CNCF ประกาศรับ etcd เข้าร่วมโครงการ เตรียมผลักดันร่วมกับ Open Source อื่นๆ ให้เป็นสากลยิ่งขึ้น

Cloud Native Computing Foundation (CNCF) ได้ออกมาประกาศรับ etcd โครงการ Open Source ที่กำลังได้รับความนิยมสูงในยามนี้เข้าร่วมในโครงการ เพื่อบ่มเพาะและเร่งการพัฒนาให้เทคโนโลยีก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมใช้งานได้ในระดับองค์กรทั่วโลกอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นในอนาคต

Credit: etcd

etcd คือโครงการ Open Source ระบบ Distributed Key Value Store ที่มีความทนทานสูง สำหรับใช้งานภายใน Cluster ของระบบต่างๆ ที่ต้องการทั้งความทนทาน, ประสิทธิภาพ และการเพิ่มขยายได้ โดยที่ผ่านมา etcd เองก็ได้ถูกใช้ภายใน Kubernetes, M3, Vitess และ Doorman มาอยู่ก่อนแล้ว เรียกได้ว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ Cluster หลายๆ ระบบเลยก็ไม่ผิดนัก แน่นอนว่าผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่อย่าง AWS และ Alibaba Cloud เองก็ใช้ etcd ด้วยเช่นกัน

หลังจากนี้ etcd เองก็จะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ CNCF และได้ถูกผลักดันร่วมกับโครงการอื่นๆ ภายใต้ CNCF อย่างเช่น OpenTracing, Fluentd, Linkerd, gRPC, CoreDNS, containerd, rkt, CNI, Envoy, Jaeger, Notary, TUF, Vitess, NATS Helm, Rook และ Harbor ในฐานะของระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีความเป็นกลาง รวมถึงจะยังได้รับการผลักดันจาก Linux Foundation ด้วย

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาเกี่ยวกับ etcd ได้ที่ https://github.com/etcd-io/etcd

ที่มา: https://www.cncf.io/blog/2018/12/11/cncf-to-host-etcd/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

VMware แจกฟรี E-Book เรื่อง Next-Gen Virtualization for Dummies เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

VMware ได้ออก E-Book ฉบับสั้นในหัวข้อ Next-Gen Virtualization for Dummies เพื่อให้ผู้ที่สนใจในเทคโนโลยี Virtualization ได้ศึกษา โดยสามารถดาวน์โหลดกันได้ฟรีๆ ซึ่งเนื้อหานั้นจะเริ่มตั้งแต่การแนะนำเทคโนโลยี Virtualization ระดับพื้นฐาน …

Google เผยพบรหัสของผู้ใช้งาน G Suite บางส่วนถูกเก็บแบบ Plaintext ระบุไม่กระทบกับผู้ใช้ Gmail แบบฟรี

Google ได้ออกมาเผยถึงการค้นพบบั๊กในระบบของ Google G Suite ทำให้มีรหัสผ่านของผู้ใช้งาน G Suite บางส่วนถูกเก็บอยู่บน Server ของ Google ในรูปแบบ Plaintext โดยบั๊กนี้ปรากฏมาเป็นเวลานานกว่า 14 ปี