AMD เปิดตัว Ryzen Pro 6000 Series สู่แล็ปท็อประดับองค์กร

AMD เปิดตัว Ryzen Pro 6000 Series โปรเซสเซอร์สำหรับองค์กร ด้วยสถาปัตยกรรมใหม่ Zen 3+ เทคโนโลยีการผลิตขนาด 6nm พร้อมชิปกราฟิก RDNA2 คุณสมบัติใหม่ PRO Technologies Powerhouse Productivity สำหรับ Business Anywhere เพิ่มอิสระจากปลั๊กไฟได้นานถึง 26 ชม. และประมวลผลที่เร็วขึ้นที่ 4.9GHz ประสบการณ์เหล่านี้ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันบนแล็ปท็อประดับมืออาชีพ
Credit : AMD
สถาปัตยกรรม Zen3+ ที่ปรับขนาดได้ตั้งแต่ 28 วัตต์ ไปจนถึง 45 วัตต์ ทำให้มีความเร็วโปรเซสเซอร์สูงสุดที่ 4.9GHz และแคช L2 และ L3 รวมกัน 20MB เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรุ่นโปรเซสเซอร์ในระดับเดียวกันอย่าง Ryzen Pro 5000 Series รุ่นก่อน ประสิทธิภาพการประมวลผลของ CPU เพิ่มขึ้นถึง 1.3 เท่า และในส่วนของ GPU ที่ใช้ RDNA 2 ในการประมวลผล มีประสิทธิภาพมากกว่าถึง 2.1 เท่า (สำหรับชิป 28 วัตต์)
Credit : AMD
เมื่อเปรียบเทียบชิป Ryzen 7 Pro 6000 U-series กับชิปต่างค่ายอย่าง Intel Core i7 Gen 12 ทางด้าน AMD อ้างว่าได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าที่น่าประทับใจอย่างมาก 125 – 150% เลยทีเดียว โดยการทดสอบผ่านซอฟต์แวร์ Cinebench, 3DMark และ Passmark
Credit : AMD
AMD มอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่ดีที่สุดบนแล็ปท็อประดับมืออาชีพ
  • Better Collaboration มอบประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้น ไหลลื่นทุกการประชุมผ่านทางวิดีโอ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำงานแบบไฮบริดที่ดีที่สุด
  • Long Battery Life ปลดพันธนาการให้มีอิสระในการทำงานโดยปราศจากการเสียบปลั๊ก ด้วยการจัดการพลังงานอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ยาวนานถึง 26 ชั่วโมง Technologies Powerhouse Productivity สำหรับ Business Anywhere
  • Faster Connectivity เชื่อมต่อได้เร็วขึ้น ด้วย Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 และ USB4 สามารถถ่ายโอนข้อมูลบนแบนด์วิดธ์สูงสุด 40 Gbps
AMD PRO Security มอบความปลอดภัยให้กับข้อมูลทางธุรกิจที่ล้ำค่าด้วย AMD Ryzen 6000 Series ที่ออกแบบให้รองรับคุณสมบัติการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยหลายชั้น เพื่อช่วยป้องกันข้อมูลจากการถูกโจมตีที่มีความซับซ้อน
Credit : AMD

เรื่องความปลอดภัยใน AMD Ryzen Pro 6000 Series มีการผสานชิปร่วมกับเทคโนโลยีของ Microsoft เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องข้อมูลให้กับธุรกิจ 

  • AMD ร่วมมือกับ Microsoft Pluton Security Processor ผสานชิปกับเทคโนโลยีความปลอดภัยบนคลาวด์ที่ออกแบบและอัปเดตโดย Microsoft ที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับพีซี Windows 11 พร้อมกับการปกป้องสำหรับ User Identity, Data and Apps
  • AMD ร่วมมือกับ Microsoft เพื่อนำเสนอ Secured-core PC ซึ่งช่วยป้องกันช่องโหว่ของเฟิร์มแวร์ ป้องกันระบบปฏิบัติการ และป้องกันการเข้าถึงอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • AMD Shadow Stack ให้การป้องกันที่เปิดใช้งานฮาร์ดแวร์จาก control-flow attacks
  • AMD Secure Processor รวมอยู่ในชิปเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
  • AMD Memory Guard ให้การเข้ารหัสหน่วยความจำระบบแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยป้องกันการโจมตีทางกายภาพหากแล็ปท็อปสูญหายหรือถูกขโมย
Credit : AMD
AMD Ryzen Pro 6000 Series คาดว่าจะออกมาให้เห็นกันในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 นี้ ซึ่งอาจจะมาพร้อมกับแล็ปท็อปของ EliteBook และ ProBook รุ่นใหม่ของ HP รวมถึง Lenovo ThinkPads และ ThinkBooks

 

ที่มา :

AMD Ryzen™ Processors with PRO Technologies | AMD

New AMD Ryzen Pro 6000 Series CPUs Bring ‘Zen 3+’ to Enterprise Laptops | PCMag

AMD Launches Ryzen Pro 6000 Series Chips | Tom’s Hardware (tomshardware.com)

AMD’s new 6nm Ryzen Pro 6000 processors pump performance and power efficiency | Windows Central 

 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …

Gartner ชี้ปลดคนสังเวย AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI แนะภาคอุตสาหกรรมเร่งอัปสกิลมนุษย์คุมระบบแทน

ท่ามกลางกระแสการนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติขั้นสูงเข้ามาใช้งาน ผู้บริหารหลายองค์กรเลือกที่จะลดจำนวนพนักงานลงเพื่อประหยัดงบประมาณและหวัง ROI ในระยะสั้น แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Gartner กลับชี้ให้เห็นความจริงที่สวนทางว่า การลดคนไม่ได้การันตีถึงผลกำไรหรือ ROI ที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด