Bluebik รวบทีมเทคตั้ง Bluebik Digital ยกระดับคู่ค้าด้วย AI เร่งเครื่อง Digital Transformation เตรียมดันเข้าตลาดหุ้นใน 3-5 ปี

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับโครงสร้างการทำงานครั้งสำคัญ รวบรวมทีมงานสายเทคโนโลยีทั้งหมดเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อ บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด หรีอ Bluebik Digital เดินหน้าเจาะตลาดโปรเจกต์ระดับ 100 ล้านบาท เน้นการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาขับเคลื่อน Digital Transformation ให้กับองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมวางโรดแมปนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนต่อยอดธุรกิจในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การผนวกรวมทีมดิจิทัลมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างสเกลการเติบโตและพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่รองรับความต้องการของตลาดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโซลูชันด้าน Virtual Banking และ Cloud Computing การนำทีมวิจัยและพัฒนาารวมศูนย์ไว้ในที่เดียว ช่วยให้องค์กรวางมาตรฐานการทำงาน และ Reskill คนให้ตอบโจทย์เทคโนโลยีใหม่ได้ดีขึ้น

สำหรับกลยุทธ์สำคัญของบลูบิคในปีนี้คือการผลักดันการเติบโตของรายได้ในระดับ 20% ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุน แม้ปัจจุบันบริษัทจะรักษาอัตราการปฏิบัติงานของพนักงานได้ในระดับมาตรฐานที่ 70% แต่ต้นทุนในการบริหารจัดการแต่ละโครงการยังคงอยู่ในระดับสูง บลูบิคจึงวางแผนนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้งานภายในองค์กรแบบรวมศูนย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงผลกำไรขั้นสุดท้ายให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากการเติบโตแบบ Organic แล้ว บริษัทยังมองหาโอกาสการเติบโตแบบ Inorganic ผ่านการร่วมทุนและการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง ส่วนการพัฒนาโซลูชันให้ลูกค้า บลูบิคมีการแยกทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จำนวนกว่า 60 คน หรือกว่า 100 คนเมื่อรวมกับบริษัทร่วมทุนออกมาเพื่อพัฒนาและเทรนโมเดลโดยเฉพาะ จากนั้นทีม Bluebik Digital จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอดเป็นแอปพลิเคชันหรือระบบที่นำไปใช้งานได้จริง

ด้านการแข่งขันด้านบุคลากรในปัจจุบันอาจไม่ได้ดุเดือดเท่าช่วงที่ผ่านมา แต่ความท้าทายอยู่ที่การค้นหาผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ระดับสูง บลูบิคเตรียมแผนเปิดรับพนักงานเพิ่มอีกประมาณ 100 ตำแหน่ง โดย 50 ตำแหน่งจะถูกส่งเข้าไปเสริมทัพใน Bluebik Digital เพื่อรองรับแผนการรับงานโครงการขนาดใหญ่ระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไป แทนการเน้นขยายจำนวนลูกค้ารายย่อย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ารายใหญ่ในพอร์ตประมาณ 30 ราย

ปัญญา พรขจรกิจกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด อธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมงานของ Bluebik Digital ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาด แต่คือทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศมาแล้วในทุกยุคของกระบวนการ Digital Transformation ตั้งแต่ระบบ Web Portal ของหน่วยงานราชการ ระบบประมวลผลกลางของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ระบบยืนยันตัวตน NDID และแอปพลิเคชันทางรัฐ

ปัจจุบัน Bluebik Digital มีบุคลากรสายเทคโนโลยีรวมกว่า 500 คน คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของกลุ่มบลูบิค ทำหน้าที่เป็นกำลังหลักในการให้บริการแบบ End-to-End ครอบคลุมลูกค้าในกลุ่มการเงินและธนาคาร, พลังงาน, โทรคมนาคม และภาครัฐ โดยมีจุดเด่นในการการเดินหน้าธุรกิจได้ดังนี้

  • ติดอาวุธองค์กรด้วย AI: องค์กรส่วนใหญ่กำลังมองหาวิธีประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว Bluebik Digital อาศัยความเชี่ยวชาญด้าน Deep Tech เข้ามาติดสปีดการทำ Digital Transformation รวมถึงการทำ Modernize Application ยกระดับระบบเดิมให้รองรับ AI ทั้งระบบ
  • แข่งขันได้มากขึ้นด้วย ROI: Bluebik Digital แข่งขันในตลาดด้วยการส่งมอบมูลค่าทางธุรกิจ และ ROI ที่มากกว่า โดยคู่แข่งหลักคือบริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติ การพัฒนาโซลูชันที่ปรับแต่งเฉพาะองค์กรช่วยให้ลูกค้าสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ลอกเลียนแบบได้ยาก แตกต่างจากการใช้โซลูชันสำเร็จรูปทั่วไป
  • เจาะตลาดสเกลใหญ่: ทีมงานมีประสบการณ์ในการสร้าง Super App ที่รองรับผู้ใช้งานหลัก 10 ล้านคนขึ้นไป รวมถึงการพัฒนาระบบ Mobile Banking ให้กับธนาคารระดับ Top 5 ของประเทศ รวมถึงโครงการด้านพลังงานที่บริหารจัดการข้อมูลตั้งแต่หลุมขุดเจาะต้นน้ำไปจนถึงธุรกิจค้าปลีกปลายน้ำ และระบบรับประกันคริปโทเคอร์เรนซีที่รองรับผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

ผลสำรวจการ์ทเนอร์เผยซีอีโอถึง 80% บอกว่า AI จะบีบองค์กรให้ต้องยกเครื่องขีดความสามารถการดำเนินงานใหม่หมด [PR]

การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยผลสำรวจล่าสุดพบว่า 80% ของผู้บริหารระดับซีอีโอระบุว่า AI จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับขีดความสามารถในการดำเนินงานในระดับสูงถึงปานกลาง โดยเปลี่ยนโฟกัสจากการเป็น “ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business)” ไปสู่ “ธุรกิจอัตโนมัติ หรือ Autonomous …

ManageEngine เปิดตัว Native SOAR พลิกโฉมระบบอัตโนมัติข้ามโดเมน ปิดช่องว่างทุกวิกฤต จากการตรวจจับสู่การโต้ตอบ [PR]

ManageEngine เป็นหน่วยงานหนึ่งของ Zoho Corporation และผู้ให้บริการโซลูชันการจัดการไอทีระดับองค์กรชั้นนำ ได้ประกาศยกระดับสถาปัตยกรรมหลักของ Log360 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ โดยได้นำเสนอขีดความสามารถด้าน Native SOAR พร้อมด้วยการผสานรวมใหม่ 7 รายการร่วมกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยชั้นนำของอุตสาหกรรม รวมถึงขีดความสามารถของ …