เชิญร่วมงานสัมมนา Rethink & Rebuild your Cyber Security Plan โดย AMR Asia

All-Flash Data Protection: ปกป้องข้อมูลอย่างมั่นใจ กู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว ด้วย Pure Storage

เมื่อธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยระบบ IT และข้อมูล การออกแบบระบบสำรองข้อมูลและระบบเหล่านี้ให้สามารถปกป้องระบบงานสำคัญของธุรกิจองค์กรได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ และแนวโน้มของปี 2020 – 2021 นี้ หนึ่งในโซลูชันที่มาแรงมากในตลาดธุรกิจองค์กรเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยเฉพาะก็คือ All-Flash Data Protection นั่นเอง

ความเร็วของ Storage คือคอขวดสำคัญของการสำรองข้อมูล

สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลปริมาณมากมายจากระบบ Business Application ที่หลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละวันนั้นถือว่ามีไม่น้อย และเมื่อนับรวมเข้ากับปริมาณผู้ใช้งานในองค์กรที่สร้างข้อมูลใหม่ๆ สำหรับใช้ในการทำงานเพิ่มอย่างต่อเนื่องแล้ว ขนาดของข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญของการออกแบบระบบสำรองข้อมูล

ที่ผ่านมานั้นความเร็วของระบบ Storage ถือเป็นคอขวดสำคัญในการสำรองข้อมูล เนื่องจากในการออกแบบระบบสำรองข้อมูลที่ดีนั้น จะต้องมีการคำนึงถึงความเร็วในการสำรองข้อมูลและความเร็วในการกู้คืนข้อมูลด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญทางธุรกิจนั้นจะทำการสำรองได้ทันเวลาตามกำหนดการที่ต้องการ และสามารถกู้คืนได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้ต้องใช้ข้อมูลที่สำรองเอาไว้อยู่นี้ เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุด

ระบบ Storage แบบเดิมที่ให้ Hard Disk Drive (HDD) ล้วนๆ หรือระบบ Hybrid Storage ที่มีการเสริม Solid State Drive (SSD) เข้าไปช่วยเพิ่มความเร็วนั้น ถึงแม้จะมีความคุ้มค่าในแง่ของความจุที่มาก ทำให้สามารถสำรองข้อมูลระบบได้หลากหลาย แต่ก็มีจุดอ่อนเรื่องความเร็วที่ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถสำรองข้อมูลได้ถี่ๆ ส่งผลให้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจนข้อมูลของระบบงานสำคัญสูญหาย การกู้คืนระบบหรือข้อมูลเหล่านี้ก็เป็นไปได้อย่างเชื่องช้า และอาจมีข้อมูลที่สูญหายไปค่อนข้างมากจากการที่ระบบไม่สามารถทำการสำรองข้อมูลได้รวดเร็วและบ่อยเพียงพอ

ตอบโจทย์การสำรองข้อมูลด้วย All-Flash Storage ที่ออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างคุ้มค่ากว่าที่เคย

ด้วยคอขวดของระบบ Storage แบบเดิมที่ส่งผลให้การสำรองและกู้คืนข้อมูลนั้นยังไม่สามารถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจองค์กรจึงเริ่มมองหาแนวทางในการนำ All-Flash Storage มาใช้เพื่อสำรองข้อมูล แต่แนวคิดนี้ก็ถือว่าปฏิบัติจริงได้ยากในอดีต เพราะ All-Flash Storage นั้นมักมีราคาที่สูง

อย่างไรก็ดี เหล่าผู้ผลิตโซลูชัน All-Flash Storage นั้นล้วนเห็นแนวทางนี้เป็นอนาคตของการสำรองข้อมูลทั้งสิ้น จึงได้มีการพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ในการใช้งาน All-Flash Storage เพื่อให้สามารถนำ All-Flash Storage มาใช้ในการสำรองข้อมูลได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เช่น

  • การพัฒนาเทคโนโลยีการทำ Data Reduction ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้การสำรองข้อมูลนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลจริงน้อยที่สุด
  • การพัฒนาเทคโนโลยี Snapshot ให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้นทั้งในการสำรองข้อมูลและการนำมาใช้งานจริง เพื่อให้สามารถทำการสำรองข้อมูลได้โดยไม่กินพื้นที่มาก และทำได้บ่อยๆ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบ Application
  • การทำงานร่วมกับโซลูชัน Backup และ Disaster Recovery จากผู้ผลิตที่หลากหลายได้ เพื่อให้เกิดการใช้งาน Storage แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับงาน และใช้พื้นที่การเก็บข้อมูลสำรองบน All-Flash Storage เฉพาะส่วนที่จำเป็นที่สุดเท่านั้น
  • การพัฒนาเทคโนโลยีป้องกัน Ransomware บน All-Flash Storage โดยตรง ทำให้องค์กรมั่นใจมากขึ้นได้กับการสำรองข้อมูล
  • การเสริมเทคโนโลยีในการ Replicate ข้อมูลและการทำ Active-Active Cluster มาให้ในตัว เพื่อให้รองรับกรณีของการทำ DR Site ได้อย่างคุ้มค่า
  • การพัฒนา QLC Flash เพื่อให้มี Flash ที่มีความเร็วสูง ในขณะที่มีความจุใกล้เคียงกับ HDD ในการลงทุนที่เท่ากัน

เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อให้การใช้งาน All-Flash Storage ในการสำรองข้อมูลเป็นจริงขึ้นมาได้เท่านั้น และในผู้ผลิตแต่ละรายก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ทุกวันนี้การนำ All-Flash Storage มาใช้ในการสำรองข้อมูลเริ่มเป็นจริงขึ้นมาได้แล้ว

All-Flash Data Protection รู้จักกับทุกโซลูชันการสำรองข้อมูลบน All-Flash Array จาก Pure Storage

Pure Storage ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี All-Flash Array สำหรับธุรกิจองค์กร ก็ได้มีการพัฒนาโซลูชันการสำรองข้อมูลบน All-Flash Array มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย ดังนี้

1.) ความเร็วสูง ทำการสำรองข้อมูล, Snapshot และกู้คืนข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง

ด้วยความเร็วจาก All-Flash Array นั้นทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถมั่นใจได้ว่าการสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่การทำ Snapshot บน Storage เองนั้นก็จะทำให้สามารถสำรองข้อมูลเอาไว้ได้ทันทีที่ต้องการโดยไม่กระทบกับการทำงานของระบบ Production แต่อย่างใด ก็ช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือกในการสำรองข้อมูลมากขึ้น รวมถึงยังทำการสำรองข้อมูลให้กับระบบ Backup อีกชั้นหนึ่งได้

สำหรับธุรกิจที่ต้องการสำรองข้อมูลสำหรับระบบที่มีข้อมูลปริมาณมหาศาลนั้น Pure Storage เองก็ได้มีการทดสอบความเร็วในการกู้คืนข้อมูลจากระบบ Pure Storage FlashBlade ซึ่งเป็นระบบ All-Flash Scale-Out File/Object Storage มาแล้ว และพบว่าสามารถกู้คืนข้อมูลได้ด้วยความเร็วถึง 270TB ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเร็วที่เพียงพอต่อการกู้คืนระบบที่มีข้อมูลขนาดหลายสิบ TB ได้อย่างมั่นใจ

2.) Pure Storage FlashArray//C ระบบ All-Flash Array สำหรับการสำรองข้อมูลโดยเฉพาะด้วย QLC ในราคาที่เท่ากับ Storage แบบเดิมๆ

สำหรับธุรกิจองค์กรที่กำลังมองหา SAN Storage ชุดใหม่สำหรับงาน Backup โดยเฉพาะนั้น ทาง Pure Storage ก็มีโซลูชัน Pure Storage FlashArray//C ที่ใช้ QLC Flash ซึ่งมีคุณสมบัติคือมีความจุเยอะในความเร็วที่สูงระดับ Flash และมีราคาต่อความจุที่เทียบเท่าได้กับ HDD ทำให้สามารถนำโซลูชันนี้มาใช้ในการสำรองข้อมูลได้อย่างมั่นใจ

Pure Storage FlashArray//C นี้สามารถมีความจุแบบ Effective Capacity เริ่มต้นที่มากถึง 1.3PB ในขนาดเพียงแค่ 3U และสามารถเพิ่มขยายเป็น 5.2PB ในขนาดเพียง 9U ได้เลยทีเดียว

3.) ผสานระบบทำงานร่วมกับผู้ผลิตระบบ Backup ชั้นนำได้หลากหลาย

Pure Storage ได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตระบบ Backup ชั้นนำหลากหลายเพื่อ Integrate ระบบเหล่านั้นเข้ากับโซลูชันของ Pure Storage ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอัตโนมัติ และบริหารจัดการร่วมกันได้อย่างง่ายดาย โดยรองรับการทำงานร่วมกับ Actifio, Cohesity, Commvault, Veeam และ Veritas

4.) ปกป้องข้อมูล Snapshot จาก Ransomware ด้วย FlashBlade SafeMode

นอกเหนือจากการทำ Snapshot บน Storage เพื่อสำรองข้อมูลในระดับ Storage ทั่วไปแล้ว Pure Storage เองก็ยังมีการออกแบบความสามารถเพิ่มเติมเพื่อเสริมการปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจจาก Ransomware ได้ ด้วยความสามารถที่ชื่อว่า SafeMode บน Pure Storage FlashBlade

SafeMode นี้เป็นความสามารถที่เปิดใช้งานได้ทันที โดยเมื่อเปิดใช้งานแล้ว ผู้ดูแลระบบจะสามารถเลือกกำหนดให้ระบบทำการสร้าง Snapshot โดยอัตโนมัติในได้ในเวลาที่ต้องการ และทำการเก็บข้อมูล Snapshot เหล่านั้นเอาไว้จนถึงอายุที่กำหนดแล้วจึงทำการลบทิ้งให้โดยอัตโนมัติ

จุดเด่นของการใช้ความสามารถ SafeMode นี้คือข้อมูล Snapshot ที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะไม่สามารถถูกลบหรือแก้ไขได้แม้ว่าจะเป็นสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบเอง โดยเงื่อนไขเดียวที่ข้อมูล Snapshot นี้จะถูกลบได้คือการที่ข้อมูลถูกเก็บเอาไว้จนอายุครบกำหนดแล้วเท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้จะมี Ransomware โจมตีเข้ามา หรือมีบุคคลภายนอกที่เข้าถึงสิทธิ์ Admin บน Pure Storage FlashBlade ก็ไม่อาจลบข้อมูลเหล่านี้ออกไปได้

SafeMode นี้จึงเป็นความสามารถที่ใช้ได้ทั้งสำหรับการสำรองข้อมูลบนระบบ Production และการสำรองข้อมูลให้กับระบบ Backup อีกชั้นหนึ่งได้อย่างมั่นใจ

5.) สามารถทำ Asynchronous Replication สำหรับสำเนาข้อมูลข้ามอุปกรณ์ได้ทันที รองรับการวางระบบ DR Site

สำหรับธุรกิจองค์กรที่กำลังมองหาแนวทางการสำรองข้อมูลข้ามสาขา Pure Storage สามารถทำ Asynchronous Replication ได้ในตัว ดังนั้นจึงสามารถวาง Pure Storage เอาไว้ที่สองสาขาและเปิดให้มีการ Synchronize ข้อมูลระหว่างกันได้อย่างต่อเนื่อง ทำ DR Site ได้โดยไม่ต้องมีการจัดซื้อลิขสิทธิ์ Software สำหรับการทำ Replication เพิ่มเติม และจัดการกับการเกิด Traffic ระหว่างสาขาได้ตามต้องการ

6.) ออกแบบระบบ Active-Active Cluster รองรับการทำงานทดแทนกันได้ทั้งภายในสาขาเดียวกันและต่างสาขา

Pure Storage นั้นมาพร้อมกับความสามารถ ActiveCluster ที่เปิดใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม โดยอุปกรณ์ของ Pure Storage นั้นจะสามารถทำ Active-Active Cluster ร่วมกันได้ทั้งภายในสาขาเดียวกัน หรือต่างสาขาในรูปแบบ Metro Cluster ได้ ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถมีระบบ Business Application ที่ทำงานแบบ Active-Active พร้อมกันได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการข้อมูลในแต่ละระบบให้ตรงกัน

โซลูชันนี้ถือว่าได้รับความนิยมมากในธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความมั่นคงทนทานของระบบ Business Application ในระดับสูงสุด ซึ่ง Pure Storage นอกจากจะมีความคุ้มค่าที่ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้ความสามารถนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแล้ว การตั้งค่าของระบบก็ยังสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ต่างจากประสบการณ์การตั้งค่าระบบ Storage Cluster อื่นๆ ที่มักยุ่งยากและซับซ้อน

7.) สำรองข้อมูลสู่ระบบ Cloud ด้วยแนวคิดแบบ Hybrid Cloud Storage

ในการสำรองข้อมูลสำหรับ Cloud นั้น Pure Storage มีโซลูชันที่เกี่ยวข้องด้วยกัน 2 ส่วน

Pure Cloud Block Storage คือโซลูชัน Cloud Storage สำหรับติดตั้งใช้งานบนบริการ Public Cloud ชั้นนำ เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำการ Replicate ข้อมูลจาก Pure Storage ที่มีอยู่ไปยัง Cloud ได้อย่างง่ายดาย และมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ การเปิดใช้งานความสามารถต่างๆ และการเชื่อมต่อใช้งานข้อมูลในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด รวมถึงยังสามารถติดตั้งใช้งานบนบริการ Public Cloud ที่หลากหลายเพื่อทำ Multi-Cloud Storage ให้ง่ายต่อการย้ายข้อมูลระหว่าง Cloud ได้อีกด้วย

Purity CloudSnap คือความสามารถบนโซลูชันของ Pure Storage ที่จะช่วยนำข้อมูล Snapshot ไปบันทึกเอาไว้บนบริการ Public Cloud ชั้นนำได้ ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้เอาไว้ภายนอกองค์กร และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันใดๆ ขึ้นก็สามารถนำข้อมูลส่วนนี้มากู้คืนบนระบบได้ทันทีที่ต้องการอย่างง่ายดาย

ร่วมตอบแบบสอบถามกับ Pure Storage และรับ Voucher/Gift Card มูลค่า 300 บาททันที

Pure Storage มีกิจกรรมให้ทุกท่านร่วมสนุกได้ง่ายๆ เพียงแค่ตอบแบบสอบถามที่ https://forms.gle/wQ3fsyM1XVHBPH2eA ก็สามารถรับ Voucher/Gift Card มูลค่า 300 บาทได้ทันที

ติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยได้ทันที

การออกแบบระบบ Data Protection นั้นก็มีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงด้วยกันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการให้บริการข้อมูลอย่างเช่น Block/File/Object ที่เหมาะสมกับการสำรองและกู้คืนข้อมูล, วิธีการที่ต้องการในการกู้คืนข้อมูลให้รวดเร็วที่สุด, การสำรองข้อมูลด้วยความสามารถของระบบ Storage เองเพื่อเพิ่มทางเลือกและความมั่นใจในการจัดเก็บข้อมูล ไปจนถึงการออกแบบระบบ Backup นี้ให้อยู่บน Storage ชุดเดียวกับระบบ Production เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน ดังนั้นหากธุรกิจองค์กรใดสนใจโซลูชันเหล่านี้ ก็สามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยได้ที่ Email jkunasinkjja@purestorage.com หรือติดตามข่าวสารจาก Facebook Fan Page ได้ที่ https://www.facebook.com/PureStorageTH



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

สรุปงานสัมมนาออนไลน์ Realize the simple to manage your SDDC with VMware vRealize Suite

การบริหารจัดการ Infrastructure ในปัจจุบันมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง สาเหตุเพราะองค์กรไม่ได้พึ่งพาแค่ดาต้าเซ็นเตอร์เพียงแห่งเดียวอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ VMware จึงได้จัดสัมมนาขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโซลูชัน vRealize Suite ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพการบริหารจัดการ Infrastructure …

สรุปงานสัมมนาออนไลน์ VMware vSAN 101: Back to the Future

เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายนที่ผ่านทาง VMware ได้จัดสัมมนาออนไลน์ขึ้นในหัวข้อ “VMware vSAN 101: Back to the Future” โดยสำหรับท่านที่พลาดเข้าชมในเวลานั้น ทางทีมงาน TechTalkThai …