IBM เปิดตัว 2 เครื่องมือ Open Source ใหม่สำหรับ Kubernetes – Kui และ Iter8

ในงาน Kubecon + CloudNativeCon ทาง IBM ได้ออกมาประกาศเปิดตัว 2 Open Source Tool สำหรับเสริมความสามารถให้กับ Kubernetes ได้แก่ Kui และ Iter8

Credit: ShutterStock.com

Kui นั้นเป็นเครื่องมือที่จะมาช่วยจัดการงานบนระบบ Kubernetes ให้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถใช้คำสั่งจาก CLI เดียวเพื่อควบคุมเครื่องมืออื่นๆ ที่ทำงานร่วมกับ Kubernetes ได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอให้วุ่นวาย โดย IBM ระบุว่า Kui สามารถช่วยลดเวลาการทำงานของผู้ดูแลระบบ Kubernetes ลงได้ถึง 5 เท่า อีกทั้งภายใน IBM Cloud Pak for Multicloud Management นั้นก็ยังใช้ระบบ Visual Web Terminal ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Kui ด้วย https://github.com/IBM/kui

ในขณะที่ Iter8 นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นภายในระบบ Service Mesh ที่ใช้งาน Istio นั้นง่ายดายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถทำการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รวมถึงยังสามารถทำการทดสอบ A/B Testing ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจที่ทำ Service Mesh สามารถมั่นใจได้ในอัปเดตใหม่เทียบกับระบบเดิม และตัดสินใจอัปเดตระบบได้แม่นยำยิ่งขึ้น https://github.com/iter8-tools/

ก่อนหน้านี้เอง IBM ก็เคยเปิดตัวโครงการ Open Source สำหรับเสริมการใช้งาน Kubernetes อย่างเช่น Tekton และ Razee ออกมาแล้วและก็ยังคงมีการอัปเดตอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์ของ IBM นั้นก็คือการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วยเสริมให้การใช้งาน Kubenetes ในระดับธุรกิจองค์กรนั้นเป็นไปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และนำเครื่องมือเหล่านี้ไปเสริมให้กับบริการของ IBM Cloud เองอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ที่มา: https://virtualizationreview.com/articles/2019/11/18/ibm-kubernetes.aspx



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

AWS ลดราคา Amazon EKS ลง 50%

AWS ได้ประกาศลดราคาบริการ Amazon Kubernetes Service ลงกว่า 50%

นักวิจัยตั้ง Honeypot จำลองระบบในอุตสาหกรรมเพื่อศึกษาการโจมตีจริง

ทีมนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Trend Micro ได้ตั้ง Honeypot ปลอมเป็นองค์กรภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ระบบ เช่น ICS, PLC และอื่นๆ โดยผลลัพธ์ชี้ว่าผู้ดูแลระบบมีความเสี่ยงจากคนร้ายทั่วไปที่หวังผลทางการเงินมากกว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับชาติ