Google เปิดตัว Gemini Deep Research Max ค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งจากบน Internet และในองค์กรร่วมกันได้ผ่าน MCP

Google ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Gemini Deep Research Agent รุ่นใหม่ที่ใช้พลังของ Gemini 3.1 Pro โดยจะมี Agent ให้เลือกใช้ด้วยกัน 2 ระดับ ได้แก่ Deep Research และ Deep Research Max ให้ใช้งานได้ผ่าน Interaction API

Credit: Google
  • Deep Research จะถูกออกแบบมาให้มีความเร็วและความคุ้มค่า โดย Deep Research ตัวนี้จะมาแทนที่ Deep Research ตัวก่อนที่เปิดตัวมาเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ด้วย Latency และราคาที่ต่ำลง ในขณะที่มีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิม
  • Deep Research Max จะถูกออกแบบมาให้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความครบถ้วนและคุณภาพสูงที่สุด เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลที่ต้องใช้เวลานาน

จุดเด่นของ Deep Research Agent ใหม่ทั้ง 2 ตัวนี้ คือความสามารถในการเชื่อมต่อ MCP ได้ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือระบบงานต่างๆ ที่ธุรกิจองค์กรใช้งานอยู่เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับข้อมูลบน Internet ได้

อีกจุดเด่นหนึ่งคือ Deep Research ใน Gemini API นี้จะไม่ได้ตอบผลลัพธ์กลับมาเป็นเพียงข้อความเท่านั้น แต่ยังทำการสร้างกราฟและ Infographic ในแบบ HTML หรือใช้ Nano Banana มาให้ด้วย ทำให้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นเข้าใจง่ายนยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

ที่มา: https://blog.google/innovation-and-ai/models-and-research/gemini-models/next-generation-gemini-deep-research/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ETDA เดินหน้า Digital ID ยกระดับ Trust Infrastructure ไทยเชื่อม e-Service รัฐ แล้ว 1,797 บริการเร่งปลดล็อกขยายการใช้งานในกลุ่มนิติบุคคล ต่างด้าวและกลุ่มเปราะบาง [PR]

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า จากนโยบายผลักดันการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล หรือ Digital ID เป็นโครงสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นของประเทศ …

4 ปีที่ผ่านมา AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่โลกของเทคโนโลยี แต่กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานทั่วโลก [PR]

ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา แม้เราจะเห็นว่า AI นั้นกำลังชาญฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผม นั้นคือการที่ AI สามารถ “ลดต้นทุนของการลงมือทำ” ลงอย่างมหาศาล จนผมเริ่มเห็นภาพที่กำลังเกิดขึ้นจริงแล้วว่า การทำงานบางอย่างที่เคยต้องใช้เวลา ทีม และทรัพยากรจำนวนมาก ได้กลายเป็นสิ่งที่คนเพียงไม่กี่คนสามารถทำได้ในเวลาอันสั้น …