software ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมต่างๆ มากมายทั้ง Cloud, AI, Data โดยการที่ IBM ได้เข้าซื้อกิจการของ Red Hat นี้ก็จะทำให้การช่วยให้ภาคธุรกิจต่างๆ สามารถใช้งาน Container เติบโตมากขึ้นได้

ส่วนที่บูธนั้นก็มีการนำเสนอแนวคิด Hybrid Multicloud ที่นำ Container ขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการทำให้ภาพนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ และทำให้การย้ายระบบต่างๆ นั้นสามารถย้ายได้ทั้งระหว่างระบบ On-Premises ที่ใช้ IBM Power หรือ IBM Z กับระบบ Private Cloud หรือระบบ Public Cloud ต่างๆ ทั้ง IBM Cloud, Google Cloud Platform (GCP), Microsoft Azure หรือ Amazon Web Services (AWS) ก็ตาม โดยทาง IBM จะมีโซลูชัน IBM Cloud Pak ที่หลากหลายซึ่งผ่านการทดสอบการใช้งานบนระบบ Container มาเป็นอย่างดีแล้ว มาให้ภาคธุรกิจองค์กรเลือกไปใช้งานได้ทันที

IBM กับการช่วยให้ทีม Formula One ของ Red Bull Racing ชนะการแข่งขันมาได้

Credit: IBM

บูธนี้เป็นส่วนหนึ่งของบูธ Modernize Infrastructure ที่ IBM มีส่วนร่วมกับทีม Red Bull Racing ที่ IBM ได้นำ IBM Spectrum เข้าไปเป็นเบื้องหลังในการออกแบบและทำ Simulation ให้กับรถ Formula One จนได้รับชัยชนะมา โดยการแข่งนี้จะมีการจำกัดว่าจะมีการประมวลผลได้ในชั่วโมงที่จำกัด ทีมงาน IBM จึงได้นำข้อมูลระหว่างแข่งจากอุปกรณ์ IoT ที่ติดตั้งอยู่บนรถมาผสานกับข้อมูลปัจจัยภายนอกอื่นๆ เช่น สภาพอากาศ จนทำให้การปรับแต่งรถในระหว่างแข่งนั้นใช้เวลาต่ำสุดได้น้อยกว่า 2 วินาทีได้เลยทีเดียว และ IBM ยังทำ Automation ส่วนอื่นๆ ให้กับทีมแข่งรถด้วย โดยในงานครั้งนี้ทาง IBM ก็ได้นำระบบ Simulation ดังกล่าวมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองขับรถ Formula One เสมือนกันด้วย

บูธอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ภายในงานครั้งนี้ยังมีบูธให้ความรู้เกี่ยวกับ Quantum Computing โดย IBM Q, การสร้าง AI ขึ้นมาใช้งานจริงได้เองโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมอีกต่อไปด้วย IBM Power AI Vision, บูธการผสานระบบ AI เข้ากับธุรกิจแฟชันด้วย IBM Watson และอื่นๆ อีกมากมาย

Credit: IBM

ติดตามข่าวสารจาก IBM Thailand

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารต่างๆ จากทาง IBM Thailand สามารถติดตามได้บน Facebook Fan Page ที่ https://web.facebook.com/IBMThailand/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

สรุป Webinar ปกป้อง Multi Cloud และ Container ให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ด้วย Intrinsic Security โดย VMware NSX

ก่อนหน้านี้ทางทีมงาน VMware ได้มาเล่าเรื่องในหัวข้อ"ปกป้อง Multi Cloud และ Container ให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ด้วย Intrinsic Security โดย VMware NSX" ในงาน TechTalk Webinar ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากผู้อ่านค่อนข้างมาก ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอนำเนื้อหามาสรุปเอาไว้ให้ผู้ที่อาจจะไม่มีเวลาชมคลิปเองได้อ่านกันสั้นๆ ดังนี้ครับ

สรุป Red Hat Webinar: Developer Productivity on Kubernetes with Red Hat OpenShift

หนึ่งในเรื่องที่คน IT หลายคนต้องเร่งเรียนรู้ในปีนี้ก็คือเรื่องของเทคโนโลยี Enterprise Container และในบทความนี้ทีมงาน TechTalkThai ก็จะขอสรุปเนื้อหาสั้นๆ จากงาน Red Hat Webinar: Developer Productivity on Kubernetes with Red Hat OpenShift เพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักกับ Red Hat OpenShift กันมากขึ้นดังนี้ครับ