Bluebik ทุ่มงบพันล้าน เข้าซื้อ 2 Big Tech Company เตรียมผงาดโตต่อเนื่องรับปีกระต่ายทอง [Guest Post]

Bluebik ประกาศทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการของ 2 บริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับประเทศ ได้แก่ หน่วยธุรกิจ Digital Delivery ของ MFEC และ Innoviz Solutions เสริมแกร่งงานด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และต่อยอดบริการด้าน ERP สนับสนุนการขยายธุรกิจและบริการทั้งในและต่างประเทศ ปูทางสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดดตาม แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี พร้อมตอกย้ำความเป็น Truly End-to-End Digital Transformation Partner และพร้อมปูทางสู่การเป็น Tech Company และ Venture Builder ระดับสากล

ก่อนปิดปี 65 บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน แบบครบวงจร เข้าซื้อหน่วยธุรกิจ Digital Delivery ซึ่งเป็นทีมพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและแอปพลิเคชันจาก MFEC ลุยขยายทัพนักพัฒนาเทคโนโลยีอีกกว่า 300 ชีวิต เพิ่มขีดความสามารถการส่งมอบงานและบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรับเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในและต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ BBIK ยังได้ควบรวมกิจการกับบริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ จำกัด (Innoviz Solutions) ที่ปรึกษาและวางระบบ Microsoft Dynamics 365 อันดับหนึ่งของประเทศ เพื่อติดสปีดต่อยอดพร้อมเสริมแกร่งบริการที่ปรึกษาด้าน ERP หวังโกยลูกค้าทุกขนาดเข้าพอร์ต

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า การเข้าซื้อหน่วยธุรกิจ Digital Delivery ของ MFEC เป็นการเพิ่มขีดความสามารถการรองรับงานบริการให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี (Digital Excellence & Delivery หรือ DX) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่สร้างรายได้ให้กับบลูบิค และยังเป็นการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคตผ่านการ Synergy ร่วมกันกับทาง MFEC อีกด้วย รวมทั้งช่วยเรื่องการประหยัดต้นทุนในการบริหารงานจาก Economy of Scale ซึ่งหลังจากกระบวนการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น จะมีผลให้ทีมงานนักพัฒนาเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มมากขึ้นถึง 500 คน สามารถรองรับความต้องการในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ทีมนักพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและแอปพลิเคชัน (Digital Delivery) ของ MFEC มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและแอปพลิเคชันภายใต้มาตรฐาน Software Development Life Cycle – SDLC และการนำระบบขึ้นเพื่อใช้งาน (Deployment Management) นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญด้านอื่นๆ ดังต่อไปนี้ 

1) พัฒนาแอปพลิเคชันทั้งในรูปแบบ Mobile Application, Web Application, Desktop และบล็อกเชน 

2) การจัดการ Application Programming Interface – API 

3) การออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันและฟังก์ชันพื้นฐานในการใช้งาน (UX/UI Design) 

4) การประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ (Software Quality Assurance) 

5) การให้บริการหลังการขายที่เกี่ยวข้องกับบริการตาม ข้อ 1 และ 4 

สำหรับกระบวนการเข้าซื้อกิจการจะเริ่มหลังจากที่ MFEC จัดตั้งบริษัทย่อยสำหรับหน่วยธุรกิจนี้ โดยใช้เงินสดที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering – IPO) กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและแผนการระดมทุนเพิ่ม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2566

ในขณะที่การควบรวมกิจการกับ บริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ จำกัด มือหนึ่งด้านการวางระบบ ERP ของ Microsoft Dynamics 365 ที่ได้รับการรับรองเป็น Gold Certified Partner จากบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจะสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่งให้กับบลูบิค เนื่องจากการพัฒนาการวางแผนและการจัดการทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรหรือระบบงาน ERP นั้นเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพกำลังการผลิตและกระบวนการดำเนินงานให้มีความคล่องตัวของธุรกิจ และยังเป็นที่ต้องการจากองค์กรชั้นนำที่ต้องปรับตัวเข้าสู่การทำธุรกิจยุคดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

“ทีมงานผู้เชี่ยวชาญระบบ ERP จำนวนมากกว่า 130 คน ที่เติมเข้ามาจาก Innoviz จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ และตอบสนองความต้องของลูกค้ากลุ่มเดิมของบลูบิคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการขยายบริการและผลิตภัณฑ์หลักของบลูบิคไปยังฐานลูกค้าของ Innoviz ที่มีอยู่มากกว่า 200 ราย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค การเงินและธนาคาร และหน่วยงานภาครัฐอีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่าลูกค้าทั้ง 2 ฝั่งจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดภายใต้การให้บริการผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกแบบครบวงจรที่สามารถรองรับทุกความต้องการของลูกค้าได้” นายพชร กล่าว   

 สำหรับกระบวนการควบรวมกิจการของ Innoviz จะแบ่งการชำระค่าหุ้นออกเป็น  3 งวด งวดแรกจะเริ่มต้นในไตรมาส 1 ปี 2566 และจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2568 โดยบลูบิคจะเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมดด้วยเงินสด 

“การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องของบลูบิคนั้นเป็นไปตามแผนการลงทุนที่บริษัทฯ ได้วางไว้ เพื่อรองรับกระแสการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและความต้องการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้สร้างข้อได้เปรียบในภาคธุรกิจที่ยังคงแรงต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกเหล่านี้ทำให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ได้สะท้อนผ่านผลประกอบของบริษัทฯ ที่สามารถทำนิวไฮในหลายไตรมาสติดต่อกัน ดังนั้นการเข้าซื้อกิจการของทั้ง 2 บริษัท จะทำให้การเติบโตนับจากนี้ของ  บลูบิค โดยเฉพาะในปี ​2566 เป็นไปอย่างน่าจับตามอง จากผลพวงของจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวตามแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี เป็นการตอกย้ำความเป็น Tech Company ที่มุ่งเน้นการเป็น Venture Builder ระดับสากล” นายพชร กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Website : www.bluebik.com หรือติดตามข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดียได้ที่ Facebook Page : Bluebik Group และ LinkedIn : Bluebik Group


About nittaya

Previously worked as an English lecturer and eventually becomes an ADPT content writer to inspire readers under "ADAPT, ADEPT, ADOPT" concepts อดีตอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ผู้ผันตัวมาเป็นนักเขียน ADPT หวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านภายใต้แนวคิด "ADAPT, ADEPT, ADOPT"

Check Also

รายงาน Global Digtial 2023 ที่คนไทยเป็นอันดับต้น ๆ ในหลายด้าน แล้วเราควรวางแผนลงทุนไอทีอย่างไร

ทุก ๆ ปี We are social ซึ่งเป็นเอเจนซีทางด้านโซเชียลมีเดีย จะทำรายงานประจำเกี่ยวกับสรุปสถิติการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทั่วโลก โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งอัตราการใช้อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ที่ผู้ใช้ใช้เพื่อเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัล พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต การใช้สื่อสังคมออนไลน์ การใช้แอพพลิเคชันต่าง …

10 อันดับ เทรนด์ Manufacturing (2023 & 2024)

ข้อมูลจากองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติระบุว่าอัตราการเติบโตทั่วโลกอยู่ที่ 18.2% ในปี 2022 อุตสาหกรรมกำลังฟื้นตัว ความยืดหยุ่นคือประเด็นหลักที่ก่อให้เกิดแนวโน้มที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การผลิตทั่วโลก