Coinsecure สูญ Bitcoin กว่าร้อยล้านบาท คาดฝีมือคนใน

Mohit Kalra, CEO ของ Coinsecure ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลจากประเทศอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ระบุบริษัทถูกขโมยเงินดิจิทัลไป 438 Bitcoins มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท จาก Wallet หลักของบริษัท เชื่อ CSO ขององค์กรอยู่เบื้องหลัง

Kalra ระบุในแถลงการณ์ของบริษัทว่า ระบบของ Coinsecure มีความมั่นคงปลอดภัยสูงและไม่เคยเกิดเหตุถูกแฮ็กมาก่อน การสูญเสียเงินดิจิทัล 438 Bitcoins นี้เกิดระหว่างการพยายามดึง BTG (Bitcoin Gold) ไปกระจายต่อยังลูกค้าของเราโดย Dr. Amitabh Saxena ผู้ซึ่งเป็น CSO ของบริษัท ซึ่งเขาชี้แจงภายหลังว่ามีสาเหตุมาจาก Bitcoin Wallet ของบริษัทถูกโจมตีไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม Kalra ไม่เชื่อเรื่องที่ Saxena ให้การต่อตำรวจว่าเงินถูกขโมยเพราะการโจมตี เนื่องจากมีเพียงตัวเขาและ Saxena เท่านั้นที่เป็นผู้ถือ Private Key ของ Bitcoin Wallet ของบริษัท โดย Kalra กล่าวหา Saxena ว่าพยายามสร้างเรื่องเพื่อบ่ายเบี่ยงความสนใจ และแท้ที่จริงแล้ว Saxena เองคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

นอกจากนี้ Kalra ยังร้องขอต่อตำรวจเมืองนิวเดลีอีกว่า ให้คอยจับตาดูพาสปอร์ตของ CSO คนดังกล่าวไว้ เนื่องจากเขาเชื่อว่า Saxena จะบินหลบหนีออกนอกประเทศเร็วๆ นี้

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านแถลงการณ์ของ Coinsecure และใบแจ้งความต่อตำรวจเมืองนิวเดลีได้ตามรูปด้านล่าง

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/33-million-stolen-from-coinsecure-bitcoin-exchange-inside-job-suspected/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

นักวิจัยพัฒนา AI ให้สามารถตอบคำถาม Text Captcha ได้

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Lancaster มหาวิทยาลัย Northwest จากสหราชอาณาจักรฯ และมหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ร่วมกันพัฒนา AI ที่สามารถตอบคำถาม Text-based Captcha ได้โดยแม้จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปก็กินเวลาเพียง 0.05 วินาทีเท่านั้น

Google+ ประกาศปิดตัวเร็วขึ้น 4 เดือน หลังพบบั๊กใหม่ที่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ 52.5 ล้านรายได้

Google+ ได้ประกาศเลื่อนวันปิดตัวเร็วขึ้นจากเดิม 4 เดือน มาเป็นเดือนเมษายน 2019 แทน หลังพบบั๊กใหม่ในระบบของตนที่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานกว่า 52.5 ล้านรายถูกเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต