Google ได้นำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า Gemini 4 Argon มาให้ผู้ใช้งานแอป Gemini ในระดับ Pro และ Ultra ได้ใช้งานแล้ว หลังจากที่ได้เปิดตัวโมเดลนี้ให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ทดสอบใช้งานก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์

สมาชิกในแผนดังกล่าวจะได้รับโหมดการทำงานแบบใหม่ที่ช่วยให้ Gemini สามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องแม้ผู้ใช้งานจะไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์แล้วก็ตาม
การมาถึงของ Argon ทำให้วิธีการตอบโต้ของ Gemini ภายในแอปเปลี่ยนไป โดย Google ระบุว่าการตอบกลับจะมีความตรงไปตรงมามากขึ้นและลดการใช้คำก้ำกึ่ง พร้อมทั้งลดการทำซ้ำข้อมูลหากไม่จำเป็น นอกจากนี้ ผู้ที่มอบหมายงานที่มีความยาวมากขึ้นจะได้รับการอัปเดตความคืบหน้าของงานบ่อยครั้งกว่าที่ผ่านมา
การเปลี่ยนไปใช้โหมดงานดังกล่าวสามารถทำได้ผ่านสวิตช์เพียงปุ่มเดียวในหน้าต่างแชทหลัก โดย Google ระบุว่าเมื่อเปิดใช้งานแล้ว Gemini “จะสามารถทำงานแทนคุณได้แม้ในขณะที่คุณไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์” ทั้งนี้ จำนวนของแอปพลิเคชันที่รองรับมีมากกว่า 40 รายการ ทำให้สามารถทำงานต่าง ๆ ได้ตั้งแต่การสั่งซื้อของชำผ่าน Instacart ไปจนถึงการจองโต๊ะอาหารผ่าน OpenTable โดยมี Adobe และ Shopify รวมอยู่ในรายชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบหรือดำเนินธุรกิจด้วย
Argon ยังนำมาซึ่งการปรับปรุงครั้งสำคัญในด้านการเขียนโปรแกรม โดยกราฟที่ Google นำเสนอในงานเปิดตัวเมื่อวันที่ 30 กันยายน แสดงให้เห็นว่าโมเดลนี้ทำคะแนนได้ 77.9% บน DeepSWE v1.1 ซึ่งเป็นการทดสอบด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ระยะยาว เทียบกับ 74.2% ของ Claude Opus 5.5 จาก Anthropic ส่วน GPT-6 Astra จาก OpenAI นั้นมีคะแนนตามหลังอยู่ 0.1 จุด
อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแบบเอเจนต์จาก Google Antigravity สามารถรันได้โดยตรงภายในแอป Gemini บน macOS ซึ่งหมายความว่าบทสนทนาสามารถเปลี่ยนไปสู่การเขียนโปรแกรมได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายไปใช้เครื่องมืออื่น อย่างไรก็ตาม Google ยังไม่ได้กล่าวถึงเวอร์ชันสำหรับ Windows
แอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวครั้งใหญ่นี้ โดย Koray Kavukcuoglu หัวหน้าสถาปนิกด้าน AI ของ Google ได้เขียนในโพสต์แยกต่างหากว่า นักพัฒนาทั่วโลกสามารถสร้างสรรค์ผลงานบน Argon ได้แล้วผ่าน Gemini API ในระดับการใช้งานแบบต้องชำระเงิน โดยจะมีราคาในระยะเริ่มต้นอยู่ที่ 2 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านอินพุตโทเคน และ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านเอาต์พุตโทเคน จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน ก่อนที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือ 4 ดอลลาร์ และ 20 ดอลลาร์ตามลำดับ
โพสต์ของ Kavukcuoglu ยังได้ระบุข้อเสนอสำหรับนักวิจัย โดยนักวิทยาศาสตร์สูงสุด 10,000 คนสามารถสมัครขอรับสิทธิ์เข้าใช้งาน Antigravity ในระดับสูงสุดได้ฟรีเป็นเวลา 6 เดือน สำหรับทีมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ต้องการใช้งาน Argon โดยไม่มีการจำกัดการทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยยังคงต้องสมัครผ่าน Fairwind Program
ในฝั่งของผู้บริโภคสามารถใช้งาน Argon ได้ผ่าน AI Mode ใน Search สำหรับสมาชิก Pro และ Ultra โดยการสมัครสมาชิก Google AI Pro มีราคาอยู่ที่ 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือนในประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับแผน Ultra มีราคาเริ่มต้นที่ 99.99 ดอลลาร์และมาพร้อมกับขีดจำกัดในการใช้งาน Argon ที่สูงกว่า ทั้งนี้ หน้าแผนบริการของ Google ระบุว่าโหมดการทำงานแบบใหม่ยังจำกัดการใช้งานในบางประเทศเท่านั้นและ Argon กำลังทยอยเปิดให้สมาชิกในระดับ Pro ใช้งาน
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






