Breaking News

5 Startup ด้าน IoT ที่น่าจับตามอง

ในปี 2020 Gartner คาดว่าตลาด IoT จะมีจำนวนอุปกรณ์ถึง 2 หมื่นล้านชิ้นเลยทีเดียว วันนี้เราจึงนำเสนอบทความที่แนะนำ Startup ด้าน IoT ที่น่าสนใจและเลือก 5 บริษัทที่มีงบการระดมทุนสูงมานำเสนอว่า ภายใต้ความเสี่ยงที่ต้องแบกรับจากการระดมทุนนั้นพวกเขามีไอเดียอะไรที่น่าจับตามองบ้าง

Credit: ShutterStock.com

1.AlertMedia

เป็นแพลตฟอร์มในการแจ้งเตือนสำหรับองค์กร มีทุนสนับสนุนกว่า 17 ล้านเหรียญเริ่มต้นก่อตั้งในปี 2013 พวกเขามองเห็นปัญหาว่าถ้าสามารถแจ้งเตือนภัยคุกคามได้เร็วก็จะสามารถบรรเทาหรือลดความเสียหายจากภัยที่อาจะเกิดกับ การปฏิบัติงาน ทรัพย์สิน หรือ พนักงาน ดังนั้นจึงมีการรวบรวมข้อมูลจาก เซ็นเซอร์ ระบบ พิกัด และอุปกรณ์อัจฉริยะของพนักงาน เพื่อกลายเป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารในภาวะฉุกเฉินแบบหลายช่องทาง สิ่งที่ AlereMedia เก็บอย่างเช่น สัญญานจากเครื่องวัดต่างๆ ยานพาหนะ พิกัด GPS หรืออื่นๆ และดึงความหมายของสิ่งเหล่านั้นออกมา โดยคาดหวังว่ามันจะช่วยลูกค้าเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภาวะสภาพอากาศเลวร้าย ภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัย ไฟไหม้ หรือ ไฟฟ้าดับได้

ในกรณีอื่นพวกเขากล่าวว่าได้นำไปใช้กับร้านอาหารเพื่อติดตามอุณหภูมิในระบบแช่เย็นเพื่อแจ้งผู้ดูแลกรณีอุณหภูมิไม่อยู่ในภาวะที่คาดหวัง อย่างไรก็ตามตลาดด้านบริการแจ้งเตือนเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีซึ่ง AlertMedia เองก็มีความสามารถไม่ใช่แค่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างที่ยกตัวอย่างดังนั้นมันจึงน่าจับตามองไม่น้อย สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ AlertMedia

2.Armis

ด้วยทุนถึง 47 ล้านเหรียญที่ได้มา บริษัทได้โฟกัสไปที่การทำเรื่องของ IoT Security ปัญหาที่ทางบริษัทได้มองสาเหตุ 3 ประการคือ

  • อุปกรณ์ IoT มักมีการเชื่อมต่อสู่อินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ นั่นหมายความว่ามันมักจะลัดผ่านความมั่นคงปลอดภัยโดยพื้นฐาน
  • ไม่ออกแบบมารองรับการอัปเดต OS หรือ Firmware ดังนั้นมันมักมีช่องโหว่
  • ไม่มีความมั่นคงปลอดภัยโดยพื้นฐานภายใน เนื่องจากปัญหาของทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่าง หน่วยความจำ หรือ หน่วยประมวลผล ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะยัดตัวป้องกันมัลแวร์หรือการป้องกันด้านความมั่นคงปลอดภัยใส่ลงไป

นอกจากนี้เพราะว่าตัวอุปกรณ์เองไม่ปลอดภัยทีม IT จึงมองไม่เห็นการเข้า-ออก ภายในเครือข่ายของอุปกรณ์เหล่านี้ อีกทั้งอุปกรณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบเดิมๆ อย่าง Firewall, Network Access Control หรือ Security Agent จะไม่ปกป้องอุปกรณ์ที่ไม่ถูกบริหารจัดการเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้เองสิ่งที่ Armis แก้ปัญหาคือ ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดได้โดยปราศจากตัว Agent ซึ่งสามารถเห็นได้ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครือข่ายอย่างไร เช่น ผ่านสาย หรือ ไร้สาย นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของอุปกรณ์โดยใช้ข้อมูลจาก ชื่อเสียงของอุปกรณ์ สถานะ การเชื่อมต่อ เวอร์ชัน กิจกรรมในอดีต และอื่นๆ พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้องค์กรเลือกที่จะตัดการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือประสงค์ร้ายแบบ Manual หรืออัตโนมัติได้ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Armis

3.FogHorn Systems

Startup รายนี้ได้ระดมทุนกว่า 47.5 ล้านเหรียญเพื่อใช้ในการผลิตซอฟต์แวร์ในระดับ Edge เพื่อตอบสนองการใช้งานของ IoT โดยแก้ปัญหาคือปกติแล้วโซลูชันระดับ Edge จะใช้นำข้อมูล Sensor มาเก็บไว้ก่อนส่งไปประมวลผลที่ Cloud ซึ่งในภาวะการใช้งานจริงเป็นไปได้ยากเพราะปัญหาเรื่องอินเทอร์เน็ต ดังนั้นกว่าจะได้ประโยชน์จากข้อมูลก็ดูเหมือนช้าไปแล้ว

สิ่งที่ FogHorn แก้ไขคือพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับภาคอุตสาหกรรมและโซลูชัน IoT ที่สามารถย่อขนาด และ ปรับกลไกของซอฟต์แวร์การประมวลผลที่ซับซ้อนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นมันสามารถปฏิบัติงานและวิเคราะห์ทำนายข้อมูลได้จาก Local อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้ทำให้เกิดการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเหมาะสมที่ระดับ Edge รวมถึงมี Heterogeneous Application ที่ใกล้กับต้นทางเพื่อควบคุมระบบและเซ็นเซอร์ทำให้มันมีความอัจฉริยะมากขึ้นเกิดขึ้นในระดับ Edge ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรมจึงสามารถใช้ข้อมูลได้แบบ Real-time เพื่อตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพการผลิตและวางแผนลด Downtime ได้เช่นกัน สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ FogHorn.io

4.Flutura Decision Sciences

เป็นแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานข้อมูลจาก IoT ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองโจทย์ทั่วไปอย่างการเพิ่มประสิทธิภาพด้านกระบวนการผลิต ลด Downtime และสร้างสรรค์โมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ จากข้อมูลล่าสุดที่ได้มา ทาง Flutura ได้สร้างแอปที่เรียกว่า ‘Nano Apps’ เพื่อแก้ปัญหาแบบ Vertical เช่น อุตสาหกรรมแก๊สและน้ำมันโดยการติดตามประสิทธิภาพของหัวจ่ายด้วยการให้ข้อมูลที่ได้มาจากเซ็นเซอร์กับโมเดล AI เพื่อตอบโจทย์ที่ต้องการ พร้อมทั้งมีการคิดราคาแบบ OPEX ตามจำนวนอุปกรณ์ หรือ รายเดือน

แม้ว่าจะมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง GE Predix และ Siemens ที่ทำตลาดมาก่อนหน้าแล้วแต่จุดเด่นของ Flutura คือการโฟกัสตลาดอย่างอุตสาหกรรมแก๊สและน้ำมัน ซึ่งแม้จะพัฒนาเพิ่มเติมเพียงน้อยนิดแต่อาจจะนำมาซึ่งความคุ้มทุนมหาศาล พร้อมทั้งโมเดลการคิดราคาอันชาญชลาดเพื่อให้ผู้สนใจสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้และด้วยทุน 8.5 ล้านเหรียญ ทำให้ Flutura น่าจะเข้ามาตลาดนี้ได้อย่างดีทีเดียว สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Flutura

5.MagicCube

บริษัทนี้ได้มองเรื่อง IoT Security เช่นกันแต่มองปัญหาไปในเรื่องที่ IoT นั้นไม่มีความมั่นคงปลอดภัยของชิปหรือซิมเพื่อบริหารจัดการระบุตัวตน เชื่อมต่อจากระยะไกลหรืออื่นๆ โดยการป้องกันด้านความมั่นคงปลอดภัย Transaction ของมือถือนั้นทำได้โดย Secure Element (SE) และ Trusted Execution Environment (TEE) ปัญหาคือ SE ในซิมการ์ดหรือ EMV ชิปบนบัตรจ่ายเงินมีความมั่นคงปลอดภัยสูงแต่ค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนก็สูงตามมา ส่วนในพาร์ทของ TEE คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยขึ้นมาในหน่วยประมวลผลหลักเพื่อปกป้อง Integrity ของแอปพลิเคชันที่จะถูก Execute แต่การทำอย่างนั้นมันก็ซับซ้อนและกินทรัพยากรสูงซึ่งมันมักจะใช้กับแอปพลิเคชันสำคัญอย่างการชำระเงินผ่านมือถือ

สิ่งที่ MagicCube ทำคือใช้ Software Container ซึ่งมั่นใจว่าปลอดภัยโดยไม่ต้องอาศัยเรื่อง TEE บนชิปและให้ชื่อว่า ‘The Cube‘ Sam Shawki ผู้ก่อตั้งบริษัทได้ให้ทัศนะว่า “เชิงคอนเซปต์อาจมองได้ว่า Cube คือ Virtual Chip” โดยตัว Cube นั้นมี OS ของตัวเองที่ใช้ Memory และ CPU จากโฮสต์ที่มันวางอยู่ ดังนั้นแม้จะรันอยู่ในระบบปฏิบัติการที่ถูกแทรกแซงมันก็ยังช่วยรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ อีกทั้งยังรอดจาก Side-channel attack ที่เกิดกับตัวชิป Physical ได้ นอกจากนี้ตัว Cube มีอายุไม่นานนักเพราะมันจะถูกเรียกขึ้นมาทำงานและหายไปภายในประมาณ 350 มิลลิวินาที สิ่งที่วิศวกรทุกคนต้องทำคือคอมไพล์แอปพลิเคชันออกใหม่หรืออุปกรณ์ IoT ด้วย SDK ของ MagicCube โดยไม่ต้องมีแอปแยกต่างหากและไม่มีการแก้ไขใดๆ เพิ่มบน OS ของอุปกรณ์ ด้วยเพียงหนึ่ง API เท่านั้นก็สามารถสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ Virtual Container ภายในหน่วยความจำได้ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ MagicCube




About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Intel เข้าซื้อกิจการ Vertex.AI ผู้พัฒนา PlaidML ระบบ Deep Learning Engine ที่รองรับ GPU ทุกค่าย

Intel ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Vertex.AI บริษัท Startup ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Deep Learning Engine ชื่อ PlaidML ภายใต้แนวคิด Deep Learning for …

Webinar Replay: Cisco and Google Cloud Hybrid Solution #1 : Kubernetes for Enterprise Business โดย Cisco Systems

สำหรับผู้ที่พลาดไม่ได้เข้าชม TechTalk Webinar: Cisco and Google Cloud Hybrid Solution #1 : Kubernetes for Enterprise Business …