[Guest Post] ฟอร์ติเน็ตออกโอเอส FortiOS 7.2 พร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ เสริมตำแหน่งที่ 1 ผู้นำด้าน Converged Networking และ Security

เสริมฟีเจอร์ใหม่ด้านเครือข่ายและความปลอดภัยเพื่อเชื่อมการทำงานบน SD-WAN, ZTNA, SWG, NGFW และอื่นๆ เข้าด้วยกัน ให้การทำงานด้านความปลอดภัยที่สม่ำเสมอทั่วเครือข่ายเอดจ์ในทุกขนาด

Fortinet® (NASDAQ: FTNT) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบบูรณาการและแบบอัตโนมัติประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ FortiOS 7.2 ซึ่งเป็นการอัปเกรดระบบปฏิบัติการเรือธงหลักครั้งล่าสุด และเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงของแพลทฟอร์มซีเคียวริตี้แฟบริค (Security Fabric) ด้วยคุณสมบัติใหม่กว่า 300 รายการที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของฟอร์ติเน็ตในการรองรับการผนวกรวมของเครือข่ายและความปลอดภัย (Converged Networking and Security) ที่ส่วนเอดจ์ (Edge) อีกทั้งช่วยให้เหล่าลูกค้ามีการตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามทรงประสิทธิภาพและยืดหยุ่นในได้ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด

มุ่งรองรับเครือข่ายประเภทไฮบริด และตอบสนองความต้องการอันเร่งด่วนของธุรกิจ

ในการเร่งเครื่องพัฒนาธุรกิจดิจิทัลให้เร็วขึ้น อันเป็นแนวโน้มสำคัญที่องค์กรเห็นได้ชัดเจนในการปรับตัวขององค์กรในยุคปัจจุบัน องค์กรจำเป็นต้องออกแบบเครือข่ายของตนเองให้เป็นแบบไฮบริดมากขึ้น ซึ่งมีลักษณะกระจายเครือข่ายออกไปนอกองค์กร อยู่ในเอดจ์หลายประเภทรวมถึงอยู่บนคลาวด์อีกด้วย  ทั้งนี้ แบรนดอน บัตเลอร์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย เครือข่ายองค์กรที่ไอดีซีกล่าวว่า “เครือข่ายเป็นรากฐานในการสร้างแอปพลิเคชันของไอโอที เอดจ์และคลาวด์ เพื่อใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ปรับขนาดได้ง่าย และปลอดภัย  องค์กรจึงต้องการเครือข่ายไฮบริดมากมายรองรับการโอนถ่ายแอปพลิเคชันและเวิร์กโฟลว์ที่ราบรื่นในทุกเครือข่ายเอดจ์ เพื่อให้ผู้ใช้หรืออุปกรณ์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้จากทุกที่ ดังนั้น การบริหารจัดการเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยแบบผสมผสานขั้นสูงจึงกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยเร่งการใช้ดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพให้เร็วมากขึ้น”

โอเอสเวอร์ชันใหม่ FortiOS 7.2 มาพร้อมบริการรักษาความปลอดภัยฟอร์ติการ์ดใหม่ที่ใช้เอไอขับเคลื่อน ส่งให้เป็นแพลตฟอร์มที่ผนวกรวมด้านเครือข่ายและความปลอดภัยเพียงแพลตฟอร์มพร้อมใช้งานเดียวในปัจจุบัน และรองรับการหลอมรวมเหล่าผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยในเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง และคลาวด์อีกมากมาย ส่งให้ FortiOS มีศักยภาพสูง สามารถปกป้องเครือข่ายไฮบริดในปัจจุบันได้

ใช้เอไอขับเคลื่อนบริการรักษาความปลอดภัยฟอร์ติการ์ดใหม่

บริการรักษาความปลอดภัยฟอร์ติการ์ด (FortiGuard Security Services) อันครบสมบูรณ์ของฟอร์ติเน็ตนั้นขับเคลื่อนโดยศูนย์ฟอร์ติการ์ดแล็บส์และผสานรวมเบ็ดเสร็จอยู่ในซีเคียวริตี้แฟบริค เพื่อมอบความปลอดภัยแบบอัตโนมัติและประสานงานแบบเรียลไทม์ บริการฟอร์ติการ์ดขับเคลื่อนโดยความฉลาดของแมชชีนเลิร์นนิ่งที่เชื่อถือได้และโมเดลของเอไอจากชุดข้อมูลรวมที่ป้อนมาจากเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทางต่างๆ และคลาวด์ และรวมถึงผลการวิจัยอิสระที่หลากหลาย และความร่วมมือในอุตสาหกรรมอันครอบคลุมครอบคลุม

ใน FortiOS 7.2 นั้น ฟอร์ติเน็ตได้พัฒนาบริการและคุณสมบัติใหม่ๆ มากมาย เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามที่รู้จักแล้วและยังไม่รู้จักให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งรวมถึง:

  • อินไลน์แซนบ็อกซ์: โอเอสใหม่นี้เปลี่ยนเทคนิคการตรวจจับแซนบ็อกซ์แบบเดิมให้เป็นการป้องกันภัยคุกคามในเครือข่ายแบบเรียลไทม์เพื่อหยุดมัลแวร์ทั้งที่รู้จักแล้วและยังไม่รู้จัก โดยส่งผลกระทบต่อการทำงานน้อยที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้คือการป้องกันแรนซัมแวร์ที่ดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับโซลูชันที่อนุญาตให้ไฟล์ที่น่าสงสัยเข้ามาในเครือข่าย และจะต้องไล่ตามมัลแวร์เมื่อระบุพบ
  • การปกป้องอุปกรณ์ขั้นสูง: บริการนี้จะพบและแบ่งกลุ่มอุปกรณ์โอทีและไอโอทีตามคุณลักษณะเครือข่ายเฉพาะได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยรักษาทรัพย์สินและใช้เทคนิคจับคู่ด้วยรูปแบบ แล้วจึงบังคับใช้นโยบายควบคุมที่เหมาะสม และดำเนินการแก้ไขโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ บริการนี้เปิดให้ใช้ได้ทันที่เมื่อลูกค้าใช้โซลูชันเน็กซ์เจนเนอเรชันไฟร์วอลล์ (NGFW) ร่วมกับ FortiNAC ที่ LAN Edge และยังมาพร้อมกับเพลย์บุ๊กสำหรับ NAC ที่ทำงานด้านการตรวจจับและตอบสนอง
  • การตรวจจับการแพร่กระจาย: ให้การเตือนภัยในทันทีและเปิดสคริปต์การไล่ล่าภัยคุกคามหลังจากที่ได้ระบุภัย และจะตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่โดยอัตโนมัติ ทำให้ทีม SOC มีเวลาในการตรวจจับและแก้ไขได้เร็วขึ้น
  • บริการ SOC-as-a-Service: หากองค์กรใช้ NGFW อยู่แล้วจะเลือกใช้บริการนี้ในอัตราค่าบริการที่ประหยัด โดยมอบให้ทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของฟอร์ติเน็ตเป็นผู้ปฏิบัติงานแทน ช่วยลดภาระการทำงานของทีม SOC
  • ไอพีเอสเฉพาะ: บริการนี้ออกแบบมาสำหรับหน่วยงานด้านการเงินและการควบคุมต่างๆ โซลูชันนี้ช่วยเมื่อมีการโอนถ่ายจากฮาร์ดแวร์ที่แยกไว้ไปยัง NGFW โดยไม่กระทบกับการทำงานและการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ
  • อินไลน์ซีเอเอสบี: ซีเอเอสบีหรือ CASB ย่อมาจาก Cloud application security broker อันเป็นบริการที่ใช้ในการบริหารความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชันบนคลาวด์ โอเอสใหม่นี้จึงผสานรวมบริการของ FortiGate และ FortiClient Fabric Agent เพื่อให้เป็นบริการใหม่ที่ใช้ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลใน ZTNA แบบอินไลน์และการตรวจสอบพฤติกรรมของส่วน ZTNA

FortiOS 7.2 ยังช่วยยกระดับบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้แก่:

  • บริการเรทติ้งในเครือข่ายแฟบริค: ในขณะที่ลูกค้าออกแบบและใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยของตนเองอย่างต่อเนื่องนั้น เรทติ้งจะช่วยแนะนำลูกค้าในขั้นตอนการตรวจสอบ การระบุจุดอ่อนที่สำคัญ และจุดอ่อนในการตั้งค่าต่างๆ
  • ความปลอดภัยสำหรับเว็บ: บริการด้านยูอาร์แอล ดีเอ็นเอสและการกรองวิดีโอที่ใช้เอไอขับเคลื่อนนั้นจะให้การป้องกันภัยคุกคามที่ครอบคลุม สามารถจัดการกับภัยคุกคามต่างๆ รวมถึงแรนซัมแวร์ การขโมยข้อมูลประจำตัว ฟิชชิ่ง และการโจมตีทางเว็บอื่นๆ ได้

ความแข็งแกร่งที่เสริมในแพลตฟอร์มเครือข่ายและความปลอดภัยแบบหลอมรวมเดียวที่พร้อมใช้งานในวันนี้

แนวทางการสร้างเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยคุณสมบัติความปลอดภัย (Security-driven networking) ของฟอร์ติเน็ตได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเทคโนโลยีเครือข่ายสมัยใหม่ในทุกเอดจ์ ทั้งนี้  FortiOS 7.2 ยังหลอมรวมการทำงานของเครือข่ายและความปลอดภัยครอบคลุมการทำงานของฟอร์ติเกตเน็กซ์เจนเนอเรชันไฟร์วอลล์ (NGFW) เอสดีแวน (SD-WAN) แลนเอดจ์ (LAN Edge) รวมทั้ง 5G และ Zero-trust network access (ZTNA) และอื่นๆ ดังนี้:

  • เอสดีแวน:โซลูชันซีเคียวเอสดีแวนที่ปลอดภัยที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ได้รวมคุณสมบัติที่เร่งความเร็วและประสานการทำงานได้โดยอัตโนมัติ จึงทำให้องค์กรปรับขนาด WAN ทั่วโลกของตนเองได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ ฟอร์ติเน็ตได้ปรับปรุงการตรวจสอบการวิเคราะห์แอปพลิเคชันให้สูงขึ้นและเพิ่ม Mean Opinion Score (MOS) สำหรับแอปพลิเคชันเสียงและวิดีโอ องค์กรจึงสามารถวัดคุณภาพของประสบการณ์การใช้ตั้งแต่ส่วนแอปพลิเคชันไปยังผู้ใช้ปลายทางได้อย่างง่ายดาย
  • เอสดีบรานช์: โซลูชันที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับการรักษาความปลอดภัยที่สาขาขององค์กรจาก WAN Edge ไปยัง LAN Edge ครอบคลุมการเชื่อมโยงประเภท 5G Wireless และ WAN และ SD-WAN ความปลอดภัยสำหรับ NGFW และอุปกรณ์ LAN ในโซลูชันเดียว โอเอสใหม่นี้ช่วยให้การปรับใช้และการประสานเป็นอัตโนมัติมากขึ้น จึงช่วยให้การตั้งค่าและการบริหารเครือข่ายสาขาทั่วโลกง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • ส่วน LAN Edge ที่อุปกรณ์สวิชต์และไวไฟ: องค์กรสามารถปกป้องเครือข่ายด้วยกลยุทธ์รวมเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยเข้าเป็นโซลูชันหนึ่งเดียว จึงช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งอุปกรณ์ทุกประเภทได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ คุณสมบัติด้านออนบอร์ดใหม่นี้จะช่วยให้มองเห็นอุปกรณ์ได้แบบบูรณาการ จึงสามารถจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง ‘ที่น้อยที่สุด’ ใน LAN Edge โดยไม่มีโอเวอร์เฮดของระบบเพิ่มเติม
  • เน็กซ์เจนเนอเรชันไฟร์วอลล์: โอเอสใหม่นี้ส่งให้ FortiGate เป็นไฟร์วอลล์ประเภทเน็กซ์เจนเนอเรชั่นรายแรกที่สนับสนุน HTTP/3.0 ที่ให้ทัศนวิสัยและการป้องกันที่เพิ่มขึ้นสำหรับมาตรฐาน HTTP ใหม่ ซึ่งรับประกันความเร็วและความคล่องตัวที่การใช้งานแบบดิจิทัลต้องการ
  • การระบุตัวตน: โอเอสใหม่นี้ช่วยฟอร์ติเน็ตให้สามารถยกระดับการทำงานของอุปกรณ์ FortiAuthenticator ทั้งแบบ On-premise และแบบ VM ได้ด้วยการเพิ่มบริการตรวจสอบสิทธิ์บนคลาวด์แบบใหม่ที่เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันและทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ ในระบบคลาวด์ และเมื่อรวมกับคุณสมบัติการพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA)  แบบไม่ใช้รหัสผ่าน (FIDO-based passwordless)  ใหม่ ฟอร์ติเน็ตจึงสามารถให้บริการตรวจสอบสิทธิ์ที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมไฮบริดในปัจจุบัน
  • ZTNA: ไฟร์วอลล์เน็กซ์เจนเนอเรชั่น (ทั้งแบบอุปกรณ์ หรือ VM หรือคลาวด์) ของฟอร์ติเน็ตเพียงแห่งเดียวมาพร้อมกับคุณสมบัติการบริหารการใช้ ZTNA พร้อมใช้งานในทุกสถานที่ทำงานทั่วโลก จึงรองรับการใช้งาน Work-from-Anywhere ทั่วโลกได้ทันทีอย่างแท้จริง และตอนนี้ ให้การจัดการที่ง่ายขึ้นด้วยการกำหนดค่านโยบายแบบรวมศูนย์ใหม่ใน GUI เดียวสำหรับทุกการเชื่อมต่อและการปรับปรุงพอร์ทัลบริการ ZTNA อีกด้วย
  • การแบ่งโซนย่อย: ฟอร์ติเน็ตกำลังขยายการแบ่งส่วนในซีเคียวริตี้แฟบริค และความสามารถของการแบ่งส่วนย่อยเพื่อให้การจัดเครือข่ายแบบ Intent-based และการควบคุมการรับส่งข้อมูลภายในศูนย์ข้อมูล
  • การเข้าถึงการใช้งานจากทางไกลที่ปลอดภัยโดย SASE: ฟอร์ติแซสซี (FortiSASE) ช่วยปกป้องให้การเข้าถึงการใช้งานแอปพลิเคชันขององค์กรอย่างปลอดภัยใน ZTNA ด้วยการใช้เอเจ้นท์เดียวกันสำหรับการป้องกันปลายทางและการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูล ทั้งนี้ การตรวจสอบข้อมูลประจำตัวและตรวจสอบพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการเข้าถึงแบบ Implicit เป็นแบบ Explicit ต่อแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ผู้ใช้จากทางไกลแก้ไขปัญหาของวีพีเอ็นแบบเดิมๆ ได้
  • ทำให้การตรวจสอบและการบริหารเป็นแบบรวมศูนย์และง่ายขึ้น: การปรับปรุงใหม่นี้จะทำให้เริ่มโครงการใหญ่ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นไปโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังเป็นการหลอมรวมเอไอเข้าไปในการบริหารเครือข่ายในระดับลึกมากขึ้น จนเป็น AI for network Operations (AIOps) ที่ใช้โซลูชัน FortiManager ในการบริหารให้เป็นแบบรวมศูนย์ และใช้ FortiMonitor ในการตรวจสอบประสบการณ์ด้านดิจิทัล

เดินหน้าหลอมรวมผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยให้เข้าทั่วทั้งเครือข่าย กับอุปกรณ์ปลายทางและคลาวด์

ฟอร์ติเน็ตยังคงขยายขีดความสามารถของซีเคียวริตีแฟบริคในการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยหลายรายการให้ครอบคลุมพื้นผิวการโจมตีที่นับวันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

  • ยกระดับประสิทธิภาพทั่วทั้งซีเคียวริตี้แฟบริค: การอัปเกรดเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง และคลาวด์ทั้งหมดของฟอร์ติเน็ตที่เปิดตัวใน FortiOS 7.2 ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของซีเคียวริตีแฟบริคและความสามารถของฟอร์ติเน็ตในการรวมผลิตภัณฑ์ด้านรักษาความปลอดภัยเข้าเป็นแพลตฟอร์มที่กว้างขวาง ผสานรวม และทำงานอัตโนมัติ ทรงประสิทธิภาพ
  • บูรณาการกับระบบนิเวศพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอุตสาหกรรม: โครงการพันธมิตร Fortinet Fabric-Ready Technology Alliance ของฟอร์ติเน็ตมุ่งมั่นรวบรวมกลุ่มพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ จากการผสานรวมมากกว่า 480 รายการได้เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถสร้างแพลตฟอร์มของโซลูชันแบบบูรณาการได้ง่ายขึ้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย ลดความซับซ้อน และทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้น

ยืนเป็นที่ 1 เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมความปลอดภัยไซเบอร์

ฟอร์ติเน็ตเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำของอุตสาหกรรม และเสนอโซลูชั่นด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากที่สุดในโลกจากนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในศูนย์วิจัยและพัฒนาหลายแห่งในอเมริกาเหนือและแคนาดามานานหลายปี ด้วยสิทธิบัตรที่ได้รับรางวัล 1,255 รายการ ทำให้ฟอร์ติเน็ตมีสิทธิบัตรมากกว่าบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อื่นๆ เกือบ 3 เท่า นอกจากนี้ ด้วยความเชื่อมั่นในการตรวจสอบมืออาชีพของบุคคลที่สาม ฟอร์ติเน็ตจึงส่งผลิตภัณฑ์ของตนเพื่อเข้าทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เป็นกลางกับองค์กรที่ได้รับการยอมรับที่สุดในอุตสาหกรรม โดยมีผลจากการทดสอบอันโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง

แผนการจำหน่าย

FortiOS 7.2 พร้อมให้ใช้งานแล้วในขณะนี้

เข้าร่วมการสัมมนาผ่านเว็บ FortiOS 7.2

ขอเชิญท่านเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมระบบเครือข่ายและความปลอดภัยล่าสุดจากฟอร์ติเน็ต โดยเข้าร่วมงานประชุมประจำปีในรูปแบบดิจิทัล Accelerate 2022  ในวันที่ 11-13 พฤษภาคม (EMEA/APAC) หรือเข้าร่วมงาน Accelerate Asia 2022 Thailand Edition จัดขึ้นพิเศษสำหรับประเทศไทยในวันที่ 2 มิถุนายนศกนี้ ขอเชิญลูกค้า พันธมิตร นักวิเคราะห์ และสื่อ เข้าร่วมรับฟังข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับระบบเครือข่ายและความปลอดภัยจากผู้บริหารของ ฟอร์ติเน็ตและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทางออนไลน์ดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

คำสนับสนุน

จอห์น แมดดิสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และรองประธานอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์แห่งฟอร์ติเน็ตเน้นว่า “ฟอร์ติเน็ตยังคงผลักดันการหลอมรวมเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าและคู่ค้าสามารถแข่งขันในตลาดดิจิทัลในปัจจุบันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยไม่สามารถเป็นกลยุทธ์ที่แยกจากกันได้อีกต่อไป ซึ่งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ เรามองเห็นเครือข่ายไฮบริด และมีเพียงความปลอดภัยเป็นหลักเท่านั้นที่เครือข่ายเหล่านั้นจะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อรักษาความปลอดภัยในทุกส่วนเอดจ์  ด้วยการวิจัยและพัฒนามานานกว่า 20 ปี ส่งให้ฟอร์ติเน็ตอยู่เบื้องหลังนวัตกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์มาตลอด ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการเปิดตัว FortiOS 7.2 ในครั้งนี้จะเป็นการที่ฟอร์ติเน็ตกำลังกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่สำหรับเครือข่ายแบบหลอมรวมและความปลอดภัยอีกด้วย”

มินห์ เลอ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สารสนเทศของ Checkers กล่าวว่า “ในอุตสาหกรรมของเรา เวลาทำงานและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ไม่ว่าคุณจะสร้างไซต์ใหม่หรือจัดการการรักษาความปลอดภัยทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ทุกสิ่งที่คุณทำได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาความปลอดภัยให้กับการดำเนินงานอาจส่งผลกระทบทางการเงินในเชิงบวกอย่างมหาศาล การลงทุนในฟอร์ติเน็ตช่วยให้เราสามารถรวมระบบเครือข่ายและความปลอดภัยของเราเข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว และทำให้การจัดการง่ายขึ้นทั่วทั้งสถาปัตยกรรมไอทีแบบไดนามิก เนื่องจากฟอร์ติเน็ตได้พัฒนาคุณสมบัติของซีเคียวริตีแฟบริคและ FortiOS อย่างต่อเนื่อง เราจึงจะขยายขนาดได้อย่างปลอดภัยในอนาคตได้โดยไม่มีข้อจำกัด”

โทนี่ จาโรซิสกี้ ผู้อำนวยการเครือข่าย/ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่ AHEAD เห็นว่า “ฟอร์ติเน็ตคาดการณ์ทิศทางของอุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ชัดเจนมาโดยตลอด และได้นำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าของเราตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของพวกเขาทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างเกินความคาดหมาย รวมถึง ความสามารถของฟอร์ติเน็ตในการจัดสร้างแพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยและเครือข่ายที่หลอมรวมมากที่สุด และเมื่อรวมกับการพัฒนาปรับปรุงซีเคียวริตี้แฟบริคและ FortiOS อย่างต่อเนื่องทำให้เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ในฐานะที่เราเป็นพันธมิตรกับฟอร์ติเน็ตนี้ เราจะสามารถจัดหาข้อเสนอที่เหนือชั้นอย่างมากแกลูกค้าของเราในการช่วยแก้ปัญหาความท้าทายที่ยากที่สุดในปัจจุบันและอนาคตในเครือข่ายและความปลอดภัยได้”

จอห์น แกรดี้ นักวิเคราะห์อาวุโสของ ESG เปิดเผยว่า “สภาพแวดล้อมขององค์กรมีการกระจายออกนอกองค์กรมากขึ้นด้วยแอปพลิเคชันใช้ในศูนย์ข้อมูลส่วนตัว คลาวด์สาธารณะหลายแห่ง และจากส่วนเอดจ์ ในขณะที่พนักงานอาจทำงานจากทางไกล จากสำนักงาน หรือทั้งสองอย่าง อย่างไรก็ตาม เมื่อเครือข่ายและเครื่องมือรักษาความปลอดภัยทำงานในรูปแบบที่แยกกัน ทำให้การรักษาการเชื่อมต่อที่สม่ำเสมอและปลอดภัยระหว่างผู้ใช้และแอปพลิเคชันเป็นเรื่อง ไม่ว่าพวกเขาจัดการกับปัญหาต่างๆ เองหรือทำงานร่วมกับผู้ให้บริการที่มีการจัดการหรือผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมเพื่อจัดการกับความท้าทายนี้ องค์กรต่างๆ จะประสบความสำเร็จมากที่สุดเมื่อนำโซลูชันที่รวมเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกันมาใช้ ซึ่งฟอร์ติเน็ตได้นำเสนอแนวทางแพลตฟอร์มที่กว้างขวางและผสานรวมระบบเครือข่ายเข้ากับการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เหมาะสำหรับสถาปัตยกรรมไอทีในทุกประเภท”

About Maylada

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ