Black Hat Asia 2021

การใช้ Open Source ในธุรกิจขนาดใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ Open Source ได้เข้ามามีบทบาทในธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมและหลากหลายขนาด และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทยเองนั้นการใช้ Open Source เองก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้จึงข้อสรุปแนวคิดและแนวโน้มต่างๆ เกี่ยวกับการนำ Open Source มาใช้ในภาคธุรกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยเฉพาะ ดังนี้

Credit: Red Hat

 

Open Source นั้นไม่ได้เป็นแค่ Software แต่เป็นทั้งวิธีการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความร่วมมือ

คุณ Damien Wong ผู้ดำรงตำแหน่ง Vice President and General Manager ประจำภูมิภาค ASEAN แห่ง Red Hat นั้นได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเอาไว้ว่า Open Source นั้นไม่ได้เป็นทั้งบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ แต่มันหมายถึงวิธีการที่เราใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และสื่อสารร่วมมือระหว่างกันเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ทำให้เหล่าบุคลากรผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถนั้นร่วมกันสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็น Internet of Things (IoT) หรือ Machine Learning ที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูในทุกวันนี้ก็ตามที

Damien Wong Credit: Red Hat

 

นอกจากนี้ คุณ Damien Wong ยังให้ความเห็นอีกด้วยว่า แนวโน้มของการใช้ Open Source นี้เป็นสิ่งที่เหล่าองค์กรจะปฏิเสธไม่ได้เลย เพราะแม้แต่ในภาคธุรกิจการเงินของเอเชียแปซิฟิกเองนั้นก็มีอัตราการใช้งาน Open Source สูงขึ้นถึง 7.5% เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปี 2013 ตัวเลขนี้ถึงแม้จะดูน้อย แต่หากเจาะลึกในรายละเอียดแล้ว ธุรกิจการเงินขนาดใหญ่บางแห่งนั้นกลับมีการเติบโตของการใช้ Open Source ที่สูงถึง 120% เลยทีเดียว เนื่องจากความต้องการในการปรับแต่ง Software ให้ได้อย่างรวดเร็ว และความสามารถในการเสริมความปลอดภัยให้กับระบบต่างๆ ได้ตามต้องการนั่นเอง

 

4 กรณีศึกษาการใช้ Open Source ในการทำ Digital Transformation ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

คุณ Damien Wong แห่ง Red Hat ยังได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการนำ Open Source มาใช้เป็นหัวใจในการทำ Digital Transformation ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในแถบเอชีย ดังนี้

BSE หรืออดีต Bombay Stock Exchange Ltd. นั้นได้เปลี่ยนจากการใช้เทคโนโลยีแบบ Proprietary มาเป็น Open Source แทน และสามารถลดเวลาที่ใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ลงได้ถึง 40% จาก 10 Millisecond เหลือเพียงแค่ 6 Millisecond เท่านั้น และทำให้ BSE ก้าวสู่การเป็นตลาดแลกเปลี่ยนหุ้นที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุดในโลก ส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาณการซื้อขายหุ้นต่อวันได้ถึง 40 เท่า จาก 10 ล้านคำสั่งต่อวันกลายเป็น 400 ล้านคำสั่งต่อวันเลยทีเดียว

ในโครงการ Singapore Smart Nation Vision เองนั้นก็ได้มีการนำ Open Source ไปใช้ในการสร้าง Smart City ให้เป็นจริงขึ้นมาได้ และเนื่องจาก Smart City นั้นเป็นแนวคิดใหม่ การเปลี่ยนแปลงและการต่อยอดความคิดใหม่ๆ จึงต้องเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทางสิงคโปร์เลือกใช้ Open Source เป็นแกนกลางของโครงการนี้ ทำให้สิงคโปร์เกิดความคล่องตัวในการพัฒนาโครงการ Smart City ได้อย่างต่อเนื่อง

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ Red Hat ได้เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรง คือการร่วมมือกับ Singapore Nanyang Technological University (NTU) ที่ Red Hat ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ทางมหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมผสานระบบ Private Cloud และ Public Cloud เข้าด้วยกันกลายเป็น Hybrid Cloud ได้ จนสามารถให้บริการทรัพยากรต่างๆ ทางด้าน IT ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าแต่ก่อนมาก จากเดิมที่เคยต้องใช้เวลาเป็นวันนั้นก็ลดลงเหลือเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น

สำหรับตัวอย่างสุดท้าย Google และ Facebook เองนั้นต่างก็ได้ผลักดันเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และเปิด Open Source เทคโนโลยีทางด้าน AI ของตนให้แก่ทั้งโลกได้นำไปศึกษาและพัฒนาต่อยอด เกิดเป็นความร่วมมือขนาดใหญ่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ บนพื้นฐานของ AI เป็นวงกว้างทั้งในภาคธุรกิจและการศึกษาทั่วโลกเลยทีเดียว

 

การใช้ Open Source ในไทยจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกิจองค์กรเปิดรับ Open Source มากขึ้นเรื่อยๆ

IDC Thailand เองนั้นก็ได้ทำนายว่าภายในสิ้นปี 2017 นั้น เกินกว่า 50% ของ 100 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในไทย (T100) จะยกให้การทำ Digital Transformation นั้นเป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจ ดังนั้นธุรกิจเหล่านี้บางส่วนหรือทั้งหมดก็ต้องมีการนำ Open Source ไปใช้เพื่อสร้างสรรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเหล่า CEO นั้นจะต้องมองเรื่องของการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีเป็นกลยุทธ์ในเชิงรุก และต้องเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในวัฒนธรรมของ Open Source เพื่อผลักดันให้องค์กรก้าวไปสู่ขีดความสามารถใหม่ๆ ในการพัฒนานวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีขึ้นมาให้ได้

 

การเปิดรับ Open Source เพื่อทำ Digital Transformation ให้สำเร็จลุล่วงได้นั้น บุคลากรคือหัวใจสำคัญ

แน่นอนว่าการรับ Open Source ไปปรับใช้งานภายในภาคธุรกิจนั้น ประเด็นสำคัญที่สุดที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริงขึ้นมาได้ก็คือเรื่องของ “คน” ซึ่งคำว่าคนในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงเฉพาะแต่บุคลากรทางด้าน IT เท่านั้น แต่พนักงานฝ่ายอื่นๆ รวมถึงผู้บริหารเองก็ต้องเข้าใจในธรรมชาติและวัฒนธรรมของความเป็น Open Source ด้วยเช่นกัน

วัฒนธรรมของ Open Source ที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อแบ่งปัน, การช่วยเหลือระหว่างกันเพื่อให้สิ่งที่สร้างสรรค์ออกมานั้นมีผลลัพธ์ดีที่สุด ไปจนถึงการผลักดันเพื่อให้่นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมานี้ถูกนำไปใช้และต่อยอดอย่างต่อเนื่องนั้นถือเป็นทิศทางเดียวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จำเป็นต่อการทำ Digital Transformation ทั้งสิ้น ในขณะที่ธรรมชาติของความไม่หยุดนิ่งที่ Open Source จะต้องถูกพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่องนั้นก็ถือเป็นอีกสิ่งที่องค์กรต้องปรับตัวรับให้ได้

ขณะเดียวกัน การ Contribute ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือ Open Source นั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเหล่าบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่การคิด, การออกแบบ, การนำเสนอความเห็น, การแก้ไขปัญหา และมุมมองต่างๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้องต่อการสร้างนวัตกรรมนั้นต่างก็เป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น และบรรยากาศในการสร้างนวัตกรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วมนี้เอง คือบรรยากาศที่จะเกิดได้จากการที่ทุกคนโอบรับ Open Source เอาไว้นั่นเอง

 

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Digital Transformation สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://red.ht/2iCQILR ทันที

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Fujitsu ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Transform and grow your business with AI-powered Automation”

Fujitsu ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Transform and grow your business with AI-powered Automation” เพื่อรับฟังแนวทางการพลิกโฉมและขยายธุรกิจด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุมกระบวนการทำงานทางธุรกิจหรือ business workflows …

สรุป Red Hat Webinar: เพิ่มขีดความสามารถของ Microservices Application บน Kubernetes ด้วย Event-Driven Architecture

ในการออกแบบระบบด้วยสถาปัตยกรรม Microservices Architecture นั้นอาจมีความท้าทายในการเชื่อมผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง Service จำนวนมหาศาลเบื้องหลังระบบอยู่มากมาย ซึ่งใน Red Hat Webinar หัวข้อ เพิ่มขีดความสามารถของ Microservices Application บน Kubernetes ด้วย Event-Driven Architecture นี้ ก็จะนำ Apache Kafka มาช่วยตอบโจทย์ดังกล่าว โดยในบทความนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้ทำการสรุปเนื้อหาของ Webinar เอาไว้ดังนี้แล้วครับ