Google ซื้อข้อมูลจาก Mastercard ติดตามพฤติกรรมการซื้อของ Offline

Bloomberg ได้ออกมาเผยถึงการที่ Google ได้เข้าซื้อข้อมูลจาก Mastercard เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้า Offline ของลูกค้า

 

Credit: ShutterStock.com

 

Bloomberg ได้ข้อมูลนี้จากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผย 4 คนว่า Google นั้นจ่ายเงินให้กับ Mastercard เป็นมูลค่าหลายล้านเหรียญ เพื่อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลการซื้อขายสินค้าที่เกิดขึ้นผ่านบัตร Mastercard เป็นเวลา 4 ปี

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในเครื่องมือของ Google ที่มีชื่อว่า Store Sales Management ที่เปิดให้กลุ่มลูกค้าบางกลุ่มได้เริ่มใช้งานแล้ว เพื่อให้ร้านค้าสามารถติดตามได้ว่าโฆษณาแบบออนไลน์นั้นสามารถแปลงกลับมาเป็นยอดขายหน้าร้านได้หรือไม่

ปีที่แล้วตอนที่ Google ได้ประกาศเปิดตัว Store Sales Measurement นั้น Google ได้ระบุว่าบริการดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิตและเดบิตของผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริการได้ประมาณ 70% ซึ่งตัวเลขจำนวนนี้ก็ตีความได้ว่า Google เองน่าจะได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการบัตรเครดิตและเดบิตรายอื่นๆ ด้วย

ทาง Mastercard ระบุว่าในการแบ่งปันข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีการส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานให้กับ Google แต่อย่างใด ในขณะที่ Google เองก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของเจ้าของบัตรได้และก็จะไม่มีการแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าให้กับผู้ให้บริการบัตรรายใดๆ ด้วย

 

ที่มา: https://thehackernews.com/2018/09/google-mastercard-advertising.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ