บทความโดย: ดร. ราฟาเอล แซลมี President, South Asia, Korea, and Japan Components, Arrow Electronics


ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันที่เข้ามาปฏิวัติวิธีการสื่อสาร การทำงาน และการใช้ชีวิตของเรา และเมื่อเราใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ แล้ว เทคโนโลยีจะช่วยจัดการกับปัญหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่มีมานานให้ลดน้อยลงได้ รวมถึงเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ที่ช่วยให้เราค้นพบวิธีแก้ปัญหาภัยอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมหลายด้าน นับตั้งแต่มลภาวะทางอากาศ ทางเสียง ทางความร้อน และยังช่วยยกระดับวิถีชีวิตแบบยั่งยืนของผู้คนให้สูงมากขึ้นอีกด้วย
แนวโน้มการเติบโตของ e-Mobility
ภาคการเดินทางขนส่งในปัจจุบันไม่เพียงแต่เป็นต้นกำเนิดสำคัญในการปล่อยก๊าซคาร์บอนเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดความแออัดของยานพาหนะ รวมถึงมลพิษทางอากาศและทางเสียงอีกด้วย เช่น ประเทศไทยมีจำนวนรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนสูงอย่างน่าตกใจ เกือบ 21.5 ล้านคันในปีพ.ศ. 2564 คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรถยนต์ที่จดทะเบียนทั้งหมดในประเทศ เนื่องจากรถมอเตอร์ไซค์มีราคาไม่แพง มีความคล่องตัวเมื่อเดินทาง และเป็นรูปแบบหลักในการจัดส่งและโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ อย่างไรก็ตาม รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเบนซินปล่อยสารมลพิษต่อกิโลเมตรมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การให้รถจักรยานยนต์เหล่านี้ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นโอกาสอันดีสำหรับประเทศไทยในการก้าวไปสู่เป้าหมายด้านพลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอน

มาตรการด้านความยั่งยืนต่างๆ
ประเทศไทยมีจุดยืนเชิงรุกโดยได้ตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% – 25% ภายในปีพ.ศ. 2573 เมื่อเทียบกับระดับในปีพ.ศ. 2548 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยกำหนดให้มียานยนต์ไร้มลพิษ (Zero-Emission Vehicles: ZEV) คิดเป็นสัดส่วนขั้นต่ำ 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปีพ.ศ. 2573 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน
รัฐบาลไทยได้ดำเนินนโยบายและริเริ่มมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดเบา ส่งผลให้มีความต้องการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสูงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องการที่รถวิ่งได้ในระยะทางที่ยังจำกัด การชาร์จแบตเตอรี่ที่ใช้เวลานาน และเครื่องชาร์จของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV ประเภทต่างๆ ที่ยังมีจำนวนน้อย ได้ทำให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจซื้อ
วิธีการสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่จึงเป็นทางออกที่สำคัญ
ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำเสนอโซลูชันที่สะอาดกว่าและคุ้มค่ากว่าออกสู่ตลาด Oyika (โออิก้า) บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในสิงคโปร์ ได้นำร่องระบบนิเวศบริการการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-as-a-Service: BaaS) ระดับมาตรฐานโลกให้กับผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยที่ Oyika เสนอแพ็คเกจสมาชิกด้านพลังงานใหม่นี้ในราคาไม่แพง อันรวมถึงการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้ว ได้ที่เครือข่ายสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่กำลังขยายจำนวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในระบบนิเวศแบตเตอรี่อัจฉริยะของ Oyika นี้ ผู้ขับขี่สามารถใช้แอปพลิเคชันบนมือถือเปิดตู้ชาร์จที่ปลอดภัยซึ่งติดตั้งอยู่ภายนอกของร้านสะดวกซื้อต่างๆ สามารถใส่แบตเตอรี่ที่หมดนั้นลงในช่องชาร์จแบบเปิด และดึงแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มใหม่ออกไปในเวลาเพียงหนึ่งหรือสองนาที การออกแบบแบตเตอรี่อัจฉริยะของ Oyika เป็นมาตรฐานสูง สามารถใช้งานร่วมกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Arrow Electronics (แอโร่ อิเล็กทรอนิกส์) มีบทบาทสำคัญในการช่วย Oyika สร้างระบบนิเวศแบตเตอรี่อัจฉริยะสำหรับรถจักรยานยนต์ โดยสนับสนุนด้านวิศวกรรมการประมวลผล การจัดการพลังงาน และโซลูชันไอโอที รวมทั้งเก็บรวบรวมและนำข้อมูลอันมีค่าจากแบตเตอรี่อัจฉริยะเหล่านี้ไปวิเคราะห์เพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น การทำงานที่ดีขึ้น และให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น
การสร้างสรรค์ บริหาร และพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้ล้ำหน้า
Oyika ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและวิศวกรออกแบบจาก NTU-Arrow Invent Lab ในสิงคโปร์ ภายใต้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Nanyang Technology University (NTU) ในปีพ.ศ. 2565 Oyika จึงสามารถนำโซลูชันและบริการต่างๆ มาใช้จริง และปรับข้อเสนอด้านบริการของเทคโนโลยีหลักให้ดียิ่งขึ้นอย่างสรรค์สร้าง นอกจากนี้ คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดการพลังงาน ระบบสื่อสารเทเลเมติกส์ของไอโอที การบริหารแบตเตอรี่ และการเลือกส่วนประกอบต่างๆ ช่วยให้ Oyika เอาชนะความท้าทายและอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตลาดได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ วิศวกรของ Arrow Electronics ได้พัฒนาระบบ 4G IoT telematics อันเป็นระบบที่อ่านข้อมูลจากไอโอทีที่ตัวรถและส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารโดยใช้เครือข่าย 4G ซึ่งประกอบไปด้วย:
- คำแนะนำทางวิศวกรรมในการบริหารแบตเตอรี่และพลังงาน
- การติดตามความเร็วและตำแหน่งของยานพาหนะโดยใช้ 4G IoT telematics
- การเลือกองค์ประกอบต่างๆ
- การตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ (แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟ อัตราการชาร์จ/คายประจุ อุณหภูมิ การสั่นสะเทือน และความชื้น)
- มาตรการรักษาความปลอดภัยและความปลอดภัยที่ใช้ระบบ GPS
ตู้สลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Oyika มีการใช้งานในประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และอีกหลายแห่งเพื่อเชื่อมต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดเข้ากับระบบนิเวศของ Oyika อันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปราศจากการปล่อยมลพิษได้ในที่สุด
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






