[Guest Post] Microchip เพิ่มเครื่องมือพัฒนาตัวที่สองสำหรับนักออกแบบที่ใช้ชิป PolarFire® RISC-V® FPGA ชนิด SoC ที่ใช้พลังงานต่ำของ Microchip สำหรับการใช้งาน Embedded Vision ที่เอดจ์

แพลตฟอร์มเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการออกแบบระบบที่ปลอดภัยและวางใจได้ในการใช้งานต่างๆ ตั้งแต่การอนุมานโครงข่ายประสาท ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งระดับอุตสาหกรรม (Industrial Internet of Things หรือ IIoT) และระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงงาน 

วันนี้ Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) ได้เปิดตัวเครื่องมือพัฒนาตัวที่สอง ซึ่งมาพร้อม Smart Embedded Vision เพื่อสนับสนุนงานสร้างสรรค์ของนักออกแบบที่ใช้อุปกรณ์โลจิกแบบโปรแกรมได้ (Field Programmable Gate Array หรือ FPGA) ชนิด System on Chip (SoC) ของ PolarFire RISC-V อุปกรณ์ PolarFire เป็นอุปกรณ์ FPGA ชนิด SoC ที่ใช้พลังงานต่ำที่สุดในอุปกรณ์ระดับเดียวกันของอุตสาหกรรม และเป็นอุปกรณ์พิสัยกลาง (Mid-range) ชนิดเดียวในกลุ่มอุปกรณ์ประเภทเดียวกันที่รองรับการประมวลผลวิดีโอสองหน้าจอพร้อมกันและหน่วยประมวลผล Application-class RISC-V ที่มีสี่แกนประมวลผล (Quad Core) โดยรันบนทั้งระบบปฏิบัติการตามเวลาจริง (Real Time Operating System  หรือ RTOS) และระบบปฏิบัติการที่ทรงประสิทธิภาพต่างๆ เช่น Linux®

 

Microchip ได้เพิ่มแพลตฟอร์มพัฒนา Smart Embedded Vision เข้ากับชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development Kit หรือ SDK) VectorBlox™ ซึ่งเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้และ IP สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ PolarFire เพื่อเขียนชุดคำสั่งสำหรับโครงข่ายประสาทที่ได้รับการฝึก โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ FPGA มาก่อน ประโยชน์การใช้งานที่ได้รับการพัฒนาขึ้นล่าสุด จะช่วยให้การพัฒนาโซลูชั่น Edge-compute ในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหาด้านความร้อนในการใช้งาน IIoT และระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงงาน เป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น ทั้งนี้ IP, ฮาร์ดแวร์ และเครื่องมือของแพลตฟอร์มสำหรับโซลูชั่นเหล่านี้จะรวมถึง 

  • Embedded Vision รองรับเครื่องมือดังต่อไปนี้: กล้องคู่ 4K MIPI CSI-2; HDMI® 2.0 พร้อมการขยายสัญญาณตาม FPGA Mezzanine Card (FMC); CoaXPress® 2.0; SDI (6 Gbps และ 12 Gbps); MAC IP ชนิด Universal Serial 10 GE Media Independent Interface (USXGMII) พร้อมการเจรจาอัตโนมัติ (Auto-negotiation); และโปรโตคอล USB 3.1 Gen 1 และ Gen 2
  • IIoT และระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงงานทำให้สามารถใช้งานเครื่องมือดังต่อไปนี้ได้: Wi-Fi®/Bluetooth®; USB 2.0; SD Card; Embedded MultiMediaCard (eMMC); อุปกรณ์ปลายทาง Peripheral Component Interconnect Express (PCIe®) ที่ได้รับการบูรณาการเต็มรูปแบบและฟังก์ชัน Root Port ที่ตั้งค่าสำหรับสี่เลน; และขั้วต่อ mikroBUS™ ที่สามารถใช้งานกับแพลตฟอร์ม Trust&GO ของ Microchip เพื่อให้การเชื่อมต่อคลาวด์มีความปลอดภัย

แพลตฟอร์มจะรองรับระบบนิเวศ Mi-V RISC-V ซึ่งรวมถึงเครื่องมือพัฒนาจาก AdaCore, Green Hills Software, Mentor Graphics และ Wind River โซลูชั่น RTOS เชิงพาณิชย์จะพร้อมให้บริการ โดยรวมถึง VxWorks® และ Nucleus® ตลอดจนโซลูชั่นที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีทั้ง Zephyr® และ FreeRTOS™ ทั้งนี้ โซลูชั่น Middleware จะพร้อมให้บริการจาก DornerWorks, Hex Five และ Veridify Security

FPGA ชนิด SoC ของ PolarFire จาก Microchip มีประสิทธิภาพในการทำงานภายใต้ความร้อน และความปลอดภัยระดับที่ใช้ในหน่วยงานความมั่นคง (Defense-grade) สำหรับระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ พร้อมการใช้พลังงานที่น้อยกว่าเครื่องมือระดับเดียวกันถึงครึ่งหนึ่ง SoC ของ PolarFire และแพลตฟอร์ม Smart Embedded Vision ช่วยให้นักออกแบบสามารถใช้งานระบบ Edge Compute, Hard Real-time และ Mixed Real-time ได้อย่างมีประสิทธิภาพบนระบบปฏิบัติการ พร้อมการรองรับระบบ OS ผู้ใช้จึงมีหนึ่งแพลตฟอร์มที่มอบการใช้งานถึงสามแบบ

ความพร้อมในการสั่งซื้อ

แพลตฟอร์มพัฒนา Smart Embedded Vision ของ Microchip สามารถสั่งซื้อได้แล้วตอนนี้ แต่ FPGA ชนิด SoC ของ PolarFire กำลังอยู่ระหว่างการผลิต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ FPGA_Marketing@microchip.com

โปรดแจ้งให้เราทราบ หากคุณต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ FPGA ชนิด SoC ของ PolarFire และวิธีใช้งาน IIoT, ระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงงาน และระบบ Embedded Vision ที่เอดจ์อื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


About Maylada

Check Also

Application Experience คือจุดสูงสุด ตราบเท่าที่มีความมั่นคงปลอดภัย

ปัจจุบันนี้ ความต่อเนื่องของธุรกิจขึ้นกับว่าแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานหรือไม่เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งพนักงานและลูกค้าต่างเป็นกังวลไม่ต่างกัน ฝ่าย IT ถูกกดดันให้จัดเตรียมแอปพลิเคชันที่มีทั้ง Experience และ Security ที่ดี แต่ความซับซ้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ณ Edge และ Cloud กลับสร้างภาระเพิ่มเติมให้แก่ผู้ดูแลระบบ ที่ต้องคอยจัดหาเครื่องมือและเทคโนโลยีมาสร้างสมดุลย์ให้แก่แอปพลิเคชันโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย

Free Webinar : หัวข้อ : รู้ทัน พร้อมรับมือ! พรบ.Cookie (PDPA) [15 ธ.ค. 2021 – 14.00น.]

เนื่องด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ มีความหลากหลายที่มากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำได้ง่าย และนำมาซึ่งการสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูล ตลอดจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังนั้น ประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการออกกฎหมาย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ กลไกหรือมาตรฐานการกำกับดูแลเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย (ต่อไปนี้เรียกโดยย่อว่า PDPA) ขึ้นมา โดยถูกกำหนดให้มีผลบังคับใช้ภายในเดือนพฤษภาคม 2565 …