รายงานชี้การลงทุนทำ Bug Bounty คุ้มกว่าการรอถูกแฮ็กหลายพันเท่า

HackerOne ได้ศึกษาพบว่าเหตุการณ์ที่บริษัทใหญ่หลายแห่งถูกแฮ็กและเกิดความเสียหายมากมายนั้น หากลงทุนทำ Bug Bounty แต่แรกเรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าความเสียหายหลายพันเท่า

Credit: ShutterStock.com

HackerOne แพลตฟอร์มล่าบั๊กชื่อดังได้จัดทำรายงานเปรียบเทียบกรณีเหตุถูกแฮ็กอย่าง British Airways(2018), Carphone Warehouse(2018), TickerMaster(2018) และ TalkTalk(2015) ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 265 ล้านปอนด์หรือราว 10,335 ล้านบาท โดยชี้ว่าหากบริษัทเหล่านั้นมาลงทุนหาช่องโหว่ด้วย Bug Bounty ตั้งแต่แรกและพบช่องโหว่ที่ถูกใช้แฮ็กบริษัทจะต้องจ่ายให้แก่นักวิจัยเพียงแค่ 9,600 – 32,000 เท่านั้น (สูงสุดคือ 1,248,000 บาท) ซึ่งถือว่าถูกกว่ามูลค่าความเสียหายเกือบหมื่นเท่าเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดีสำหรับในบ้านเราเองในบ้านเราเองก็มีแพลตฟอร์มล่าบั๊กเหมือนกันนะครับให้บริษัทต่างๆ เข้าร่วมได้ที่ชื่อ PentestCrowd และในฝั่งนักวิจัยได้ไปประลองฝีมืออย่างมีรายได้และถูกต้องครับ กันไว้ดีกว่าแก้ถึงเวลาแล้วจะพูดได้ไม่พูดว่ารู้อะไรไม่สู้ ‘รู้งี้’

ที่มา :  https://www.infosecurity-magazine.com/news/breach-costs-avoided-bug-bounties/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง