Google เข้าซื้อกิจการ Fitbit มูลค่า 63,000 ล้านบาท ขยายตลาด Wearable Device และ Wear OS

หลังจากมีข่าวลือหลุดออกมาในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ในที่สุด Google ก็ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Fitbit แล้วที่มูลค่า 2,100 ล้านเหรียญหรือราวๆ 63,000 ล้านบาท รุกตลาด Wearable Device อย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น

Credit: Fitbit

ในการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ทาง Fitbit คาดว่าจะได้ทรัพยากรจาก Google เข้ามาเสริมเพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว และยังมีความเป็นไปได้ที่จะได้ขยายตลาด Wear OS ให้มากขึ้น และในอนาคตเองนั้นก็จะมีอุปกรณ์ Wearable Device ที่มาพร้อมแบรนด Made by Google ด้วย โดยทิศทางของ Fitbit ในอนาคตหลังจากนี้ก็จะยังคงอยู่ในฐานะของผู้ผลิตอุปกรณ์ Wearable Device ที่สามารถทำงานร่วมกับ Platform อื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android ก็ตาม

ทาง Google นั้นได้ออกมายืนยันว่าข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้งาน Fitbit นั้นจะไม่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Google Ads เด็ดขาด โดยถึงแม้จะมีการนำข้อมูลส่วนนี้ไปเก็บรวบรวมเอาไว้ แต่ก็จะนำไปใช้กับบริการอื่นๆ เท่านั้น

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2020 ที่จะถึงนี้

ที่มา: https://www.engadget.com/2019/11/01/google-buys-fitbit/ , https://www.blog.google/products/wear-os/investing-wear-os-ecosystem/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เสริมพลังประมวลผลให้ถึงขีดสุด ตอบโจทย์ทุกการทำ Digital Transformation ด้วย HPE Superdome Flex 280 Server

เมื่อธุรกิจต่างหันมาพึ่งพาโลกออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อเป็นช่องทางการขายหรือการให้บริการแก่ลูกค้า, การนำซอฟต์แวร์ ERP หรือ CRM มาใช้เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ หรือกรณีอื่นๆ แนวโน้มเหล่านี้ได้ส่งผลให้ธุรกิจองค์กรนั้นต้องมองหาแนวทางที่จะทำให้ระบบดิจิทัลเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงทนทานและมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด

[Guest Post] 5 แนวโน้มธุรกิจไทย หลังประกาศใช้กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ปีนี้นอกจากภาคธุรกิจต้องฟื้นฟูกิจการจากพิษโควิดแล้ว การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน 1 มิถุนายนนี้ กำลังเริ่มเป็นที่จับตาของภาคธุรกิจไทยเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจโลก เพราะทุกที่กำลังจับตาดูว่าไทยจะใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจังขนาดไหน เพื่อเชื่อมโยงกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเทศที่บังคับกันอย่างจริงจังแล้ว โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปซึ่งหากการบังคับใช้ไม่เกิดผลจริงจัง การกีดกันทางการค้าคงมีผลตามมา