Breaking News

Cyberoam เปิดตัว CR10iNG ไฟร์วอลล์รุ่นกระทัดรัดสำหรับออฟฟิศขนาดเล็ก

cyberoam_logo

Cyberoam ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายชั้นนำของโลก ได้ประกาศเปิดตัวไฟร์วอลล์แบบ UTM ที่ “เร็วที่สุด และคุ้มค่าราคาที่สุด” สำหรับออฟฟิศขนาดเล็ก หรือโฮมออฟฟิศ คือ CR10iNG แต่มีฟีเจอร์เทียบเท่าระดับ Enterprise-grade ด้วยไฟร์วอลล์ขนาด 400 Mbps และ UTM ขนาด 60 Mbps จึงทำให้ Cyberoam CR10iNG กลายเป็น UTM ที่เร็วที่สุดสำหรับใช้งานในออฟฟิศขนาดเล็ก

cyberoam_cr10ing_1

CR10iNG ใช้ระบบปฏิบัติการ CyberoamOS เช่นเดียวกับระดับ High-end อย่าง NG Series ซึ่งรองรับการทำงานแบบ Next-generation Security รวมทั้งการทำงานแบบรีโมท (VPN) ที่ช่วยให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อกับระบบของออฟฟิศจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเหมาะสำหรับพนักงานที่ต้องออกไปพบปะลูกค้า หรือทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

คุณสมบัติของฮาร์ดแวร์ที่สำคัญ

cyberoam_cr10ing_2

ฟีเจอร์เด่น

cyberoam_cr10ing_3

สำหรับบริษัททั่วไปที่ใช้งาน Cyberoam อยู่แล้ว และต้องการติดตั้ง CR10iNG ที่สำนักงานสาขา สามารถบริหารจัดการ CR10iNG แบบรวมศูนย์ผ่านทาง Cyberoam Central Control (CCC) ได้ทันที รวมทั้งรองรับการทำงานร่วมกับ iView ระบบจัดเก็บ Log และทำ Report แบบ Open-source ของ Cyberoam

Cyberoam CR10iNG พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้แล้ว ท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยได้ทันที

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.cyberoam.com/utm.html
ดาวน์โหลด Data Sheet ของ Cyberoam CR10iNG

ที่มา: http://www.cyberoam.com/pressrelease_cr10ing.html




About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Webinar Replay: รู้จักกับ Rubrik ระบบ Data Protection สำหรับ Hyperconverged & Cloud Era โดย Rubrik

สำหรับผู้ที่พลาดไม่ได้เข้าชม TechTalk Webinar: รู้จักกับ Rubrik ระบบ Data Protection สำหรับ Hyperconverged & Cloud Era โดย Rubrik …

AWS เตรียมลงทุน 32,000 ล้านบาทในอินโดนีเซีย ขยายฐานรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

The Straits Times ได้ออกมารายงานถึงแผนการลงทุนในอินโดนีเซียของ AWS ที่จะมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 32,000 ล้านบาท เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการเติบโตของตลาดอินโดนีเซียที่ถือว่ามีความรวดเร็วโดดเด่นในภูมิภาคเดียวกัน และยังเป็นการเร่งรุกให้ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตไปด้วย