Google เปิดตัว Bug Bounty Program สำหรับ Android Application

Google เปิดตัว Bug Bounty Program สำหรับ Android Application ของบริษัท ให้รางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท

Google ได้ประกาศเปิดตัว Mobile Vulnerability Rewards Program (Mobile VRP) โครงการ Bug Bounty Program ใหม่ ที่ให้รางวัลสำหรับนักวิจัยทางด้านความมั่นคงปลอดภัยที่สามารถหาช่องโหว่ใน Android Application ที่ Google พัฒนาขึ้นมาได้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะเป็นแอพพลิเคชันที่พัฒนาโดยบริษัทดังนี้ Google LLC, Developed with Google, Research at Google, Red Hot Labs, Google Samples, Fitbit LLC, Nest Labs Inc, Waymo LLC, และ Waze

ปัจจุบัน Google ได้ประกาศรายการ Tier 1 Application ออกมาแล้วประกอบด้วย Google Play Services, AGSA, Google Chrome, Google Cloud, Gmail และ Chrome Remote Desktop ซึ่งผู้ที่หาช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ จะได้รับรางวัลสูงเป็นพิเศษ เช่น หากสามารถทำ Arbitrary Code Execution แบบ Remote ได้ จะมีเงินรางวัลมอบให้กว่า 30,000 เหรียญ หรือราวๆ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ที่ค้นพบนั้นสามารถเป็นช่องโหว่รูปแบบอื่นๆก็ได้ เช่น การขโมยข้อมูล หรือการทำ MITM

ตั้งแต่ปี 2010 ทาง Google ได้มีการจ่ายเงินรางวัลไปมากกว่า 50 ล้านเหรียญแล้วสำหรับโครงการ VRP อื่นๆ โดยปีที่แล้วเป็นมีการจ่ายเงินรางวัลออกไปสูงที่สุด มีตัวเลขอยู่ที่ 12 ล้านเหรียญ ซึ่งมีช่องโหว่ Exploit Chain เชื่อมกันจำนวน 5 ตัว มีเงินรางวัลรวมกันกว่า 6 แสนเหรียญ

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/google/google-launches-bug-bounty-program-for-its-android-applications/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ