Facebook ยอมแสดงเนื้อหาข่าวท้องถิ่นมากขึ้นในหน้า Feed

Facebook ได้ประกาศเปลี่ยนลำดับความสำคัญในหน้า Feed จากเดิมที่เน้นแสดงโพสต์จากเพื่อนและข่าวที่มีคุณภาพสูงเป็นการเพิ่มความสำคัญเพื่อแสดงเนื้อหาจากข่าวท้องถิ่นมากขึ้น ดังนั้นผู้ใช้งานจะเห็นหัวข้อที่มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้หรือสังคมของผู้ใช้เพื่อรับข่าวสารว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยการจัดลำดับใหม่นี้จะเริ่มต้นในอเมริกาก่อนและขยายออกไปประเทศอื่นๆ ภายในปีนี้

สำหรับผู้ผลิตเนื้อหามันไม่ได้มีข้อบังคับหรือคุณสมบัติใดๆ ที่ทำให้ผู้ผลิตเนื้อหารายใหญ่ได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าแต่อย่างใด ทุกผู้ผลิตมีความเท่าเทียมกัน นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการคัดเลือกข่าวคุณภาพดีเท่านั้นเพราะมันคือการจับกลุ่มความสนใจกับข่าวให้ตรงกัน โดย Facebook ทำไปทั้งหมดเพื่อพยายามลดข่าวลวง การนำเสนอเนื้อหาที่มีข้อมูลผิดพลาด เนื้อหาประเภทเน้นตั้งชื่อให้คนกดคลิก (Clickbait) การใช้ภาษาให้น่าสนใจเกินจริง รวมถึงบัญชีผู้ใช้ที่ไม่น่าเชื่อถือ

ขั้นตอนของ Facebook ในการตัดสินใจแสดงข่าวท้องถิ่นหน้า Feed มีดังนี้

  1. ค้นหาโดเมนและที่อยู่ของผู้ใช้ว่าอยู่ในท้องถิ่นเดียวกันหรือไม่ ถ้าผู้ใช้อยู่ในสถานที่ใกล้เคียงกันก็จะถูกพิจารณาว่าเป็นท้องถิ่นเดียวกัน
  2. ตรวจสอบว่าโดเมนนี้เป็นแหล่งข่าวหรือไม่โดยพิจารณาจากเนื้อหาของข่าวว่าเป็น รายงานข่าวกีฬา เป็นบล็อกของเพื่อนบ้าน เป็นข่าวท้องถิ่นหรืออื่นๆ
  3. หากโดเมนผ่านการตรวจสอบในข้อ 1 และ 2 พร้อมทั้งเป็นเพจที่ผู้ใช้ติดตามอยู่หรือเป็นเพจที่เพื่อนของผู้ใช้แชร์มา ผู้ใช้ก็มีแนวโน้มที่จะเห็นเนื้อหาของเพจนั้นมากขึ้น

สามารถติดตามประกาศของ Facebook ได้เพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/help/publisher/newsfeedguidelines

ที่มา : https://newsroom.fb.com/news/2018/01/news-feed-fyi-local-news/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

HPE เผยดีลกับ Vultr มูลค่าราว 1.2 พันล้านเหรียญฯ ผ่านโซลูชัน AMD Helios AI Rack

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ได้ประกาศดีลมูลค่าราว 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กับ neocloud อย่าง Vultr ซึ่งเป็นดีลแรกที่ผูกกับระบบ AMD Helios AI …

AWS ผสาน DuckDB เข้าระบบจัดการฐานข้อมูล PostgreSQL เร่งความเร็วคิวรีทั้งแบบเรียลไทม์และย้อนหลัง

Amazon Web Services เพิ่มขีดความสามารถในการเรียกค้นข้อมูลจากทะเลสาบข้อมูล Apache Iceberg โดยตรงผ่านระบบจัดการฐานข้อมูล Aurora PostgreSQL ทำให้แอปพลิเคชันต่าง ๆ สามารถรวมข้อมูลการดำเนินการแบบเรียลไทม์เข้ากับบันทึกข้อมูลย้อนหลังได้โดยไม่จำเป็นต้องคัดลอกข้อมูลหรือสร้างไปป์ไลน์สำหรับการดึง แปลง และโหลดข้อมูล (ETL)