ผนึกกำลัง 4 โซลูชันจาก Cisco ตอบโจทย์การทำงานยุค Hybrid Work

การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโควิด19 ทำให้โลกการทำงานต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การทำงานจากที่บ้าน หรือจากที่อื่น ๆ คือรูปแบบที่องค์กรต้องปรับตัว หลังจากเวลาล่วงเลยไปกว่าสองปี ผู้คนเริ่มคุ้นชินกับวิธีการทำงานเช่นนี้แล้ว ถึงแม้ว่าในอนาคตเหตุการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติได้ แต่วิถีการทำงานนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว

แม้ผู้คนจะปรับตัวกับพฤติกรรมการทำงานในรูปแบบ Hybrid Work ได้ดี แต่สิ่งที่หลายองค์กรยังตามไม่ทัน ก็คือเรื่องความมั่นคงปลอดภัย เพราะหลาย ๆ อย่างไม่ได้วางแผนมาก่อน เพียงแค่เพิ่มเติม หรือปรับแต่งให้พอมีความมั่นใจได้บ้างอย่างฉุกละหุก ด้วยเหตุนี้จะเห็นได้ว่ามีองค์กรหลาย ๆ แห่งถูก Hack หรือ ถูกโจมตีเจาะระบบขโมยข้อมูลสำคัญจากเครื่องของพนักงานภายในเอง

ในบทความนี้เราขอแนะนำ 4 โซลูชันจาก Cisco ที่จะช่วยปิดช่องว่างด้านความมั่นคงปลอดภัยในทุกการเชื่อมต่อที่เข้ามาในองค์กร

1.) ล้างบางภัยคุกคามบน Endpoint ด้วยโซลูชัน Cisco Secure Endpoint

เมื่อพูดถึงการทำงานนอกออฟฟิศสิ่งแรกที่ต้องคุมเข้มมากที่สุดก็คือ Endpoint หรือเครื่องของพนักงานเอง เพราะเป็นปราการด่านแรกที่แฮ็กเกอร์สามารถเข้ามาฝังตัว เพื่อกระทำการต่าง ๆ แล้วรอวันที่เครื่องจะมีการเชื่อมต่อเข้ามายังระบบในของออฟฟิศต่อไป ด้วยเหตุนี้เอง Endpoint จึงเป็นจุดแรกที่องค์กรควรมีโซลูชันมาควบคุมและป้องกันตั้งแต่เริ่มต้น

Credit : cisco

Cisco Secure Endpoint (Advanced Malware Protection) เป็นเครื่องมือที่สามารถต่อกรกับภัยคุกคามบน Endpoint ที่บริหารจัดการได้ง่าย ๆ ผ่านคลาวด์ โดยความสามารถของเครื่องมือมีดังนี้

  • พร้อมป้องกันภัยคุกคาม (Prevent) ที่เกิดขึ้นโดยมีการอัปเดต Threat Intelligence จากคลาวด์ และเพื่อบล็อกมัลแวร์ได้ในทันทีด้วย Signature บนเครื่อง นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้พฤติกรรมที่ต้องสงสัยใหม่ ๆ ด้วยความสามารถของ Machine Learning
  • ตรวจสอบกิจกรรมบน Endpoint อย่างต่อเนื่องหากต้องสงสัยจะใช้ Cloud Sandbox เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมเหล่านั้น เพราะมัลแวร์ส่วนใหญ่มักถูกออกแบบมาให้ไม่ถูกเผยการทำงานโดยง่าย ดังนั้นการติดตามและตรวจตราอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการตรวจจับ (Detect)
  • หากตรวจจับพบแล้วว่ากิจกรรมใดเป็นภัยคุกคาม Cisco Secure Endpoint ยังเปิดให้ผู้ดูแลระบบสามารถทำการแยกเครื่องเหล่านั้นได้ รวมถึงตั้ง Policy ควบคุมการเข้าถึงทรัพยากรที่เหลืออย่างรัดกุม ทั้งนี้เครื่องมือยังสามารถบอกรายละเอียดของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้อย่างครอบคลุม เช่น แอปพลิเคชัน โปรเซส และระบบที่เกี่ยวข้อง ทำให้การติดตามเส้นทางการโจมตีทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจได้ว่าจะไม่เหลือภัยคุกคามให้เล็ดลอดหลุดมือไป

Cisco Secure Endpoint เป็นการติดตั้งบนเครื่องที่ไม่กินทรัพยากรของเครื่องผู้ใช้มากนัก เพราะการวิเคราะห์จะอาศัยคลาวด์ นอกจากนี้ยังสามารถรองรับการใช้งานในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Windows, Mac, Linux, Android และ iOS เป็นต้น

2.) เดินทางข้ามอินเทอร์เน็ตได้อย่างมั่นใจด้วย Cisco AnyConnect

ในการทำงานจริงผู้ใช้งานนอกออฟฟิศมักจำเป็นต้องรีโมตกลับมา เพื่อใช้ระบบภายในผ่านทาง VPN สาเหตุเพราะมีทรัพยากรมากมายยังคงอยู่ในนั้น ซึ่ง Cisco AnyConnect ก็คือ Agent ตัวหนึ่งที่ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย AnyConnect สามารถทำงานได้บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง Android, Apple iOS, Windows, macOS และ Linux

นอกเหนือจากที่ AnyConnect จะรองรับการทำ Tunneling ทั้ง TLS 1.2, DTLS และ IPsec IKEv2 พร้อมการเข้ารหัสที่แข็งแรงแล้ว AnyConnect ยังสามารถตรวจสอบเครื่อง Endpoint ให้เป็นไปตาม Compliance ขององค์กรได้เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติการเข้าถึงทรัพยากร เช่น ทราบได้ว่ามีการติดตั้ง Antivirus หรือเปิดใช้ Firewall หรือไม่ เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านั้น AnyConnect ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเหลือนำพาโซลูชันเสริมอื่น ๆ เข้ามาติดตั้งได้เช่น Cisco Secure Endpoint, Cisco Umbrella เพื่อขยายขีดความสามารถในการป้องกันองค์กร โดย Cisco AnyConnect สามารถทำงานได้กับอุปกรณ์ Gateway ของ Cisco เช่น Cisco Firepower, Integrated Services Router (ISR) หรือ เราเตอร์รุ่นอื่นที่รองรับ

3.) ยกระดับการพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัยด้วย Cisco Duo

การพิสูจน์ตัวตนด้วยรหัสผ่านที่ทำกันมานานตั้งแต่คอมพิวเตอร์ยุคแรกไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะในยุคนี้การรั่วไหลของข้อมูลเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก แฮ็กเกอร์สามารถไปหาซื้อ Credentials กันง่าย ๆ ได้ตามตลาดใต้ดิน เคราะห์ร้ายกว่านั้น กว่าที่องค์กรจะรู้ตัวว่าข้อมูลรั่วไหล แฮ็กเกอร์ก็นำหน้าท่านไปเสียแล้ว นี่ยังไม่นับเรื่องการใช้รหัสผ่านยอดแย่อย่าง ‘123456’ ที่ครองแชมป์มาหลายปีติดต่อกัน

อย่างไรก็ดีมีผลสำรวจในหลายสำนักชี้ว่าการเพิ่มปัจจัยในการพิสูจน์ตัวตนขึ้นมา จะสามารถต้านทานการขโมยบัญชีได้สูงกว่า 99% ซึ่ง Cisco Duo ถูกออกแบบมาให้องค์กรสามารถทำ Multi-factor Authentication (MFA) ของท่านให้การใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันคลาวด์ หรือการทำงานแบบรีโมตผ่านทาง VPN

Cisco Duo ไม่ได้เป็นเพียงแค่โซลูชัน MFA ทั่วไปแต่ยังมีความสามารถพิเศษอีกมากมายที่ทำให้การพิสูจน์ตัวตนขององค์กรไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เช่น

  • สามารถซิงค์โครไนซ์ Microsoft Active Directory ทั้งแบบ On-premise และที่เป็น Azure AD หรือ OpenLDAP
  • สามารถทำ Single Sign On (SSO) ที่ Duo มีความร่วมมือได้ทั้ง AWS, Salesforce, Google Workspace, Microsoft 365, Cisco ASA, Cisco Umbrella, WebEx และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • สร้าง Policy ได้อย่างซับซ้อน ทำให้มีการควบคุมรูปแบบการเข้าถึงได้หลายระดับ
  • ทำโปรไฟล์ของแอปพลิเคชันได้ซึ่งอาจเป็นรูปแบบการเข้าถึงที่ท่านทราบอยู่แล้ว
  • ติดตามกิจกรรมการล็อกอินได้อย่างละเอียดว่าเข้าใช้ทรัพยากรอะไร ด้วยอุปกรณ์อะไร และมักใช้ช่วงเวลาไหน จากไอพีพิกัดใด ด้วยวิธีการพิสูจน์ตัวตนแบบใด ซึ่งโซลูชันจะมีการเรียนรู้ Baseline ของพฤติกรรมในรอบ 180 วันว่ามีลักษณะพฤติกรรมเป็นอย่างไร

4.) ป้องกันตั้งแต่ก้าวแรกสู่อินเทอร์เน็ตด้วย Cisco Umbrella

ประเด็นใหญ่ที่องค์กรกังวลเกี่ยวกับการทำงานนอกสถานที่ก็คือ ความสามารถในการควบคุมเมื่อพนักงานออกสู่อินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ Cisco Umbrella จึงได้นำเสนอโซลูชันที่เป็นหน้าด่านการป้องกันตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่ผู้ใช้งานเชื่อมต่อกับโลกภายนอกผ่าน DNS โดย Cisco Umbrella เป็นโซลูชันคลาวด์ที่ไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ใดก็สามารถได้รับการป้องกันจาก Cisco ได้ ทั้งนี้เพียงตั้งค่าให้ผู้ใช้ชี้ DNS server มายัง Cisco ท่านก็สามารถได้รับความคุ้มครองทันที โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็ก Cisco Umbrella ยิ่งดูตอบโจทย์กับท่านมาก เพราะไม่จำเป็นต้องลงทุนกับทีมงานไอที หรือระบบการป้องกันมากมาย

การปกป้องระดับ DNS ทำให้ Cisco สามารถป้องกันผู้ใช้จากการตกเป็นเหยื่อของโดเมนอันตรายต่าง ๆ ที่คนร้ายอาจใช้ DNS เพื่อลักลอบเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุมมัลแวร์ หรือโดเมนที่นำไปสู่การหลอกลวง (Phishing) เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อดีที่จะเริ่มต้นการป้องกันได้ตั้งแต่ต้นน้ำ และยังทำให้เหตุการณ์ไม่ซับซ้อนบานปลาย ตรวจจับได้เร็ว ที่ไม่สร้างการแจ้งเตือนปริมาณมหาศาลให้แก่ทีมดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัย และเมื่อไม่นานมานี้ Cisco ยังได้อัปเกรตให้ DNS Resolver ของตนรองรับ DNS over HTTPS (DoH) และ DNS over TLS (DoT) ได้ด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น Cisco Umbrella ยังสามารถส่ง Event การแจ้งเตือนออกสู่เครื่องมือ SIEM ต่าง ๆ เช่น Splunk ทำให้องค์กรสามารถนำไปใช้สร้างประโยชน์ต่อได้ นอกจากนี้ภายในของ Cisco Umbrella ยังมีโซลูชัน Cloud Access Security Broker (CASB) ที่สามารถควบคุมการใช้งานบริการคลาวด์ยอดนิยมที่องค์กรต้องการได้ เช่น Microsoft Office 365, Google Workspace หรืออื่น ๆ รวมถึงความสามารถ Secure Web Gateway ด้วยเทคโนโลยี Remote Browser Infrastructure (RBI) ซึ่งแยกขาดไม่ให้มัลแวร์สามารถเข้ามาเล่นงานตัวบราวน์เซอร์จริงของผู้ใช้

ป้องกัน Cyber Threat และจัดการสิทธิการเข้าถึงข้อมูล | TANGERINE x CISCO [Official Video]

จะเห็นได้ว่าการปกป้องการทำงานนอกออฟฟิศหรือ Hybrid Workforce นั้นจำเป็นต้องผนึกกำลังกันจากหลายโซลูชัน

  • โดยเริ่มแรกท่านสามารถป้องกันตัว Endpoint เครื่องพนักงาน ได้ก่อนด้วย Cisco Secure Endpoint
  • ขณะที่ต้องการเชื่อมต่อกลับมายังออฟฟิศ เพียงใช้ AnyConnect เชื่อมต่อกลับเข้ามาผ่านการควบคุมตาม Compliance และข้อมูลที่ส่งผ่านระหว่างทางก็ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสขั้นสูง
  • หากต้องการท่องโลกอินเทอร์เน็ต Cisco Umbrella สามารถให้ความมั่นใจในการใช้งาน
  • แต่ทั้งนี้ทุกการเชื่อมต่อ ได้เสริมการยืนยันการเข้าถึงระบบแบบหลายปัจจัยด้วย Cisco Duo ซึ่งช่วยควบคุมการเข้าถึงของบัญชีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากสนใจบริการต่าง ๆ หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองของแทนเจอรีนได้ที่ marketing@tangerine.co.th หรือ โทร 02 285 5511

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ