ZipEvent ปรับตัวสู่การเป็นผู้นำการจัด Virtual Event พร้อมขยายธุรกิจรับลูกค้าใหม่ด้วย Microsoft Azure จาก AIS Business

ในวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้ อุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นกลุ่มแรกเลยนั้นก็คือธุรกิจรับจัด Event ที่งานจำนวนมากต้องถูกยกเลิกไป และไม่มีใครรู้ว่าจะกลับมาจัด Event ได้อีกครั้งเมื่อไหร่

ZipEvent ที่เป็นทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีและให้บริการระบบลงทะเบียนสำหรับงาน Event นั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ด้วยความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ที่ดีของผู้บริหาร ก็ทำให้ ZipEvent สามารถเร่งพัฒนาระบบ Virtual Event และปรับทีมเพื่อหันมาให้บริการในส่วนนี้ได้อย่างทันท่วงที กลายเป็นทางเลือกแรกๆ ของธุรกิจองค์กรจำนวนมากในการจัดงานออนไลน์ท่ามกลางวิกฤตในครั้งนี้

ในบทความนี้ ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้คุยกับคุณเจ ภาโรจน์ เด่นสกุล Co-founder และ CEO แห่ง Zipevent ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกับธุรกิจรับจัด Event ในไทย รวมถึงแนวทางที่ ZipEvent ปรับตัวทั้งเป็นการภายในและการปรับให้อุตสาหกรรมก้าวสู่โลกของ Digital อย่างเต็มตัวไปด้วยกัน

ZipEvent: จากผู้พัฒนาระบบลงทะเบียนงาน Exhibition สู่ผู้นำด้านการจัด Virtual Event

คุณเจได้เริ่มต้นเล่าถึงธุรกิจของ ZipEvent ในช่วงก่อนยุค COVID-19 ว่าเดิมที ZipEvent นั้นมุ่งเน้นไปที่การให้บริการ Platform และ Service ที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนเข้าร่วม Event ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ระบบลงทะเบียนออนไลน์ ไปจนถึงอุปกรณ์และทีมบริการการลงทะเบียนหน้างานจริง โดยที่ผ่านมาในแต่ละปีนั้น ZipEvent มีลูกค้ามาจัด Event บนระบบของ ZipEvent มากถึง 1,000 – 2,000 ราย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นยานยนตร์, การเงิน, การศึกษา และธุรกิจองค์กรทั่วไป

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงต้นปี 2020 ที่ COVID-19 เริ่มระบาดในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วต่อวงการการจัด Event โดยธุรกิจหลายแห่งนั้นก็ตัดสินใจยกเลิกการจัดงานไป ในขณะที่บางธุรกิจนั้นก็ยังคงเดินหน้าต่อด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานมาเป็นแบบ Online แทน

ZipEvent เองนั้นมีแผนที่จะพัฒนาระบบสำหรับรองรับการจัดงานแบบ Virtual Event อยู่แล้วตั้งแต่ปีก่อนหน้านั้น เมื่อวิกฤต COVID-19 มาถึง ทาง ZipEvent จึงเร่งพัฒนาระบบให้พร้อมใช้งานอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นศูนย์กลางในการจัด Virtual Event ให้กับธุรกิจจำนวนมากในไทย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ใช้เฉพาะส่วนของระบบลงทะเบียนเพื่อเชื่อมต่อกับระบบ Online Meeting ที่มีอยู่เดิม หรือใช้ Platform ทั้งหมดของ ZipEvent ในการจัดงานก็ตาม

รองรับการจัด Virtual Event ได้หลายรูปแบบ ทั้ง Webinar, Online Conference และ Online Exhibition

ในช่วงแรกที่ ZipEvent เริ่มให้บริการระบบ Virtual Event นั้น ทางทีมงานได้เริ่มจากการพัฒนาระบบให้รองรับการจัดงานในรูปแบบของ Webinar และ Online Conference ที่เป็นการนำเสนอแบบ Live ก่อน โดยมีช่องทางให้ผู้ร่วมงานสามารถสื่อสารกับผู้นำเสนอได้ผ่านระบบ Chat, Q&A, Poll, Questionnaire และการแบ่งปันไฟล์เอกสาร ซึ่งก็สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจจำนวนมากในการจัดงานสัมมนาแบบออนไลน์ได้อยู่แล้ว

แต่แน่นอนว่าอีกตลาดใหญ่ของการจัด Event นั้นก็คืองาน Exhibition ซึ่งยังไม่มีทางออกบนโลก Digital ที่ดีนัก ทาง ZipEvent จึงได้ทำการพัฒนาระบบสำหรับการจัด Virtual Exhibition เพิ่มเติมขึ้นมา โดยมีการออกแบบ Customer Journey ใหม่ให้มีความคล้ายคลึงกับการไปงาน Exhibition จริงๆ อย่างเช่นการพัฒนา Virtual Booth ที่ผู้เยี่ยมชมสามารถรับชมข้อมูลของแต่ละบริษัทและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในบูธได้ผ่านการทำ Video Call เรียกได้ว่าเป็นการยกประสบการณ์ของงาน Exhibition จริงขึ้นมาสู่โลกออนไลน์ก็คงไม่ผิดนัก ซึ่งทีมงาน ZipEvent ก็เคยจัดงานสำหรับผู้เข้าร่วมงานจำนวน 20,000 – 30,000 คนมาแล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่ ZipEvent ได้เสริมเข้าไปให้กับระบบเหล่านี้ ก็คือการนำพลังของ Data มาใช้สร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับผู้จัดงานออนไลน์ สร้างระบบรายงานที่จะทำให้ผู้จัดงานสามารถเห็นพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมงานได้โดยละเอียด นำข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้ปรับปรุงการจัดงานในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

คุณเจยังได้เล่าถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตอีกว่า หลังจากที่ประเทศไทยสามารถรับมือกับ COVID-19 ได้ดีขึ้นแล้ว การจัด Event น่าจะเปลี่ยนไปสู่รูปแบบ Hybrid Event อย่างเต็มตัว เพราะผู้จัด Event นั้นได้สัมผัสกับศักยภาพของโลก Online ที่สามารถทำให้แต่ละ Event นั้นมีผู้เข้าถึงจำนวนมากได้จากทุกที่ทุกเวลาแล้ว ในขณะที่ประสบการณ์การไปร่วมงานจริงๆ นั้นก็ยังคงมีพลังอยู่ ทำให้การจัด Hybrid Event ในอนาคตนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าและมีผู้เข้าร่วมงานมากว่าการจัด Event แบบเดิมๆ อย่างในอดีตแน่นอน

สำหรับผู้ที่สนใจในบริการ Virtual Event หรือบริการส่วนอื่นๆ ของ ZipEvent สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.zipeventapp.com/home/organizer

ฝ่าฟันวิกฤตที่สถานการณ์ไม่แน่นอน การใช้ Cloud คือคำตอบ

ประเด็นหนึ่งที่คุณเจได้หยิบยกมาเล่าถึงในการพูดคุยกันครั้งนี้ก็คือเรื่องของการที่มีลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามาใช้บริการของ ZipEvent เป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว และการจัด Virtual Event ให้กับลูกค้าแต่ละรายนั้นก็มีโจทย์ที่แตกต่างกัน, มีขนาดของงานที่แตกต่างกัน ทำให้การใช้ทรัพยากรประมวลผลเพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้ยากต่อการทำนายมาก ในขณะที่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องควบคู่กันไปด้วย

โชคดีที่ ZipEvent นั้นใช้ Microsoft Azure เป็นบริการ Cloud เพื่อรองรับระบบต่างๆ ที่ ZipEvent พัฒนาขึ้นมาอยู่แล้ว ทำให้สามารถปรับเพิ่มลดทรัพยากรบน Cloud ได้อยู่ตลอดเวลา รองรับความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าและรายได้อย่างยืดหยุ่น ในขณะที่ยังสามารถนำเทคโนโลยีใหม่บน Microsoft Azure มาใช้เสริมให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

การใช้ Microsoft Azure นี้ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านระบบ IT Infrastructure ของ ZipEvent นั้นเกิดขึ้นตามการใช้งานจริง ช่วยให้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและเศรษฐกิจไม่ดีนี้ ZipEvent สามารถเดินหน้าได้ง่ายขึ้น บริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดี เพราะไม่ต้องมีการลงทุนระบบ IT ล่วงหน้าแต่อย่างใด

ไม่เพียงแต่ประเด็นทางด้านการเงินเท่านั้น แต่คุณเจยังเสริมอีกด้วยว่า Microsoft Azure เองก็ยังมีจุดเด่นทั้งเรื่องของ Reliability ของระบบที่สูง อีกทั้งยังมีเรื่องของ Security ที่ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้ ZipEvent สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมั่นใจ ไม่สะดุดติดขัดอีกด้วย

ใช้ Microsoft Azure พร้อมบริการระดับมืออาชีพในประเทศไทยจาก AIS Business แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ได้ง่ายขึ้น

ในการใช้งาน Microsoft Azure ครั้งนี้ ทาง ZipEvent ได้เลือกใช้งานผ่านพันธมิตรชั้นนำของ Microsoft ในประเทศไทยอย่าง AIS Business เป็นผู้ให้บริการ ซึ่งคุณเจก็ระบุว่านอกจากบริการด้านการ Support ที่ดีจากทีมงาน AIS Business แล้ว ทาง AIS Business ก็ยังเป็น Technology Enabler ที่มาช่วยให้ ZipEvent สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยใช้งานจาก Microsoft มาปรับใช้กับธุรกิจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งบริการใหม่ๆ บน Microsoft Azure ที่ไม่เคยใช้มาก่อน หรือโซลูชันอย่าง Microsoft 365 ที่นิยมอย่างเช่น Microsoft Teams ซึ่งก็ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ ZipEvent ใช้ทำงานในทุกวันนี้

นอกจากนี้ เทคโนโลยีอย่าง 5G หรือ Fiber เองก็สำคัญไม่น้อยในการทำงานแบบ Work from Home และ AIS Business เองก็มีบริการสำหรับตอบโจทย์เหล่านี้อย่างครบถ้วน พร้อมความสามารถในการที่เปิดให้ผู้ใช้งานปรับความเร็วได้เองตามต้องการ ก็ช่วยให้การทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

อีกหนึ่งโซลูชันที่น่าสนใจจาก AIS Business ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ก็คือบริการการส่ง SMS สำหรับใช้ในการสื่อสารทำการตลาดลูกค้า เป็นอีกช่องทางนอกเหนือจาก Email และ Social Media ที่ได้ผล และเข้าถึงตัวลูกค้าได้จริงๆ

มองหาพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีที่ดี จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็วยิ่งขึ้น

คุณเจได้ทิ้งท้ายในการพูดคุยสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วยประเด็นเรื่องของการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีหรือ Technology Partner ที่จะกลายเป็นประเด็นสำคัญของธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหากธุรกิจได้เลือกใช้เทคโนโลยีที่ดี และมีพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีที่เก่ง ก็จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าเติบโตไปได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเสียเวลานานในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้หรือสร้างทักษะใหม่ๆ ให้กับทีมงาน กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

สนใจโซลูชันระบบลงทะเบียนสำหรับงาน Exhibition หรือจัด Virtual Event ขนาดใหญ่ ติดต่อ ZipEvent ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจจัด Virtual Event สามารถติดต่อทีมงาน ZipEvent ได้ที่ E-mail: sales@zipeventapp.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ZipEvent ได้ทันทีที่ https://www.zipeventapp.com/

สนใจ Microsoft Azure และโซลูชันอื่นๆ จาก Microsoft ติดต่อ AIS Business ได้ทันที

สำหรับธุรกิจที่สนใจใช้งาน Microsoft Azure หรือโซลูชันอื่นๆ จาก Microsoft สามารถติดต่อตัวแทนของ AIS Business ที่ดูแลธุรกิจของท่านได้ทันที หรือติดต่อที่ businesscloud@ais.co.th


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] Aruba เปิดตัววิวัฒนาการขั้นถัดไปของสถาปัตยกรรมระบบสวิตช์

Aruba CX 10000 Series Switch พร้อมกับ Pensando จะส่งมอบระบบเครือข่ายที่มีความสามารถสูง พร้อมสำหรับการเพิ่มขยาย เสริมบริการด้านความปลอดภัย สำหรับศูนย์ข้อมูลของธุรกิจในระดับองค์กร

[Video] “ดูโฮม” สามารถปฏิวัติรูปแบบในการบริหารธุรกิจในการจัดการสินค้าและดูแลมาตรฐานได้อย่างไร

การนำโซโลชันจาก SAP มาใช้ และการให้ Atos มาเป็นผู้ดูแลและพัฒนาจัดการระบบ ช่วยให้ “ดูโฮม” สามารถปฏิวัติรูปแบบในการบริหารธุรกิจในการจัดการสินค้าและดูแลมาตรฐานได้อย่างไร