MEF วางมาตรฐานของ SASE และ Zero Trust Framework

ความน่าปวดหัวของเทคโนโลยีใหม่คือความไร้มาตรฐาน ในมุมของ SASE เองจะเห็นได้ว่ามีหลายผู้เล่นที่ต้องการทำตลาดมักอ้างคำนี้แต่เมื่อมีไม่ครบก็จะยกเว้นจุดนั้นเอาไว้ อย่างไรก็ดีในมุมของผู้ใช้เองก็คาดหวังว่าตัวเองควรได้สิ่งที่ต้องการครบ แต่เมื่อเส้นแบ่งมาตรฐานไม่ชัดเจน ทำให้การนำโซลูชันไปใช้จึงคลุมเครือตามมา ด้วยเหตุนี้จึงมีภาคีกลุ่มอุตสาหกรรมระดับสากลที่เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ให้บริการในด้าน Network, Cloud และเทคโนโลยีที่ชื่อ MEF ได้พยายามจัดทำมาตรฐานคุณสมบัติของคำว่า SASE รวมถึงเรื่อง Zero Trust Framework ด้วย

Credit : MEF

จากภาพประกอบด้านบนมาตรฐานนี้ถูกออกแบบมาให้องค์กรสามารถอ้างอิงว่า SASE ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้างที่ผู้ให้บริการควรมีและที่ผู้ใช้งานควรได้ ซึ่งประกอบด้วย ฟังก์ชันด้านความมั่นคงปลอดภัย Policy และการเชื่อมต่อ ทั้งนี้ SASE ต้องสามารถควบคุมการเข้าถึงและการเชื่อมต่อได้อย่างมั่นคงปลอภัย ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ อุปกรณ์และแอปพลิเคชัน ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสาร MEF-117  

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสับสนอยู่มากกว่าการนำไปใช้จริงจะมีหน้าตาแบบไหนก็คือ Zero Trust ซึ่ง MEF-118 ได้กำหนดคุณสมบัติว่าประกอบด้วยเรื่อง Identity, Authentication, Policy Management และ Access Control ว่าหากพูดถึง Zero Trust แล้วผู้ให้บริการควรจะมีอะไร ฝั่งผู้ใช้จะได้อะไรเป็นต้น

ที่มา : https://www.networkcomputing.com/network-security/mef-introduces-first-sase-standard-and-zero-trust-framework

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์