[Guest Post] Cisco เปิดตัว Cisco Catalyst และ Cisco Nexus Cloud เครือข่ายอัจฉริยะที่เรียบง่าย ตอบรับเทรนด์ Hybrid Work

Cisco ประกาศวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ทีมงานฝ่ายไอทีทำงานได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น พร้อมทั้งลดความยุ่งยากซับซ้อนในการดำเนินงานด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านระบบเครือข่ายที่จัดการผ่านระบบคลาวด์ และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและคาดเดาได้ยาก ขณะที่องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องพึ่งพาประสบการณ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยให้บุคลากรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างดีเยี่ยม ในการเพิ่มความคล่องตัวและยืดหยุ่นให้กับธุรกิจทุกวันนี้ ทีมงานไอทีจำเป็นต้องอาศัยโซลูชันแบบครบวงจรที่สามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีขององค์กร สถานที่ตั้ง ทีมงาน บุคลากร และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน

เดฟ เวสต์, ประธานกรรมการบริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน ของ Cisco กล่าวว่า “สภาพแวดล้อมไอทีเติบโตและมีความซับซ้อนมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปลี่ยนเป็นการทำงานแบบไฮบริดและระบบคลาวด์ ทำให้การสร้างเครือข่ายและประสบการณ์ด้านไอทีกระจัดกระจายมากขึ้น ปลอดภัยน้อยลง และปรับขนาดได้ยากขึ้น เราเชื่อว่าประสบการณ์ด้านไอทีที่เป็นหนึ่งเดียวเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความคล่องตัวของธุรกิจทั่วภูมิภาคอาเซียน พลังของนวัตกรรมของเรามาจากความสามารถในการจัดเตรียม จัดการ และคาดการณ์ปัญหาด้านไอที โดยช่วยให้ธุรกิจสามารถมอบประสบการณ์ระดับโลกที่ราบรื่น และปลอดภัยให้กับลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับดิจิทัลโดยไม่มีการหยุดทำงาน”

Cisco รองรับไอทีแบบครบวงจร

ที่ Cisco Live งานอีเวนต์ประจำปีของ Cisco ที่จัดแสดงนวัตกรรมด้านเครือข่ายและความปลอดภัย Cisco ได้เผยโฉมความสามารถใหม่ในการจัดการคลาวด์ที่มอบประสบการณ์แบบครบวงจรซึ่งครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cisco Meraki, Cisco Catalyst และ Cisco Nexus พร้อมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Cisco ThousandEyes ที่สามารถคาดการณ์และปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่าย WAN ในเชิงรุก นวัตกรรมใหม่เหล่านี้ตอกย้ำกลยุทธ์ของ Cisco ในการช่วยลูกค้าเพิ่มความคล่องตัว ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพที่ธุรกิจของพวกเขาจำเป็นต้องมีท่ามกลางสภาวะที่ไม่แน่นอน โดยอาศัยแพลตฟอร์มที่จัดการผ่านระบบคลาวด์

ทอดด์ ไนติงเกล รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายเครือข่ายองค์กรและระบบคลาวด์ของ Cisco กล่าวว่า “ลูกค้าของเราเลือกที่จะดำเนินธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีของ Cisco ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนของระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบคลาวด์ เราเชื่อว่าเครือข่ายเป็นรากฐานสำหรับองค์กรที่ทันสมัยและต้องมีความยืดหยุ่น คล่องตัว และเรียบง่าย Cisco แก้ไขข้อกังวลใจที่สำคัญที่สุดของลูกค้า นั่นคือ การจัดการระบบที่ซับซ้อนโดยอาศัยแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ธุรกิจดิจิทัล”

เทคโนโลยีในอนาคตถูกจัดการผ่านระบบคลาวด์

Cisco พัฒนาแพลตฟอร์มเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปสู่โมเดลการดำเนินงานที่ใช้ระบบคลาวด์ได้อย่างเหมาะสม ราบรื่น และปลอดภัย

  • ด้วยการจัดการระบบคลาวด์สำหรับ Cisco Catalyst ลูกค้าสามารถตรวจสอบสวิตช์ Catalyst บางรุ่นและจัดการเครื่องมือ Catalyst Wireless ใหม่ ผ่านแดชบอร์ด Meraki โดยช่วยเพิ่มการมองเห็นและความยืดหยุ่นให้กับประสบการณ์ของลูกค้า ลูกค้าเครือข่ายแคมปัสและสาขาสามารถลดความซับซ้อนของการดำเนินงานด้านไอทีโดยการเชื่อมการจัดการระบบคลาวด์ที่ดีที่สุดเข้ากับฮาร์ดแวร์เน็ตเวิร์กที่ดีที่สุด
  • การเปิดตัว Cisco Nexus Cloud แพลตฟอร์มการจัดการผ่านคลาวด์ที่นำเสนอรูปแบบการบริการที่ง่ายที่สุดในการติดตั้งใช้งาน จัดการ และควบคุมระบบเครือข่ายคลาวด์  Cisco Nexus Cloud ขับเคลื่อนด้วย Cisco Intersight สำหรับระบบสวิตชิ่งและการจัดการมัลติคลาวด์ที่ดีที่สุด โดยจะช่วยเพิ่มความสามารถให้ลูกค้าจัดการสภาพแวดล้อมทั่วทั้ง Public Cloud, Private Cloud และ Edge Computing สำหรับลูกค้าองค์กรทุกขนาด โดย Cisco Nexus Cloud จะให้บริการภายในปี 2565 นี้

อนาคตที่คาดการณ์ได้

ทุกวันนี้ การขับเคลื่อนประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่ามีความสำคัญมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ประสบการณ์ที่ไม่ดีของลูกค้าหรือพนักงานย่อมจะก่อให้เกิดความรู้สึกแง่ลบอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ทีมงานฝ่ายไอทีจึงต้องการโซลูชันที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน จากเดิมที่เป็นการตอบสนอง ต่อปัญหาด้านระบบเครือข่ายที่เกิดขึ้น ไปสู่การดำเนินการเชิงรุก เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

ตอนนี้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของ Cisco ในระบบเครือข่ายที่สามารถทำนายปัญหา (Predictive Networking) ผ่าน Cisco ThousandEyes ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านอินเทอร์เน็ตและคลาวด์อัจฉริยะระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม  ThousandEyes WAN Insights เป็นก้าวแรกในการนำเสนอเทคโนโลยีภายใต้วิสัยทัศน์ Cisco Predictive Networks ซึ่งจะช่วยให้ฝ่ายไอทีในองค์กรสามารถเปลี่ยนระบบเครือข่ายแบบตอบสนอง (Reactive) ไปสู่ระบบเครือข่ายแบบป้องกัน (Preventative) พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและประสบการณ์การใช้งานแอพพลิเคชั่น โดย ThousandEyes WAN Insights ที่จะพร้อมใช้งานได้ในไม่ช้านี้ จะทำหน้าที่แจ้งเตือนทีมงานฝ่ายไอทีให้ได้รับทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับปัญหา ก่อนที่ปัญหานั้นจะเกิดขึ้นและส่งผลกระทบผู้ใช้งาน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบายและการปรับปรุงเส้นทางที่เหมาะสม  นอกเหนือจากความสามารถที่เหนือชั้นของ ThousandEyes ในการตรวจสอบสถานะของอินเทอร์เน็ตและพฤติกรรมต่างๆ แล้ว ThousandEyes WAN Insights ยังช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมอินเทอร์เน็ตและคลาวด์ได้อย่างเต็มศักยภาพ และนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีเยี่ยมได้อย่างไม่มีที่ติ

เพิ่มความสะดวกในการรักษาความปลอดภัยที่ Edge ของเครือข่าย

ที่งาน RSA Conference Ciscoได้เปิดตัวโซลูชัน Secure Access Service Edge (SASE) แบบครบวงจรภายใต้ชื่อ Cisco+ Secure Connect Now ซึ่งเป็นโซลูชันในรูปแบบบริการที่ได้รับการจัดการผ่านระบบคลาวด์  ลูกค้าที่สมัครใช้บริการจะสามารถใช้งานโซลูชัน SASE ได้อย่างรวดเร็ว และจัดการได้อย่างง่ายดาย ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่องค์กรในการเชื่อมต่อและปกป้องผู้ใช้ อุปกรณ์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ

การตอบสนองของลูกค้าและพาร์ตเนอร์

ลูกค้าและคู่ค้าต่างแสดงความตื่นเต้นต่อวิสัยทัศน์ของCiscoในการทำให้ทีมไอทีเป็นหนึ่งเดียวจากการคำพูดและโค้ดของพวกเขา

ข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ developer resources, สามารถเข้าไปดูที่ Cisco’s Meraki, ThousandEyes และ Nexus Dashboard dev centers. 


About nittaya

Previously worked as an English lecturer and eventually becomes an ADPT content writer to inspire readers under "ADAPT, ADEPT, ADOPT" concepts อดีตอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ผู้ผันตัวมาเป็นนักเขียน ADPT หวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านภายใต้แนวคิด "ADAPT, ADEPT, ADOPT"

Check Also

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …

นักวิจัยสาธิตการแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle เพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง

สืบเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขข้อพร่องพกนานถึง 6 เดือน กับช่องโหว่ที่นักวิจัยเรียกว่า “mega 0-day” ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้ได้จากทางไกลโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน ถูกค้นพบโดย Jang และ Peterjson นักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาตั้งชื่อมันว่า The Miracle …