SUSE by Ingram

[Guest Post] “ดีป้า” เคาะ 2 โครงการสำคัญ สานต่อการพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลต่อเนื่อง ล่าสุดผ่านความเห็นชอบดำเนินโครงการเพิ่ม 2 โครงการ โดยมุ่งยกระดับองค์ความรู้ด้านดิจิทัลแก่ผู้บริหารระดับสูงด้านธุรกิจการท่องเที่ยวภาคเอกชน และนำร่องพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับนักเรียนอาชีวศึกษาในด้านข้อมูล หุ่นยนต์ และสื่อดิจิทัล ก่อนก้าวสู่ตลาดแรงงาน 

 

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญที่ ดีป้า ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องคือ การมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลในแต่ละระดับ เพื่อเป็นการสร้างกำลังคนด้านดิจิทัลให้กับประเทศ ตั้งแต่การส่งเสริมให้ประชาชนรู้ ประยุกต์ ใช้เป็นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ การยกระดับนักเรียน นักศึกษาผ่านแพลตฟอร์มโค้ดดิ้ง การเพิ่มขีดความสามารถแรงงานด้านดิจิทัล (Professional Skill) การสนับสนุนองค์ความรู้แก่กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและการพัฒนาระบบการศึกษาไทย

และเพื่อเป็นการสานต่อภารกิจดังกล่าว ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน ครั้งที่ 9/2563 ได้ผ่านความเห็นชอบโครงการที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนและบุคลากรดิจิทัลและนวัตกรรมดิจิทัล (depa Digital Manpower Fund)  จำนวน 1 โครงการคือ โครงการพัฒนาและผลิตบุคลากรด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับผู้บริหาร หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลด้านธุรกิจการท่องเที่ยว โดย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลด้านธุรกิจการท่องเที่ยวมีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนทักษะดิจิทัลด้าน Digital Manpower for Executive แก่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวภาคเอกชน จำนวน 120 คนจากพื้นที่ภาคใต้ โดยการอบรมจะแบ่งออกเป็นการอบรมผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 40 คน และการอบรมออฟไลน์ จำนวน 80 คน ซึ่งมีหัวข้อการอบรมในหลากหลายด้าน ประกอบด้วย          ด้านข้อมูล (Data) ด้านเทคโนโลยี (Technology) ด้านกฎหมาย (Legal) ด้านธุรกิจ (Business) และแนวทางการดำเนินธุรกิจหลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Post-COVID-19)

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบโครงการที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (depa Digital Infrastructure Fund) จำนวน 1 โครงการคือ โครงการ I AM Digital Studio and Cloud-learning Space โดย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ซึ่งมีแผนที่จะพัฒนาหลักสูตรใน 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านข้อมูล (Data Analytics และ Data Engineering) ด้านหุ่นยนต์ (Robotic) และด้านสื่อดิจิทัล (Digital Media)

โครงการดังกล่าวจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสถาบันอาชีวศึกษาของไทย โดยนำร่องที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เป็นแห่งแรก ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล หลักสูตรต่าง ๆ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลให้กับนักเรียนอาชีวศึกษาก่อนก้าวสู่ตลาดแรงงานในอนาคต ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนานักเรียน มากกว่า 6,000 คน นักเรียนมีโอกาสได้รับประกาศนียบัตรด้านหุ่นยนต์ มากกว่า 180 คน นักเรียนสายบัญชีได้งานด้านข้อมูล มากกว่า 20% หรือ 40 คนต่อปี ขณะที่คณาจารย์จะได้รับประกาศนียบัตรในสาขาที่เกี่ยวข้อง มากกว่า 2 คนต่อสาขา หรือ 6 คนต่อปี ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยผลิตกำลังคนดิจิทัลตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต โดยเฉพาะด้านหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมดิจิทัลได้เป็นอย่างดีผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

About Maylada

Check Also

[Guest Post] Lenovo Legion T5 อีกขั้นของเกมมิ่งเดสก์ท็อป ปรับแต่งได้ตามสไตล์ที่โดนใจ มาพร้อมขุมพลัง AMD Ryzen™ 3000 Series

หากคุณคือหนึ่งในเกมเมอร์มือใหม่ที่กำลังมองหาเดสก์ท็อปคู่ใจสำหรับเกมการต่อสู้ หรือเกมเมอร์มือเก๋าที่ต้องการอัพเกรดเดสก์ท็อปให้แรงกว่าเคยเพื่อครองที่หนึ่งในเกมการแข่งขัน Lenovo Legion T5 เกมมิ่งเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูง ขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป AMD Ryzen™ 3000 Series คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ตัวเครื่องผ่านการออกแบบมาให้รองรับการเล่นเกมแบบมาราธอนเข้มข้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของเลอโนโว ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกมมิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ …

[Guest Post] การสตรีมมิ่งผ่านสมาร์ทโฟนเข้าสู่เมนสตรีม เปิดโอกาสครั้งสำคัญสำหรับการโฆษณาในตลาดขนาดมหึมานี้

รายงานใหม่ล่าสุดของ Adjust เรื่องการสตรีมมิ่งผ่านสมาร์ทโฟน ระบุว่า นับแต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว 52.5% ของผู้บริโภคทั่วโลกใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการสตรีมมิ่งคอนเทนต์วิดีโอมากขึ้น