Google เผยการโจมตี Zero-Day ลดลงในปี 2024 แต่ความเสี่ยงองค์กรกำลังเพิ่มขึ้น

Google Threat Intelligence Group ได้เผยแพร่รายงานแนวโน้ม Zero-Day ประจำปี 2024 โดยพบสิ่งที่น่าประหลาดใจว่า จำนวนภัยคุกคามแบบ Zero-Day ที่ถูกโจมตีในโลกความเป็นจริงลดลงเมื่อปีที่ผ่านมา แม้แนวโน้มระยะยาวจะยังคงเพิ่มขึ้นก็ตาม

Credit: Google

ภัยคุกคามแบบ Zero-Day คือการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ซึ่งผู้พัฒนาหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ยังไม่ทราบ และเนื่องจากยังไม่มีการรับรู้ถึงช่องโหว่นั้น จึงยังไม่มีแพตช์หรือวิธีแก้ไขในขณะที่มีการโจมตีเกิดขึ้น ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนที่ยังไม่เปิดเผยเพื่อเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ขโมยข้อมูล หรือทำให้ระบบหยุดชะงัก ก่อนที่จะมีการวางแนวป้องกัน

ตลอดปี 2024 นักวิจัยของ Google พบช่องโหว่แบบ Zero-Day ที่ถูกใช้โจมตีในโลกจริงจำนวน 75 จุดลดลงจาก 98 จุดในปี 2023 แต่ยังสูงขึ้นจาก 63 จุดในปี 2022

การโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังเบราว์เซอร์และอุปกรณ์พกพาลดลงอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน ผู้โจมตีกลับให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเทคโนโลยีที่เน้นใช้งานในระดับองค์กร ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็น 44% ของการโจมตีแบบ Zero-Day ทั้งหมด อุปกรณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยและเครือข่ายก็เป็นอีกกลุ่มที่ดึงดูดผู้โจมตี เนื่องจากระบบเหล่านี้สามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ในวงกว้าง และมักมีระบบตรวจสอบที่อ่อนแอกว่า

หากพิจารณาตามระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ยังคงเป็นเป้าหมายยอดนิยมอย่างไม่มีข้อสงสัย โดยจำนวนช่องโหว่แบบ Zero-Day ที่ถูกใช้โจมตีเพิ่มขึ้นเป็น 22 จุดในปี 2024 ขณะที่ Chrome ของ Google ยังคงเป็นเบราว์เซอร์ที่ถูกโจมตีมากที่สุด และอุปกรณ์ Android ยังคงได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ในส่วนประกอบของบุคคลที่สาม แม้ว่าโดยรวมแล้วการโจมตีผ่านอุปกรณ์พกพาจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

รายงานยังระบุถึงช่องทางที่ผู้โจมตีใช้ในการเจาะระบบ โดยจุดอ่อนที่พบมากที่สุดคือช่องโหว่แบบ use-after-free, บั๊ก command injection และช่องโหว่แบบ cross-site scripting ทั้งนี้ ช่องโหว่แบบ use-after-free เกิดจากการที่โปรแกรมยังคงใช้หน่วยความจำที่ถูกปล่อยทิ้งไปแล้ว ทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดอันตรายหรือทำให้ระบบล่มได้

จากต้นตอของการโจมตี รายงานชี้ว่ากลุ่มจารกรรมทางไซเบอร์อยู่เบื้องหลังมากกว่าครึ่งของการใช้ช่องโหว่ Zero-Day รวมถึงกลุ่มที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากจีนและเกาหลีเหนือ รายงานยังกล่าวถึงผู้ขายเทคโนโลยีการสอดแนมเชิงพาณิชย์ว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญเช่นกัน แม้ว่าการปรับปรุงความมั่นคงปลอดภัยในการดำเนินการของพวกเขาจะทำให้การระบุแหล่งที่มายากขึ้นกว่าเดิม

กลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจารกรรม เช่น FIN11 และ CIGAR ที่มีแรงจูงใจด้านการเงิน ก็ถูกพบว่าใช้ช่องโหว่แบบ Zero-Day ในแคมเปญที่มุ่งโจมตีด้วยการเรียกค่าไถ่และสอดแนมอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่าสังเกตคือ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่กลุ่มที่เชื่อว่ามีรัฐเกาหลีเหนือหนุนหลังมีจำนวนการใช้ช่องโหว่แบบ Zero-Day เท่ากับกลุ่มที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับจีน ซึ่งถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการของพวกเขาอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิจัยของ Google สรุปด้วยคำเตือนว่า แม้ความพยายามด้านความมั่นคงปลอดภัยของผู้ผลิตจะทำให้การเจาะระบบในบางเทคโนโลยียากขึ้น แต่การโจมตีแบบ Zero-Day น่าจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว รายงานแนะนำให้ผู้ผลิต โดยเฉพาะผู้ที่ให้บริการซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เครือข่ายในระดับองค์กร เสริมแนวป้องกันของตนด้วยแนวทางการเขียนโค้ดที่ดีขึ้น การเฝ้าระวังที่กว้างขึ้น และมาตรการด้านสถาปัตยกรรม เช่น การแบ่งเครือข่าย (network segmentation)

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/04/29/google-report-finds-drop-zero-day-exploitation-2024-warns-enterprise-risks-rising/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Microsoft Defender for Endpoint เปิด Public Preview รองรับ Linux Desktop ใช้ Agent เดียวกับ Linux Server

Microsoft เปิด Public Preview ให้ Microsoft Defender for Endpoint ปกป้อง Linux workstation ได้แล้ว ครอบคลุมทั้ง EDR, …

Meta เปิดตัวโมเดล Muse Spark Open ขนาด 816 พันล้านพารามิเตอร์สำหรับงานโค้ดและเอเจนต์

Meta Platforms ได้เปิดเผยค่าน้ำหนักสำหรับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Muse Spark ซึ่งเคยเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา