SUSE by Ingram

[Guest Post] เอไอเอส ผนึก นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล

เอไอเอส ผนึก นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล เฟ้นหาคลื่นลูกใหม่ในวงการบันเทิง นำร่องทดสอบแอปฯ StarBooster ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ให้ปล่อยของได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว 

 

เอไอเอส โดย นายอราคิน รักษ์จิตตาโภค หัวหน้าฝ่ายงานขับเคลื่อนนวัตกรรม และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดี ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาโซลูชัน และสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลให้กับวงการบันเทิงไทย เพื่อส่งเสริมให้นิสิตและบุคลากรคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนบุคลากรเอไอเอส ได้มีความเชี่ยวชาญในสายงานทางนิเทศศาสตร์ยุคดิจิทัล  สามารถร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับ  เทรนด์ผู้บริโภคและสถานการณ์ของอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

โดยมีโครงการนำร่อง คือ ทดลอง ทดสอบ แพลตฟอร์ม StarBooster ในรูปแบบการสนับสนุนศิลปิน ผ่านช่องทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการเฟ้นหาศิลปินคลื่นลูกใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ทุกวงการปลดปล่อยพลังความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านการแสดงกับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงได้รับโอกาสร่วมงานในฐานะนักแสดงให้กับทาง AIS PLAY’s Original Series อีกด้วย อันจะเป็นการส่งเสริมศักยภาพของเด็กไทย   พร้อมยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย โดยเฉพาะ Local VDO Platform ให้ทัดเทียมนานาประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการนำเทคโนโลยี   และบริการดิจิทัลยกระดับอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน

About Maylada

Check Also

[Guest Post] LTI และ IBM ขยายพันธมิตรระดับโลก ช่วยองค์กรเร่งการยกระดับสู่ยุคดิจิทัลด้วยไฮบริดคลาวด์แบบเปิด

มุมไบ, อินเดีย :  LTI และ IBM เล็งจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อพัฒนาโซลูชันร่วมกับลูกค้า

[Guest Post] รายงานของซิสโก้เผย บริษัทในเอเชีย-แปซิฟิกเผชิญการแจ้งเตือนภัยคุกคามไซเบอร์ที่เพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากการทำงานจากที่บ้าน

ความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อันดับหนึ่งขององค์กรไทยส่วนใหญ่คือ“การเข้าถึงอย่างปลอดภัย”  69% ขององค์กรในเอเชีย-แปซิฟิกเผชิญปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25% นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด 54% ขององค์กรในภูมิภาคนี้มีความพร้อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ 7% ไม่พร้อมที่จะรองรับการทำงานจากที่บ้านในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด องค์กร 85% มองว่าในตอนนี้ไซเบอร์ซีเคียวริตี้มีความสำคัญอย่างมาก หรือมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน