SUSE by Ingram

[Guest Post] HIKVISION Thailand จับมือ สนง.ตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้าน AI และเทคโนโลยีรู้จำใบหน้า เพื่อยกระดับการทำงานของตำรวจ

บริษัท HIKVISION Thailand ได้ร่วมกับ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมและงานสัมมนาหัวข้อ FACE + AI + POLICE = ? เทคโนโลยีรู้จำใบหน้ากับงานตำรวจ โดย คุณภาสวร ลิ้มติ้ว Security Solution Manager ของ HIKVISION Thailand ได้รับหน้าที่วิทยากร เพื่อบรรยายเรื่อง เทคโนโลยี Aritificial Intelligence (AI) และ Smart City Solution ให้กับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งมีที่มาจากโครงการจัดหาระบบค้นหาเปรียบเทียบใบหน้าคนร้ายจากไฟล์วิดีโอ      กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

 

โดย HIKVISION ได้ร่วมเสวนาในฐานะ Vender ด้าน Security ภายใต้โจทย์ FACE + AI + POLICE = ? ร่วมกับ พล.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา รองผู้บัญชาการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองของตำรวจ และคุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรรายการ“แบไต๋ไฮเทค” และ CEO บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ร่วมเสวนาในมุมมองของกูรูชื่อดังด้านเทคโนโลยี

ในการเสวนา แต่ละท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นออกมาได้อย่างน่าสนใจ ในมุมมองที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ร่วมฟังเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ในวันที่สองของกิจกรรม ก็ได้มีการอบรมการใช้งาน Hikvision Fusion Server ให้กับเจ้าหน้าที่  

เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า และ AI นับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของการติดตามตัวผู้ร้ายใน ยุคดิจิตอลของวงการตำรวจไทยเลยทีเดียว

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ Hikvision Thailand ได้ที่
Website: https://www.hikvision.com/th/,https://www.youtube.com/c/HikvisionThailandOfficial
Facebook: https://www.facebook.com/HikvisionThai/
Linked-In: https://www.linkedin.com/company/hikvision-thailand/?viewAsMember=true
Line@: hikvision_thailand

About Maylada

Check Also

[Guest Post] LTI และ IBM ขยายพันธมิตรระดับโลก ช่วยองค์กรเร่งการยกระดับสู่ยุคดิจิทัลด้วยไฮบริดคลาวด์แบบเปิด

มุมไบ, อินเดีย :  LTI และ IBM เล็งจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อพัฒนาโซลูชันร่วมกับลูกค้า

[Guest Post] รายงานของซิสโก้เผย บริษัทในเอเชีย-แปซิฟิกเผชิญการแจ้งเตือนภัยคุกคามไซเบอร์ที่เพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากการทำงานจากที่บ้าน

ความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อันดับหนึ่งขององค์กรไทยส่วนใหญ่คือ“การเข้าถึงอย่างปลอดภัย”  69% ขององค์กรในเอเชีย-แปซิฟิกเผชิญปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25% นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด 54% ขององค์กรในภูมิภาคนี้มีความพร้อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ 7% ไม่พร้อมที่จะรองรับการทำงานจากที่บ้านในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด องค์กร 85% มองว่าในตอนนี้ไซเบอร์ซีเคียวริตี้มีความสำคัญอย่างมาก หรือมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน