HPE ผสาน Nimble InfoSight สู่ 3PAR เริ่มใช้ AI, ML ตรวจการทำงานของ 3PAR แล้ว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ HPE ได้เข้าซื้อกิจการของ Nimble Storage มา เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่ม All Flash Storage และการนำเทคโนโลยี Big Data Analytics, Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) สำหรับใช้ในการตรวจสอบการทำงานของระบบ Storage ภายใน Data Center มาใช้นั้น ตอนนี้ HPE ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับ HPE 3PAR ระบบ Storage รุ่นเรือธงของตนเองแล้ว

Credit: HPE

 

หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า Nimble Storage นั้นได้ทำการรวบรวมข้อมูลการทำงานของอุปกรณ์ Storage ของตนทั่วโลกมาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2010 ตั้งแต่ก่อน HPE จะประกาศเข้าซื้อมาเป็นเวลานานถึง 6-7 ปี ด้วยการวบรวมข้อมูลกว่า 4,000 Data Point จาก Storage แต่ละชุดทุกๆ 5 นาที ทำให้ Nimble Storage นั้นมีข้อมูลมากถึง 30-70 ล้านรายการจากอุปกรณ์แต่ละชุดในทุกๆ วัน ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี AI และ ML ของ Nimble Storage นั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากด้วยข้อมูลปริมาณมหาศาลในระดับนี้บน Nimble InfoSight

Nimble Storage สามารถทำการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติด้วยข้อมูลบเหล่านี้ได้มากถึง 86% ในขณะที่ 54% ของปัญหาที่พบนั้นไม่ใช่ปัญหาที่เกิดบนตัวอุปกรณ์โดยตรง และปัจจุบันเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ก็จะเริ่มถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของ HPE แล้ว โดยเริ่มต้นที่ HPE 3PAR ก่อน

Nimble InfoSight จะสามารถทำงานร่วมกับ HPE 3PAR ตั้งแต่ 3PAR OS รุ่น 3.3.1 GA เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่อยากศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nimble InfoSight สามารถศึกษาได้ที่ https://www.nimblestorage.com/technology-products/infosight/ เลยครับ

 

ที่มา: https://blog.architecting.it/hpe-nimble-skynet-3par/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[วีดีโอย้อนหลัง] VMware by Broadcom Webinar : Your First Line of Defense – How VMware Addresses AI-Era Security Threats

สำหรับใครที่พลาดงาน VMware by Broadcom Webinar : Your First Line of Defense – How VMware Addresses …

ปลดล็อก Disaster Recovery แบบเดิม ด้วย IBM FlashSystem และ Storage Defender ที่เพิ่มความต่อเนื่องให้ธุรกิจในยุค Ransomware โจมตีทุกทิศทาง

ปัจจุบันโจทย์สำคัญของผู้นำองค์กรและทีมไอทีไม่ได้อยู่ที่ว่าระบบจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์หรือไม่ แต่คำถามจริง ๆ คือเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น องค์กรจะสามารถกู้คืนระบบสำคัญให้กลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้รวดเร็วเพียงใด ท่ามกลางสมรภูมิ Ransomware ที่มีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน ผลกระทบจาก Downtime ไม่ได้ประเมินกันแค่ชั่วโมงการทำงานที่เสียไป แต่คือความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียงทางธุรกิจที่ประเมินค่าได้ยาก