Apple สั่งแบนแอปพลิเคชันขุดเหรียญดิจิทัลบน App Store

Apple ประกาศอัปเดต Review Guidelines บน App Store ใหม่ โดยสั่งห้ามไม่ให้อัปโหลดแอปพลิเคชันที่ใช้ทรัพยากรของเครื่องผู้ใช้ในการทำ Cryptocurrency Mining หรือ ขุดเหรียญเงินดิจิทัลบน iOS และ macOS ขึ้น App Store อีกต่อไป มีผลใช้วันนี้แล้ว

การแบนนี้ส่งผลกับแอปพลิเคชันที่ถูกออกแบบมาเพื่อขุดเหรียญดิจิทัลโดยเฉพาะ สำหรับแอปพลิเคชันที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับเงินดิจิทัลในด้านอื่นๆ เช่น บริหารจัดการ หรือแลกเปลี่ยนเงินดิจทัล ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ

App Store Review Guidelines ส่วนที่สั่งแบนแอปพลิเคชันขุดเหรียญดิจิทัล มีดังนี้

2.4.2: Design your app to use power efficiently. Apps should not rapidly drain battery, generate excessive heat, or put unnecessary strain on device resources. Apps, including any third party advertisements displayed within them, may not run unrelated background processes, such as cryptocurrency mining,” the new guideline reads.

3.1.5 (b) (ii) Apps may not mine for cryptocurrencies unless the processing is performed off device (e.g. cloud-based mining).

Apple อัปเดต Review Guidelines ใหม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างงานประชุม WWDC 2018 หลังจากที่พบว่าการขุดเหรียญเงินดิจิทัลกลายเป็นเครื่องมือสำคัญบนมัลแวร์ที่อาชญากรไซเบอร์มักใช้ในช่วงปีก่อน ถึงแม้ว่าผู้ใช้ macOS และ iOS จะไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายของการขุดเหรียญมากนัก แต่ก็เคยมีเหตุการณ์ที่นักพัฒนาได้ซ่อนฟีเจอร์ขุดเหรีญยดิจิทัลไว้ในแอปพลิเคชันของตนก่อนเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลดผ่าน App Store มาแล้ว ที่สำคัญคือ การขุดเหรียญดิจิทัลบนอุปกรณ์ iOS มักก่อให้เกิดความร้อนสูงและอาจทำให้แบตเตอรี่ไหม้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายรุนแรงสำหรับผู้ใช้งาน

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/apple/apple-bans-apps-that-mine-cryptocurrencies/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Azure ประกาศฟีเจอร์ Monitor Container เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งาน

Azure ได้ประกาศให้ฟีเจอร์ติดตามสถานะและประสิทธิภาพการใช้งานของ Kubernetes Cluster ให้เข้าสู่สภาวะพร้อมใช้งานแล้ว ทำให้ผู้ใช้งานจะสามารถตรวจสอบการทำงานของ Container ที่ใช้งานได้จากหน้าจอส่วนกลางของ Azure โดยไม่ต้องไปล็อกอินที่ตัว Container หรือพึ่งพาเครื่องมืออื่น

Supermicro ยืนยันอีกครั้งไม่พบชิปแปลกปลอมหลังจบกระบวนการตรวจสอบเข้มข้น

ก่อนหน้านี้ทาง Supermicro ได้เคยส่งจดหมายแจ้งลูกค้ากรณีที่ Bloomberg อ้างว่ามีชิปสอดแนมฝังอยู่บนบอร์ดว่าไม่เป็นความจริงซึ่งในตอนนี้บริษัทสามารถพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงเนื่องจากผ่านกระบวนการตรวจสอบภายในอย่างเข้มข้นเป็นขั้นเป็นตอนเรียบร้อยแล้ว